BLOGS

Fleet Management คืออะไร?

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Fleet Management คือการจัดการยานพาหนะในรูปแบบใดก็ตาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใช้ยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในต้นทุนที่ต่ำที่สุด และได้กำไรหรือผลตอบแทนกลับมาสูงสุด 

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้จะพาไปรู้จัก Fleet Management แบบครบถ้วนแต่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณเป็นผู้ที่กำลังตามหาระบบนี้ไว้ใช้ ยิ่งต้องไม่ควรพลาดเนื้อหาดี ๆ ในบทความนี้

Cartrack เป็นผู้ให้บริการระบบ Fleet Management ระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เราเป็นพาร์ทเนอร์ด้านระบบบริหารจัดการยานพาหนะให้กับธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี จึงมั่นใจได้ว่าเราพร้อมช่วยธุรกิจมีรถใช้งานของคุณดำเนินงานและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • Fleet Management คืออะไร?
  • คู่มือการใช้งาน Fleet Management สำหรับธุรกิจมีรถ
  • 9 องค์ประกอบสำคัญในการบริหารจัดการฟลีทรถ
  • ระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System) ช่วยบริหารงานและจัดการความเสี่ยงได้อย่างไร?
  • ระบบ Fleet Management Cartrack โซลูชันสำหรับบริหารและจัดการยานพาหนะที่ธุรกิจมีรถต้องการ

Fleet Management คืออะไร?

Fleet Management คือการจัดการยานพาหนะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งทุกวันนี้ Fleet Management ส่วนมากมาในรูปแบบของระบบการจัดการที่มีเครื่องมือทางเทคโนโลยีทันสมัย เช่น Telematics แบบเรียลไทม์ (Real-Time), AI ฯลฯ เพื่อจัดการยานพาหนะในระดับเป็นผู้ช่วยตัวจริงให้กับงานด้านยานพาหนะได้เลย

ระบบบริหารจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management ไม่ได้เป็นเพียงแค่การติด GPS ติดตามรถเพื่อดูว่ารถอยู่ที่ไหน แต่เป็นระบบบริหารจัดการยานพาหนะแบบรอบด้านและตลอดเวลา ทำให้การจัดการรถใช้งานหรือเครื่องจักรของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของต้นทุนธุรกิจที่ลดลงหรือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ระบบ Fleet Management จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยการทำงานของคุณได้อย่างครบวงจรที่คุณไม่ควรพลาดอย่างแท้จริง หากคุณหรือธุรกิจของคุณใช้งานยานพาหนะ เครื่องจักร หรือคนขับรถ เป็นประจำ

Fleet Management สำคัญต่อธุรกิจมีรถอย่างไร?

การบริหารจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีรถดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจมีรถใช้งานที่เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่รับน้ำหนักมากหรือรถตู้ขนส่งสินค้า ระบบบริหารจัดการยานพาหนะก็สามารถดูแลได้ ด้วยการช่วยติดตามการทำงานและสภาพของยานพาหนะแบบเรียลไทม์ จนลดเวลาที่รถเสีย-ขาดการทำงาน จัดแผนการวิ่งรถเพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า และสร้างความเชื่อมั่นในการบริการได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

หรือหากคุณทำธุรกิจด้านการก่อสร้างหรือโลจิสติกส์ การบริหารจัดการกลุ่มรถจะช่วยควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรและภาพลักษณ์ของบริษัทได้อย่างทั่วถึง เช่น

  • การจัดส่งอุปกรณ์และสินค้าให้ถึงที่หมายตรงเวลา
  • การบำรุงรักษารถยนต์และเครื่องจักรตามกำหนดการ
  • การตรวจสอบและติดตามความรับผิดชอบของผู้ขับขี่
  • ความปลอดภัยและความเสี่ยงเสียหาย

นอกจากนี้ ระบบ Fleet Management ยังใช้ทำอะไรที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและความเสี่ยงเสียหายได้ ด้วยการติดตามด้วย GPS แบบเรียลไทม์และระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเข้าควบคุมยานพาหนะใช้งานได้อย่างทันท่วงที ระบุพิกัดชัดเจน และกู้คืนกลับมาได้ทันการณ์

คู่มือการใช้งาน Fleet Management สำหรับธุรกิจมีรถ

สิ่งที่คุณควรรู้คร่าว ๆ เมื่อต้องการเริ่มใช้งาน Fleet Management อย่างจริงจังมี 4 ส่วน ได้แก่

  • องค์ประกอบหลักของระบบ Fleet Management: ระบบติดตามรถ GPS Tracking แบบเรียลไทม์ ระบบตรวจสอบพฤติกรรมคนขับที่กระทำกับรถ ระบบแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงตามระยะทาง หรือวันที่กำหนด และระบบตรวจสอบการใช้เชื้อเพลิงเทียบกับระยะทาง
  • การนำไปใช้ในธุรกิจ: กำหนดเป้าหมายการใช้งาน เช่น ต้องการลดค่าน้ำมันลง 15-20% ต้องการลดอุบัติเหตุให้เหลือ 0 ต้องการเพิ่มจำนวนเที่ยวในการส่งของต่อวัน
  • เลือกอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม: Dashboard ที่ดูง่าย และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริม เช่น เซนเซอร์น้ำมัน กล้องติดรถ
  • ศึกษาวิธีใช้เพื่อใช้อย่างมีประสิทธิภาพ: นอกจากดูรถบนแผนที่ ต้องดูรายงานสรุปและใช้เครื่องมือให้เป็น เช่น ระบบจัดการเส้นทางการขับขี่ ระบบให้คะแนนคนขับ

ทั้งนี้ ธุรกิจมีรถหรือผู้จัดการฝ่ายยานพาหนะควรดูแลอุปกรณ์หรือติดตามข้อมูลจากอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น สัญญาณ GPS เพราะหากสัญญาณขาดหาย การติดตามยานพาหนะอาจจะไม่มีประสิทธิภาพหรือข้อมูลสรุปรายเดือนอาจคลาดเคลื่อนได้

รวมถึงหากติดตั้งระบบบริหารจัดการรถ (GPS Fleet Management) กับรถใช้งานก็ควรชี้แจงกับพนักงานขับรถให้ชัดเจนว่ามีการติดตั้งระบบเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานที่จะส่งผลดีกับพนักงานและวิธีการทำงาน ไม่ใช่การจับผิด สอบถามหรือปรึกษาเราเรื่องวิธีการพูดคุยกับพนักงานอย่างไรให้การติดตั้งและใช้งานระบบเป็นไปอย่างราบรื่นได้ที่นี่

ธุรกิจจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการใช้งาน Fleet Management?

การใช้งานระบบการจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management System ช่วยเปลี่ยนจากการบริหารงานแบบคาดเดา เป็นการบริหารด้วยข้อมูลจริงที่จับต้องและประเมินผลได้ ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจในหลายมิติ ได้แก่

1. การลดต้นทุนการดำเนินงาน

  • ลดค่าน้ำมัน เพราะระบบช่วยลดการขับรถอ้อม การจอดแช่ไม่ดับเครื่อง และตรวจจับการทุจริตน้ำมัน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของธุรกิจขนส่ง 
  • ลดค่าซ่อมบำรุง การแจ้งเตือนเช็กระยะช่วยป้องกันการเสียหายของรถและเครื่องยนต์แบบกะทันหัน และช่วยยืดอายุการใช้งานของรถให้ยาวนานขึ้น
  • ลดค่าเบี้ยประกัน ประวัติการขับขี่ที่ดีและอุบัติเหตุที่ลดลงช่วยให้ธุรกิจสามารถต่อรองเบี้ยประกันภัยในราคาที่ถูกลงได้

2. เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต

Fleet Management ช่วยให้ธุรกิจทำงานเสร็จได้เร็วขึ้น หรือทำงานได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง

  • วางแผนเส้นทางที่ฉลาดขึ้น ลดระยะทางที่ไม่จำเป็น ทำให้คนขับสามารถทำรอบวิ่งได้มากขึ้นในหนึ่งวัน
  • ลดงานเอกสาร ช่วยจัดทำรายงานสรุปผลรายวัน รายเดือน และรายงานภาษีให้อัตโนมัติ ลดภาระงานแอดมินหลังบ้าน
  • ตัดสินใจได้แม่นยำ ผู้บริหารมีข้อมูลสรุปภาพรวมทั้งหมด ทำให้วางแผนขยายขนาดฟลีทรถได้อย่างมั่นใจ

3. เพิ่มความปลอดภัยและวินัย

ยกระดับพฤติกรรมคนขับแบบทำงานแค่ให้จบ ๆ ไป ให้สำเร็จแบบมืออาชีพมากขึ้น ทั้งความปลอดภัยและวินัย

  • ติดตามพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ ทราบทันทีหากมีการขับเร็วเกินกำหนด เบรกกะทันหัน หรือขับรถอันตราย
  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย การมีคะแนนการขับขี่ของคนขับ ที่ช่วยกระตุ้นให้พนักงานแข่งขันกันขับรถดีเพื่อโบนัสพิเศษ
  • การช่วยเหลือที่รวดเร็ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย ระบบ GPS ในระบบ Fleet Management จะช่วยให้ทีมช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและทันเวลา

4. ความพึงพอใจของลูกค้า

เราอยู่ในยุคออนไลน์ ที่ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่าของที่รออยู่ถึงไหนแล้ว และ Fleet Management มีคุณสมบัติที่ช่วยสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้

  • ระบุเวลาถึงที่หมายที่แม่นยำ ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการบริการของธุรกิจคุณ
  • ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ หากมีการร้องเรียนเรื่องการขับขี่หรือความล่าช้า ธุรกิจสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงได้ สร้างมาตรฐานความรับผิดชอบที่โปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นธรรม

5. ความยั่งยืนและภาพลักษณ์ธุรกิจ

  • ลดการปล่อยมลพิษ Fleet Management สามารถติดตามการใช้ยานพาหนะ เพื่อจัดการและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพและการลดระยะทางวิ่ง ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ทำตามกฎหมาย ระบบ Fleet Management ช่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกได้อย่างครบถ้วน เช่น การรูดบัตรใบขับขี่แถบแม่เหล็กแสดงตัวตนคนขับ

ประโยชน์ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า Fleet Management ไม่ใช่แค่เครื่องติดตาม แต่เป็น เครื่องมือปิดรูรั่วของค่าใช้จ่ายที่ช่วยสร้างกำไรให้ธุรกิจได้อย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างเป็นระบบ

หากคุณกำลังพิจารณาติดตั้งระบบนี้ให้กับรถ เช่น รถบรรทุกส่งของ หรือ รถกระบะฝ่ายขาย ติดต่อเราที่ฝ่ายขายเพื่อรับข้อมูลระบบที่ช่วยให้ธุรกิจคืนทุนหรือเริ่มสร้างกำไรให้คุณได้ไวที่สุด

ผู้จัดการ Fleet กำลังจัดการยานพาหนะในธุรกิจ

ตำแหน่งไหนในธุรกิจบ้างที่จำเป็นต้องใช้งาน Fleet Management?

ระบบ Fleet Management ไม่จำเป็นต้องเป็นงานของเจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะเสมอไป แต่ทีมงานในแผนกต่าง ๆ สามารถจัดการและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ หรือในทางกลับกันธุรกิจสามารถใช้ระบบ Fleet Management เพื่อขับเคลื่อนแผนกต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

1. ผู้จัดการฟลีทหรือผู้จัดการฝ่ายขนส่ง

กลุ่มผู้ใช้งานหลักที่ต้องทำงานกับข้อมูลยานพาหนะบนหน้าจอระบบตลอดเวลา เพื่อวางแผนการเดินรถ ติดตามรถแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบการใช้เชื้อเพลิง จัดตารางซ่อมบำรุง ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจว่ารถหรือเครื่องจักรทุกคันพร้อมใช้งานและดำเนินงานได้ตามแผนที่วางไว้

2. พนักงานขับรถ

พนักงานขับรถ คนขับ หรือไรเดอร์ สามารถติดตามหรือจัดการข้อมูลการทำงานขับขี่ โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เพื่อรับงานผ่านระบบ ตรวจสภาพรถผ่านแอปก่อนออกเดินทาง รีวิวและปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ตามคะแนน ซึ่งช่วยให้ตัวพนักงานทำงานได้ง่ายขึ้น มีหลักฐานยืนยันการทำงาน และขับขี่ปลอดภัยกว่าเดิม

3. ผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของธุรกิจ

กลุ่มนี้จะดูข้อมูลในภาพรวม ดูรายงานสรุปรายเดือน รายปี หรือตามต้องการ เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและผลกำไร และใช้ข้อมูลการดำเนินงานจริงในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เช่น การขยายฟลีทรถ แผนการเดินรถใหม่ หรือการตัดขายสินทรัพย์ที่ไม่คุ้มทุน

4. ฝ่ายซ่อมบำรุง

ฝ่ายซ่อมบำรุงหรือช่าง จะมีข้อมูลสภาพรถแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา รับการแจ้งเตือนรหัสข้อผิดพลาดของเครื่องยนต์ และรับแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเช็กระยะ เพื่อป้องกันเหตุรถเสียฉุกเฉิน ซึ่งจะกระทบต่อการขนส่งหรือเดินทางทั้งหมด

5. ฝ่ายบัญชีและการเงิน

ฝ่ายดูแลค่าใช้จ่ายองค์กรสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน และการตรวจสอบทุจริตผ่านระบบเปรียบเทียบข้อมูล จนทำให้ควบคุมงบประมาณได้แม่นยำ ลดการรั่วไหลของเงินทุน

6. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ฝ่ายบุคคลหรือเอชอาร์ (HR) สามารถใช้ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่มาประเมินผลงานหรือจัดอบรมพนักงานที่ขับรถเสี่ยงอันตรายได้อย่างชัดเจน จนสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กร และพิจารณาให้รางวัลพนักงานที่ขับดีได้อย่างถูกต้อง

7. ฝ่ายบริการลูกค้า

ฝ่ายบริการหรือประสานงานลูกค้าสามารถเข้าถึงตำแหน่งรถเพื่อแจ้งสถานะสินค้าให้ลูกค้าทราบได้อย่างแม่นยำ หรือจัดส่งลิงก์ติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ให้ลูกค้าติดตามได้ด้วยตัวเอง เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า และลดจำนวนสายโทรศัพท์ที่คอยถามว่ารถถึงไหนแล้ว

สรุปแล้ว ระบบ Fleet Management คือ "ศูนย์กลางข้อมูล" ที่เชื่อมโยงคนในองค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพความจริงชุดเดียวกันและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน 

หากธุรกิจมีรถของคุณกำลังเจอปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างฝ่าย หรือกำลังมองหาฟีเจอร์ที่เจาะจงสำหรับตำแหน่งไหนเป็นพิเศษ สอบถามผู้เชี่ยวชาญที่ฝ่ายขายได้ที่นี่

9 องค์ประกอบสำคัญในการบริหารจัดการฟลีทรถ

การจะบริหารฟลีทรถให้ทำงานได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ เราจำเป็นต้องเข้าใจองค์ประกอบพื้นฐานที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและนี่คือ 9 องค์ประกอบหลักพื้นฐานที่ธุรกิจมีรถต้องมี

  1. การจัดหาหรือจัดซื้อยานพาหนะ

รถคันหนึ่งจะใช้ได้คุ้มค่าเท่าไหร่นั้น สามารถคาดเดาได้ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ตัดสินใจซื้อ ธุรกิจมีการคัดเลือกรถ การซื้อ และการจัดหาเงินทุนอย่างชาญฉลาด ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการบริหารจัดการรถที่ครบรอบด้านและมีประสิทธิภาพ 

  1. การบำรุงรักษาและซ่อมแซม

เมื่อมีรถแล้ว ก็ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดีด้วยควบคู่กัน การมีแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เช็กระยะอย่างเหมาะสมกับสภาพการใช้รถจริง ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลการวินิจฉัยรถ เช่น การรั่วซึมของน้ำมัน ระดับน้ำ ข้อผิดพลาดของเครื่องยนต์ และผ้าเบรกที่สึกหรอ งานเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่ป้องกันรถเสียฉุกเฉินและการขาดโอกาสการใช้งานรถ

  1. การจัดการทรัพย์สิน

ทรัพย์สินของธุรกิจคุณถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน? รถที่จอดทิ้งไว้หลายวันโดยไม่มีงานคือการเสียเงินเปล่า เครื่องมือที่ใช้งานไม่ถูกต้องอาจทำให้สิ้นเปลืองค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงมากขึ้น

การบริหารทรัพย์สินที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยการตรวจสอบรูปแบบการใช้งานและอัตราการใช้ประโยชน์ เพื่อประเมินระดับความคุ้มค่า 

เช่น หากอุปกรณ์บางอย่างถูกใช้งานน้อย เป็นเพราะมันเสีย หรือเพราะมันไม่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ กันแน่ การหาคำตอบว่าทำไมมันถึงทำงานได้ไม่เต็มที่หรือใช้งานมากเกินไป จะช่วยตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าควรจะขายรถเก่าออกไปหรือซื้อรถใหม่เข้ามาเมื่อไหร่

  1. การจัดการพนักงานขับรถ

ตั้งมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎระเบียบ แล้วตรวจสอบพฤติกรรมคนขับ เพื่อให้มั่นใจว่าคนขับจะใช้รถอย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และลดการขับขี่ที่รุนแรง 

เช่น การจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัย และชี้ให้เห็นจุดที่พวกเขาทำผิดพลาดเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ต้องดูแลเรื่องใบอนุญาตขับขี่และใบรับรองต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงค่าปรับและปัญหาทางกฎหมาย

  1. การควบคุมต้นทุนน้ำมัน

ค้นหาสาเหตุจากการดำเนินงานภายในองค์กรที่ทำให้ค่าน้ำมันพุ่งสูง เช่น ขับเร็วเกินกำหนด วิธีการขับขี่ไม่ถูกต้อง การจอดติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ความดันลมยางต่ำ การบำรุงรักษารถที่ไม่ดี การวางแผนเส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการขโมยน้ำมัน

ธุรกิจคุณจะสามารถควบคุมเรื่องนี้ได้ หากมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของคนขับและการวางแผนเส้นทางขับขี่ของรถใช้งาน

  1. งานธุรการเอกสาร

งานเอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวกับรถและคนขับ เช่น ใบอนุญาต การต่อภาษี การต่อประกัน หากปล่อยปละละเลย ธุรกิจอาจเจอค่าปรับมหาศาลและผิดกฎหมายได้

  1. การพัฒนานโยบาย

ธุรกิจควรมีนโยบายเชิงจริยธรรมที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจและป้องกันความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น อนุญาตให้คนขับติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ขณะพักนานแค่ไหน พนักงานสามารถเติมน้ำมันที่ไหนได้บ้าง คนขับโดนใบสั่งความเร็วได้กี่ครั้งก่อนจะถูกลงโทษทางวินัยหรือบริษัทมีแผนช่วยเหลืออย่างไรให้พนักงานไม่ขับรถฝ่าฝืนกฎ เป็นต้น

  1. การวิเคราะห์ความเสี่ยง

การจัดการยานพาหนะควรมีการคาดการณ์และลดความเสี่ยงการทำงานด้วย เพื่อดูว่าการดำเนินงานจุดไหนของธุรกิจที่อันตราย และนโยบายที่มีอยู่ครอบคลุมหรือไม่ 

เช่น หากคนขับไม่ทำตามกฎ อาจเสี่ยงต่อการชนและทำให้สินค้าเสียหาย คุณสามารถดึงรายงานพฤติกรรมคนขับมาประเมินความน่าจะเป็นของความเสี่ยงเพื่อหาทางป้องกันก่อนเกิดเหตุ

  1. การจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ภาคการขนส่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษมากที่สุด และในปัจจุบันภาคการค้าทุกอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยมลพิษมากขึ้นหรือเป็นอีกหลักสำคัญในการปัจจัยการร่วมมือทางการค้า หรือพูดง่าย ๆ ว่า ธุรกิจที่สร้างมลภาวะน้อยมีโอกาสชนะดีลธุรกิจกับหน่วยงานหรือองค์กรรัฐได้ง่ายกว่า 

การทำฟลีทรถใช้งานแบบอากาศสะอาดจึงสำคัญต่ออนาคต ซึ่งเราสามารถทำได้ผ่านการขับขี่แบบประหยัดพลังงาน การวางแผนเส้นทางเพื่อลดการปล่อยไอเสีย และการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อลดภาระงานเอกสารและช่วยโลกไปพร้อมกัน

ระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System) ช่วยบริหารงานและจัดการความเสี่ยงได้อย่างไร?

ระบบจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management System ไม่ได้เป็นเพียงแค่การติดระบบติดตามรถ GPS เพื่อดูว่ารถอยู่ที่ไหน แต่โปรแกรมบริหารจัดการรถที่ช่วยให้ธุรกิจควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ

ด้านการบริหารงาน ระบบจัดการยานพาหนะช่วยเปลี่ยนการทำงานแบบคาดเดา ให้เป็นการทำงานแบบใช้ข้อมูลตัดสินใจ เช่น 

  • การวางแผนเส้นทาง: คำนวณเส้นทางที่สั้นและประหยัดเวลาที่สุด ช่วยลดระยะทางและลดการใช้เชื้อเพลิง
  • การจัดการงานแบบเรียลไทม์: สั่งการหรือปรับเปลี่ยนแผนงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีงานด่วนเข้ามาในพื้นที่ใกล้เคียง
  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: แจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสภาพยาง หรือเช็กระยะ ช่วยลดโอกาสที่รถจะเสียกลางทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า

ในขณะที่การจัดการความเสี่ยง มีทั้งเรื่องของทรัพย์สิน ชีวิต และชื่อเสียง ซึ่งระบบจัดการยานพาหนะช่วยควบคุมเรื่อง

  • พฤติกรรมการขับขี่ ระบบตรวจจับได้ทันทีเมื่อใช้ความเร็วเกินกำหนด การเบรกกะทันหัน หรือการออกตัวอย่างรุนแรง การจอดแช่โดยไม่ดับเครื่อง ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมันและเสี่ยงต่อการโจรกรรม
  • ความปลอดภัยและอุบัติเหตุ ระบบจัดการยานพาหนะสามารถทำงานร่วมกับเซนเซอร์และกล้องติดรถแบบตรวจจับพฤติกรรมและแจ้งเตือน เช่น เตือนเมื่อรถออกนอกเลน เสี่ยงต่อการชนท้าย ฯลฯ หรือตรวจสอบสถานะคนขับว่าเหนื่อยล้า หาว ง่วงนอน หรือใช้โทรศัพท์ขณะขับรถหรือไม่ ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีนัยสำคัญ

การทุจริตและทรัพย์สิน ระบบจัดการยานพาหนะควบคุมความเคลื่อนไหวของน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่เติมจริงเทียบกับระยะทาง ป้องกันการดูดน้ำมันหรือการทุจริตบิลน้ำมัน การออกนอกเส้นทางหรือพื้นที่ หรือแวะจอดในจุดที่ไม่ควรเข้า

พนักงานเปิดหน้าระบบ Fleet Management ให้หัวหน้าดู

ระบบ Fleet Management Cartrack โซลูชันสำหรับบริหารและจัดการยานพาหนะที่ธุรกิจมีรถต้องการ

งานจัดการยานพาหนะที่มีรายละเอียดและปริมาณมากมายและเข้ามาพร้อมกัน ระบบ Fleet Management จาก Cartrack สามารถช่วยธุรกิจมีรถและคุณดูแลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถหรือเครื่องจักรได้อย่างครบถ้วน รวดเร็วและง่ายดาย

  • รู้สมรรถนะที่แท้จริงของยานพาหนะ: รับข้อมูลเชิงลึกเรื่องการใช้งานรถหรือเครื่องจักร เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด เลือกซื้อยานพาหนะที่จำเป็นต้องใช้งานจริง หรือตัดสินใจขายทรัพย์สินที่ใช้งานน้อยไม่คุ้มค่าได้อย่างถูกต้อง
  • รับการแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงและวิเคราะห์สถานะรถแบบเรียลไทม์: ตั้งค่าการแจ้งเตือนเพื่อให้มั่นใจว่ารถได้รับการเช็กระยะอย่างสม่ำเสมอ รักษาสภาพรถให้พร้อมใช้งาน และป้องกันปัญหารถเสียฉุกเฉิน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • มีรายงานและข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมคนขับ: มีรายงานเหล่านี้ไว้ใช้ตรวจสอบการทำงานของคนขับ อบรมการขับขี่ที่ถูกต้อง และสร้างแบบแผนการขับขี่ที่ปลอดภัยได้อย่างชัดเจนภายในองค์กร
  • ควบคุมต้นทุนน้ำมันหรือพลังงาน: วิเคราะห์ข้อมูลการสิ้นเปลืองน้ำมันหรือไฟฟ้าเพื่อป้องกันการสูญเสียโดยไม่จำเป็น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
    รวมถึงตรวจจับการดูดน้ำมัน ป้องกันการทุจริตบัตรเติมน้ำมัน หรือการขโมยน้ำมันซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงผิดปกติแบบสิ้นเปลืองทิ้งเปล่า
  • เปลี่ยนการทำงานเป็นระบบดิจิทัลและลดงานแอดมินที่เสียเวลานาน: รับรายงานและการแจ้งเตือนอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของธุรกิจ เพื่อลดเวลาที่ต้องเสียไปกับงานเอกสารหรืองานแอดมินที่ใช้เวลานานในการทำเสร็จ
    นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติยังช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ได้อีกด้วย
  • ลดการสร้างมลภาวะจากรถ: ลดการปล่อยมลพิษอย่างยั่งยืนด้วยการติดตามการใช้น้ำมันเพื่อจัดการการใช้งานให้มีประสิทธิภาพและลดการสิ้นเปลืองรวมถึงการวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ
  • สร้างมาตรฐานทางจริยธรรมและนโยบายธุรกิจ: ระบบช่วยให้คุณและธุรกิจของคุณตรวจสอบและปรับปรุงกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ธุรกิจดำเนินงานด้วยมาตรฐานจริยธรรมและการปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างแท้จริงหรือสูงขึ้น
  • ป้องกันความเสี่ยงด้วยการแจ้งเตือนเรียลไทม์: ใช้การแจ้งเตือนข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อหยุดปัญหาและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที ก่อนที่ความเสียหายจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณ

ไม่ว่าธุรกิจคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน มีเป้าหมายทางธุรกิจอย่างไร หรือจะมีฟลีทรถขนาดใหญ่หรือเล็กเพียงใด Cartrack พร้อมดูแลคุณด้วยโซลูชันระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรให้กับคุณได้

พร้อมไหมที่จะบริหารจัดการรถหรือเครื่องจักรให้กลายเป็นเรื่องง่ายและราบรื่น ติดต่อ Cartrack เพื่อดูสาธิตระบบใช้งานหรือสอบถามรายละเอียดฟรี โดยคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้ารถใช้งานในธุรกิจ รับทันที โปรโมชันติดตั้งGPS ติดตามรถ จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับระบบ Fleet Management

ธุรกิจฟลีท (Fleet) ในไทยมีอะไรบ้าง?

ธุรกิจฟลีท (Fleet) ในประเทศไทยในปัจจุบันมีการขยายตัวอย่างมาก โดยสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจหลัก ๆ ออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ คือ

  1. ธุรกิจรถเช่าเพื่อองค์กรและบุคคล

บริษัทหลายแห่งในไทยและผู้ใช้รถทั่วไปจำนวนไม่น้อยนิยมเช่ารถมากกว่าซื้อเพื่อใช้งาน เพื่อลดภาระการดูแลซ่อมบำรุงและภาษี

  1. ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

ธุรกิจนี้อาจจะแบ่งเป็นธุรกิจที่มีรถใช้งานในการครอบครองของตัวเองเป็นจำนวนมาก หรือรับจ้างขนส่งทั้งแบบเป็นเที่ยว ๆ ไป หรือออกแบบให้ครบวงจรเป็น Outsource หลักขององค์กรอื่น

  1. ธุรกิจฟลีทการ์ด

เมื่อมีรถใช้งานเยอะ สิ่งที่ตามมาคือค่าน้ำมัน ธุรกิจฟลีทจึงหมายรวมได้ถึง ธุรกิจฟลีทการ์ดจากสถานบริการน้ำมันต่าง ๆ หรือสำหรับรถไฟฟ้าตอนนี้ก็จะมีผู้ให้บริการที่หลากหลายกว่า เช่น ค่ายรถ บริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการสนับสนุนนโยบายความยั่งยืน (ESG)

  1. ธุรกิจบริหารจัดการยานพาหนะ

ธุรกิจกลุ่มนี้ดูแลการบริหารจัดการฟลีทรถ เป็นบริษัทที่ให้บริการระบบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อย่างเช่น Cartrack

โดยทั่วไปเราจะคุ้นหูกันในชื่อเรียก GPS ติดตามรถ หรือ GPS Tracking แต่ที่จริงแล้ว GPS เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่อยู่ในระบบบริหารจัดการยานพาหนะ ซึ่งหากเป้าหมายของคุณคือการควบคุมและบริหารการใช้งานรถหรือเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการยานพาหนะคือคำตอบของคุณ

ธุรกิจที่มีรถใช้งานเพียงคันเดียว จำเป็นต้องใช้งานระบบ Fleet Management หรือไม่?

จำเป็น หากธุรกิจต้องการควบคุมหรือลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองและแรงงานคน หรือจัดการค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพที่สุดและอย่างยั่งยืน

ระบบฟลีทรถกับระบบฟลีทการ์ด มีความเกี่ยวข้องในการใช้งานอย่างไร?

ระบบฟลีทรถคือระบบบริหารจัดการรถ ในขณะที่ระบบฟลีทการ์ดคือ ระบบบัตรเติมน้ำมัน

ระบบฟลีทรถที่มีเทคโนโลยีทันสมัยหรือร่วมมือกับเครือบริษัทน้ำมันจะสามารถเชื่อมข้อมูลของระบบฟลีทการ์ดมาบริหารจัดการที่ระบบฟลีทรถได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับผู้ต้องการควบคุมและจัดการการเติมน้ำมันให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าแบบระยะยาว

ตัวอย่างเช่น Cartrack ร่วมมือกับบริษัท Shell เชื่อมข้อมูลการใช้บัตรเติมน้ำมัน Shell กับระบบบริหารจัดการยานพาหนะ Cartrack ซึ่งช่วยให้คุณบริหารจัดการข้อมูลค่าน้ำมันได้อย่างง่ายดาย พร้อมข้อมูลการใช้รถอย่างแม่นยำที่ได้จากระบบ Cartrack

หากคุณเป็นผู้ใช้บริการบัตรเติมน้ำมัน Shell ที่ต้องการติดตั้งระบบ Cartrack คลิกกรอกข้อมูลได้ที่นี่

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

พนักงานส่งของใช้งานยานพาหนะในธุรกิจขนส่ง

หากคุณต้องการใช้รถได้เต็มประสิทธิภาพหรือควบคุมต้นทุนขนส่ง Fleet Management คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด Fleet Management ทำอะไรได้มากกว่านี้อีกไหม คลิกอ่านเลยที่นี่