รู้ไหมว่า กล้องหน้ารถ มีกล้องรุ่นที่ช่วยตรวจจับความเหนื่อยล้าของพนักงานได้! ถ้ามีติดกล้องรถรุ่นนี้นอกจากจะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ เสริมความปลอดภัยในการขับขี่ได้แล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กร ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มีจากค่าปรับ ค่าสินไหมต่าง ๆ อีกด้วย มาเรียนรู้และรู้จักกล้องติดหน้ารถ DMS ก่อนตัดสินใจใช้งานกัน
กล้องประเภท Driver Monitoring System หรือเรียกย่อ ๆ ว่า กล้อง DMS เป็นกล้องที่มีเทคโนโลยี AI มาช่วยในการตรวจสอบคนขับรถ ผ่านการตรวจจับวัตถุหรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น หนังตาปิด ทิศทางของตาไม่ได้มองไปที่ถนน เข็มขัดนิรภัยไม่ถูกคาด โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ เป็นต้น
กล้องติดรถ DMS ใช้เทคโนโลยี AI ในการจับวัตถุที่อยู่ในรัศมีกล้อง ซึ่งในที่นี้คือบริเวณเก้าอี้คนขับ เมื่อคนขับเริ่มหาว ดวงตาเปิดน้อยกว่าปกติ หรือองศาใบหน้าและทิศทางการมองถนนผิดไปจากเดิม กล้อง DMS จะจับพฤติกรรมส่วนนี้ได้ว่าเป็นอาการเหนื่อยล้าและไม่จดจ่อ และแจ้งเตือนให้คนขับทราบเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมทันที
ไม่ได้ เทคโนโลยีของกล้อง DMS ในปัจจุบันยังทำได้เพียงการตรวจจับวัตถุและพฤติกรรมของคนขับ แต่ยังไม่สามารถสแกนใบหน้าและระบุตัวตนของคนขับได้
ไม่มี กล้องหน้ารถ DMS มีไว้เพื่อตรวจจับพฤติกรรมคนขับโดยเฉพาะ ดังนั้นกล้องรุ่นนี้จะไม่มี GPS ติดตั้งไว้ภายในกล้อง
เมื่อกล้อง DMS ตรวจพบว่าคนขับมีอาการเหนื่อยล้า กล้องจะแจ้งเตือนด้วยเสียงผ่านลำโพงทันที
กล้อง ADAS เป็นกล้องที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับวัตถุที่เข้ามาใกล้รถบริเวณด้านหน้าและแจ้งเตือนให้คนขับทราบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ เช่น เมื่อรถขับคร่อมเลน ขับชิดด้านหน้าเกินไป หรือมีคนกำลังข้ามถนนในระยะประชิด กล้องจะตรวจจับ และส่งเสียงแจ้งเตือนให้คนขับทราบทันที
โดยกล้อง ADAS เหมาะสำหรับติดตั้งกับรถหลายประเภท ทั้งรถยนต์ รถกระบะ ไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งความสูงของตัวรถอาจทำให้มีมุมอับสายตามากกว่าปกติ การติดตั้งกล้อง ADAS จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้
หากธุรกิจต้องการลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ แนะนำให้ใช้ระบบจัดการยานพาหนะเพื่อวางแผนกระจายงาน วางแผนเส้นทางแต่ละทริป เพื่อให้ชั่วโมงการทำงานของคนขับไม่มากจนเกินกำลัง และยังสามารถทำตามแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อีกวิธีคือ ปฏิบัติตามตามกฎหมาย ขับ 4 ชั่วโมง พัก 30 นาที อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของคนขับ รวมถึงเป็นการกระทำตามกฎหมายที่กรมการขนส่งทางบกประกาศใช้
ใช้แทนได้ กรณีที่ต้องการติดตามข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เช่น ตำแหน่งพิกัดรถ ความเร็วที่ใช้ การสตาร์ทจอดแช่ แต่หากเป็นรถที่ต้องส่งข้อมูลการใช้รถเข้าไปยังกรมการขนส่งทางบกหรือ DLT จะต้องติดตั้งกล่อง GPS Tracking ที่ได้รับการรับรองจาก DLT เท่านั้น ไม่สามารถใช้อุปกรณ์อื่นทดแทนได้
หากเป็นกล้องที่มี GPS ในตัว กล้องจะมีคุณสมบัติเบื้องต้นเหมือนกับ GPS เช่น แจ้งเตือนเมื่อมีการสตาร์ทรถจอดแช่นานผิดปกติ แจ้งเตือนเมื่อมีการผ่านเข้า-ออก Geofencing หรือรั้วอิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งค่าไว้
นอกจากนี้ หากติดตั้งกล้องติดรถเพื่อใช้งานร่วมกับเซนเซอร์เปิดปิดประตูตู้สินค้า หรือ Cargo Door เมื่อมีการเปิดประตูแม้ในขณะที่ดับเครื่อง กล้องก็จะกลับมาทำงานอัตโนมัติ และบันทึกเหตุการณ์พร้อมส่งแจ้งเตือนเข้าระบบได้ทันที
ราคากล้องติดรถระบบ DMS Cartrack เริ่มต้นที่ประมาณ 1,850 บาทต่อเดือน* (*ยังไม่ใช่ราคาสุทธิ) ซึ่งราคาจะแตกต่างจากกล้องติดหน้ารถทั่วไปเพราะเป็นกล้องติดรถเฉพาะทางที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย

