BLOGS

กล้องหน้ารถตรวจจับความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถได้อย่างไร?

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เจ้าของรถใช้งานในธุรกิจรู้ไหมว่า ทุกวันนี้ กล้องหน้ารถไม่เพียงแค่บันทึกภาพการขับขี่ด้านนอกรถได้ แต่ยังสามารถตรวจจับอาการของคนขับที่มีผลต่อการขับขี่ได้ด้วย เช่น ความเหนื่อยล้า ง่วงนอน หรือเล่นโทรศัพท์ และแจ้งเตือนให้คนขับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันที

แม้ภาวะเหล่านี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ 20,967 ครั้งบนท้องถนนในปี พ.ศ. 2568 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ง่วงหลับใน คือ สาเหตุอันดับที่ 3 ของสาเหตุอุบัติเหตุทั้งหมด 

ความสามารถในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของใบหน้าและอัตราการกะพริบตาและแจ้งเตือนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยสำหรับการบริหารจัดการยานพาหนะ ที่บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้จะมาอธิบายแบบเจาะลึกพร้อมแนะนำระบบให้ฟังแบบละเอียด

Cartrack ผู้ให้บริการระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรในไทย ความเชี่ยวชาญของเราคือ ระบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์และเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้สูงสุด ด้วยเครื่องมือยอดนิยม ได้แก่ GPS ติดตามรถ กล้องหน้ารถมี GPS กล้องติดหน้ารถบรรทุก เซนเซอร์น้ำมัน ทุกระบบของ Cartrack มาพร้อมบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ธุรกิจคุณได้รับประโยชน์และความสะดวกสบายจากการใช้งานแบบเต็มที่ที่สุด

‍

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับในกล้องหน้ารถคืออะไร ทำงานอย่างไร?
  • ทำไมธุรกิจมีรถส่วนใหญ่ถึงเลือกใช้กล้องหน้ารถที่มีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ?
  • กล้องหน้ารถ Cartrack รุ่นไหนบ้างที่มีระบบนี้?
  • กล้องหน้ารถ Cartrack พร้อมระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่

‍

ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับในกล้องหน้ารถคืออะไร ทำงานอย่างไร?

ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับในกล้องหน้ารถหรือกล้อง DMS (Driver Monitoring System) เป็นการผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจจับอาการเหนื่อยล้าของคนขับขณะอยู่หลังพวงมาลัย และแจ้งเตือนทันทีด้วยเสียงภายในห้องโดยสารเพื่อให้คนขับรู้สึกตัวและเปลี่ยนอิริยาบถให้พร้อมปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย 

รวมถึงส่งข้อมูลการแจ้งเตือนเข้าสู่ระบบจัดการยานพาหนะเพื่อให้ธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะทราบและมีข้อมูลที่ชัดเจนและละเอียดไว้ใช้อบรมปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ระบบทำงานอย่างไร?

ระบบตรวจจับฯ นี้ทำงานโดยการผสานพลังของ AI เข้ากับเซนเซอร์และกล้อง เพื่อเฝ้าสังเกตผู้ขับขี่และพฤติกรรมขณะอยู่บนท้องถนน 

กล้อง AI สมรรถนะสูงที่มีระบบอินฟราเรดและเซนเซอร์จะตรวจจับรูปแบบทางใบหน้าอย่างละเอียด เช่น การหาว การกะพริบตาถี่ ๆ และการหลับตานานผิดปกติ เพื่อระบุสัญญาณของความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากการตรวจจับรูปแบบทางใบหน้าแล้ว ระบบยังเฝ้าระวังข้อมูลการขับขี่จากตัวยานพาหนะด้วย เช่น การขับรถส่ายออกนอกเลน และรูปแบบการหมุนพวงมาลัย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มขึ้น และทำให้ประเมินระดับความง่วงหรือความเหนื่อยล้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับจะทำการประเมินระดับความตื่นตัวของผู้ขับแบบเรียลไทม์

จากนั้น ระบบตรวจจับฯ จะส่งสัญญาณเตือนถึงตัวคนขับและเข้าสู่ระบบจัดการยานพาหนะทันที สำหรับคนขับ จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านเสียงหรือการสั่นของเบาะที่นั่ง ส่วนธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะก็จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันหรือหน้าฟลีทที่เชื่อมต่อกับกล้องไว้

ลงทะเบียนดูสาธิตตัวอย่างการทำงานกล้อง DMS ของจริง ฟรี คลิกที่นี่

‍

เจ้าหน้าที่บังคับเครื่องจักร มีอาการเหนื่อยล้า

‍

ทำไมธุรกิจมีรถส่วนใหญ่ถึงเลือกใช้กล้องหน้ารถที่มีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับ?

ธุรกิจที่มีรถส่วนใหญ่เลือกลงทุนในเทคโนโลยีนี้ เพราะการทำงานของเทคโนโลยีช่วยปกป้องทั้งผู้ปฏิบัติงานและธุรกิจไปพร้อมกัน และชื่อเสียงของแบรนด์ ซึ่งครอบคลุมทุกมิติ โดยไล่เรียงประโยชน์เป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

1. ปกป้องคนขับทั้งสุขภาพและสวัสดิภาพ

หัวใจสำคัญของระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า คือ การคุ้มครองและความปลอดภัย เป็นที่รู้กันดีว่าการขับรถขณะอ่อนเพลียนั้นอันตรายพอกันกับการเมาแล้วขับ และเสี่ยงสูงที่จะเกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนได้

ด้วยลักษณะการทำงานที่ทันท่วงทีและเป็นแบบเรียลไทม์ (Real-Time) ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าจึงเป็นแนวทางเชิงรุกที่ช่วยยับยั้งความง่วงและความอ่อนเพลียได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ 

เมื่อตรวจพบความเหนื่อยล้าก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย จำนวนอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนที่ลดลง และที่สำคัญที่สุดคือ รักษาชีวิตคนไว้ได้

นอกจากนี้ ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้ายังแสดงให้คนขับเห็นว่าธุรกิจใส่ใจในสุขภาพและสวัสดิภาพของพวกเขา เริ่มเข้าใจถึงคุณค่าของเทคโนโลยีประเภทนี้ และตระหนักได้ว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขากำลังได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

เมื่อสุขภาวะดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานก็เพิ่มขึ้น กำลังใจในการทำงานสูงขึ้น ก็จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่พนักงานมีความสุข ผูกพันกับองค์กร และมีแนวโน้มที่จะจงรักภักดีต่อบริษัทต่อไป

2. รักษาความปลอดภัยของสินค้า

เมื่อคนขับคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของธุรกิจ รองลงมาก็คือสินค้าที่พวกเขากำลังขนส่ง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากคนขับที่อ่อนเพลีย สินค้ามักจะเป็นสิ่งแรกที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะพังเสียหายจากการชน หรือถูกหยิบฉวยไปในเหตุชุลมุนที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงอาจสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

สิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผลกำไรของคุณเท่านั้น แต่ยังกระเทือนอย่างหนักต่อชื่อเสียงของธุรกิจ รวมถึงปัญหาทางกฎหมาย 

หากมีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า คุณจะสามารถรับประกันความปลอดภัยของสินค้าได้ทันทีตั้งแต่จุดเริ่มต้น ด้วยการแจ้งเตือนและสัญญาณเตือนที่ชัดเจน 

นอกจากจะช่วยเตือนและปลุกคนขับให้ตื่นก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแล้ว ผู้จัดการยานพาหนะยังสามารถรู้เหตุทันทีและแนะนำให้พวกเขาพักรถแบบปลอดภัยได้ทันเวลา

ยิ่งไปกว่านั้น การขับรถขณะอ่อนเพลียอาจทำให้คนขับมีพฤติกรรมกระตุกพวงมาลัย หรือขับขี่ด้วยท่าทางที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้สินค้าที่บอบบางเสียหาย แต่ถ้าคนขับตื่นตัวและมีสมาธิ สินค้าก็จะมีเดินทางอย่างราบรื่น สม่ำเสมอ และปลอดภัย

3. ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดกฎหมาย

เป็นที่ทราบกันดีว่าข้อบังคับต่างๆ มีความเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ การนำระบบตรวจจับความเหนื่อยล้ามาใช้ จะช่วยให้ธุรกิจมีประวัติการปฏิบัติตามมาตรการและนโยบายความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งหากธุรกิจของคุณถูกตรวจสอบบัญชีหรือเมื่อมีการสืบสวนสอบสวน

การดำเนินงานเชิงรุกของคุณยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกปรับเงิน หรือปัญหาทางการเงินอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ถูกสั่งให้ระงับการดำเนินงาน เนื่องจากมีประวัติละเมิดกฎด้านความปลอดภัยและไม่มีมาตรการป้องกัน

4. ลดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด

อุบัติเหตุเป็นประเด็นที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด เพราะความเหนื่อยล้าคือมัจจุราชเงียบ และการสัปหงกหรือเผลอหลับตาเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงถึงชีวิต จึงอาจกล่าวได้ว่า ระบบนี้คือ หัวใจสำคัญของความปลอดภัยในอุตสาหกรรมธุรกิจที่มีรถขนส่ง ธุรกิจควรลงทุนติดตั้งระบบกล้องติดรถบรรทุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับขนส่งทางไกล

การนำระบบตรวจจับความเหนื่อยล้ามาประยุกต์ใช้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในตัวผู้ขับขี่ของคุณเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อคนใช้รถใช้ถนนทั่วไปอีกด้วย

5. ลดค่าเบี้ยประกัน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และเวลาที่สูญเปล่าจากการหยุดทำงาน

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับกล้องหน้ารถและประกันภัยคือ "หากฉันติดกล้องหน้ารถจะช่วยลดค่าเบี้ยประกันลงได้หรือไม่?"

คำตอบคือ ได้ เพราะตามข้อมูลประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่องอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์สำหรับรถที่ติดกล้องติดรถ ผู้ที่ทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560 จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจตั้งแต่ร้อยละ 5-10 ของเบี้ยประกันสุทธิ ให้กับผู้เอาประกันภัยที่ติดตั้งกล้องติดรถแบบสมัครใจทุกประเภท

ประกาศฯ นี้หมายรวมถึง กล้องหน้ารถยนต์ที่เป็นกล้อง DMS ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวและมีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าในตัวเดียวกัน ที่สามารถใช้ลดค่าเบี้ยประกันได้

อุบัติเหตุแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นยังมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย การฟ้องร้อง ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่รวมถึงผลกระทบทางการเงินที่เกิดจากการหยุดชะงักของธุรกิจเนื่องจากยานพาหนะไม่สามารถใช้งานได้ด้วย ซึ่งระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้

ด้วยเหตุผลและประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้จากการใช้ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าด้วยกล้อง DMS การใช้ระบบฯ จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า คุ้มราคา และให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับธุรกิจของคุณ

‍

กล้องหน้ารถ Cartrack รุ่นไหนบ้างที่มีระบบนี้?

กล้องหน้ารถ Cartrack รุ่นที่เป็นกล้อง AI จะมีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับ โดยระบบหลักจะเป็นกล้อง DMS ส่วนกล้อง AI อีกรุ่นหนึ่งจะเป็นกล้อง AI ตรวจจับวัตถุด้านนอกและหน้ารถที่เรียกว่ากล้อง ADAS หรือ Advanced Driver Assistance Systems

กล้อง DMS

กล้อง DMS เป็นกล้องสตรีมภาพสดที่มีเทคโนโลยีตรวจจับพฤติกรรมใบหน้าของคนขับและพฤติกรรมการขับขี่ โดยคุณสามารถดูภาพสดได้ทุกเวลาที่ขับขี่และมีภาพบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ที่ระบุว่าเสี่ยงอันตรายเพื่อใช้บริหารจัดการการขับขี่ต่อได้

เหตุการณ์ที่กล้อง DMS ตรวจจับ ได้แก่

  • เหนื่อยล้า หาว
  • ไม่มองทาง ขาดสมาธิ ตาปิด
  • สูบบุหรี่
  • ใช้โทรศัพท์
  • เอามือ/วัตถุบังเลนส์กล้อง

กล้อง ADAS 

นอกจากกล้องติดตามคนขับรถแล้ว Cartrack ยังมีกล้อง ADAS ที่เป็นกล้อง AI ตรวจจับวัตถุหรือคนด้านนอกและหน้ารถ และแจ้งเตือนเพื่อให้คนขับรักษาระยะห่างหรือบังคับรถให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้า โดยกล้อง ADAS จะคำนวณเหตุหน้ารถกับข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์

เหตุการณ์หน้ารถที่กล้อง ADAS ตรวจจับ ได้แก่ 

  • ระยะห่างจากรถคันหน้า 
  • การขับจี้คันหน้า 
  • การเปลี่ยนเลนกะทันหัน 
  • คนเดินตัดหน้ารถ

‍

กล้องหน้ารถตรวจจับความเหนื่อยล้า ลดความเร็ว

‍

กล้องหน้ารถ Cartrack พร้อมระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่

หากธุรกิจคุณมองหาวิธีสร้างความปลอดภัย คนขับอุ่นใจและมีสติ รวมถึงการสร้างมาตรฐานให้กับงานขนส่ง ในคราวเดียว ระบบกล้องหน้ารถ Cartrack เพื่อตรวจจับความเหนื่อยล้าคือเครื่องมือที่ธุรกิจคุณตามหา

คุณสามารถเลือกติดตั้งกล้อง DMS อย่างเดียว หรือติดตั้งพร้อมกล้อง ADAS ด้วยก็ได้ โดยทั้งสองกล้องจะมาพร้อมกับระบบให้คะแนนคนขับหรือ Driver Scorecard ที่บันทึกพฤติกรรมการขับขี่ผ่านระบบ GPS ติดตามรถแบบมี Telematics และให้คะแนนการขับขี่ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลการติดตามที่ชัดเจนมากขึ้น จนสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น 

หากธุรกิจสนใจติดตั้งกล้องหน้ารถพร้อมระบบตรวจจับความเหนื่อยล้า กล้องหน้ารถยนต์ กล้องหน้ารถใช้งาน กล้องหน้ารถสิบล้อ สมัครรับการติดตั้งตอนนี้ ฟรี ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

สนใจสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง คลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

‍

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกล้องหน้ารถ

กล้องหน้ารถสิบล้อ กล้องหน้ารถยนต์ ใช้กล้องรุ่นเดียวกันได้ไหม?

ไม่ว่าจะเป็นรถสิบล้อ รถบรรทุก รถยนต์ ก็ใช้กล้องรุ่นเดียวกันได้ เพราะกล้องติดรถ Cartrack ใช้งานได้กับรถหลากหลายประเภท

การติดตั้งกล้องรุ่นไหนขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของคุณมากกว่า เช่น หากต้องการบันทึกภาพเหตุการณ์ในมุมมองถนนไปพร้อมกับห้องโดยสาร ก็ติดกล้อง Dual Vision หรือหากต้องการบันทึกภาพเหตุการณ์มุมมองถนนพร้อมกับกล้องตรวจจับพฤติกรรมคนขับรถ ก็ติดกล้อง Road Vision และกล้อง DMS ก็ได้

เมื่อกล้องหน้ารถตรวจพบสัญญาณว่าพนักงานขับรถเหนื่อยล้า จะเกิดอะไรขึ้น?

หลังจากที่กล้องหน้ารถตรวจพบสัญญาณความเหนื่อยล้า เช่น การหาว ตาปิดมากกว่าปกติ กล้องจะส่งเสียงเตือนผ่านลำโพงเพื่อให้คนขับรถทราบและเปลี่ยนพฤติกรรมทันที

ส่วนภาพฟุตเทจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะถูกบันทึกไว้ในระบบจัดการยานพาหนะ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดออกมาเก็บไว้ได้

Cartrack มีกล้องหน้ารถมี GPS ให้บริการไหม?

Cartrack มีกล้องหน้ารถให้บริการหลายรุ่น ได้แก่

- Road Vision กล้องมุมมองเดียวสำหรับส่องไปที่ถนน

- Dual Vision กล้อง 2 มุมมอง บันทึกภาพที่ด้านถนนและภายในห้องโดยสาร

- กล้อง ADAS สำหรับตรวจจับวัตถุที่ด้านหน้ารถ ใช้ระบบ AI เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

- กล้อง DMS สำหรับตรวจจับพฤติกรรมคนขับระหว่างการขับขี่ด้วยระบบ AI ตรวจจับวัตถุ หากมีพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย กล้องจะส่งเสียงแจ้งเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

‍

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

พนักงานขับรถ ปวดตา เหนื่อยล้าผิดปกติ

รู้ไหม ทุกวันนี้ กล้องหน้ารถไม่เพียงแค่บันทึกภาพการขับขี่ด้านนอกรถ แต่ยังสามารถตรวจจับอาการของคนขับที่มีผลต่อการขับขี่และแจ้งเตือนให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันที