BLOGS

ADAS คือ อะไร? ไอเท็มวิเศษที่หยุดรถชนให้คนขับรถทั่วโลก!

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เชื่อว่า การไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยระหว่างการขับขี่ เป็นความฝันสูงสุดของการขับขี่ของคนขับรถทั่วโลก ซึ่งในเวลานี้ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าสุดๆ ผู้ขับขี่รถทั่วโลกกำลังได้เข้าใกล้ความฝันนี้แล้ว ด้วยนวัตกรรมที่ชื่อว่า ADAS 

บทความคาร์แทรคตอนนี้ จะมาแนะนำว่า ADAS คือ อะไร และทำไมถึงช่วยลดและหยุดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้กับผู้คนได้ไม่ว่าจะขับขี่ที่ไหนก็ตามบนโลกใบนี้

ADAS แปลว่า อะไร และคืออะไร

ADAS ย่อมาจาก Advanced Driver Assistance Systems ที่แปลว่า ระบบผู้ช่วยคนขับแบบทันสมัย หรือที่เรียกกันอีกแบบว่า แบบอัจฉริยะ 

เทคโนโลยีและฟีเจอร์ของระบบ ADAS จะช่วยเพิ่มความสามารถของคนขับรถในการตอบโต้กับสถานการณ์บนท้องถนนได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น จนป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างครอบคลุม

การทำงานต่างๆ ใน ระบบ ADAS มีอะไรบ้าง

  • Adaptive cruise control ระบบควบคุมความเร็วการขับขี่ แบบเพิ่ม ลด หรือหยุดได้ ตามรถคันข้างหน้า
  • Lane departure warning การเตือนเมื่อรถเปลี่ยนเลนวิ่ง
  • Automatic emergency braking การเบรกรถฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • blind-spot monitoring ระบบส่องจุดบอดของผู้ขับขี่ที่ด้านข้างและด้านหลังรถ
  • pedestrian detection การตรวจจับคนคนเดินเท้า
  • parking assistance ระบบช่วยจอดรถ

และการทำงานหรือ ฟีเจอร์ อื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถทำได้จากกล้องส่องออกนอกถนนแบบอัจฉริยะที่มาจากระบบที่ชื่อ ADAS

จากข้อมูลสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกา พบว่า ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning Systems) ลดอุบัติเหตุรถชนจากด้านหลังได้ถึง 27% กล้องมองหลังลดการชนจากการถอยรถไปด้านหลังถึง 17% ขณะที่ระบบเบรกด้านหลังอัตโนมัติลดอุบัติเหตุได้ 78% ซึ่งทั้งหมดเป็นระบบที่มาจากกล้อง ADAS ทั้งสิ้น

ที่นี้เรามาดูกันว่า กล้อง ADAS ทำได้อย่างไร

การทำงานต่างๆ ใน ระบบ ADAS มีอะไรบ้าง

กล้อง ADAS ทำงานอย่างไร แบบเข้าใจง่ายๆ

กล้อง ADAS หรือ ระบบ ADAS ทำงานโดยใช้เซนเซอร์ที่ทำงานร่วมกับกล้อง ระบบอัลกอริทึ่ม รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intteligence (AI) และ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ที่ช่วยเตือนสติคนขับรถถึงสภาพแวดล้อมรอบข้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วยไมโครชิพจำนวนมาก ที่ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบด้านการขับขี่ เช่น สภาพถนน รถคันอื่นๆ บนท้องถนน แบบ ณ วินาทีนั้น แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาแจ้งเตือนคนขับรถหรือให้ความช่วยเหลือทันที ทั้งนี้ระบบ ADAS จะมาพร้อมกับระบบเสียงเตือนด้วย ในแต่ละการเตือนต่างๆ

นี่คือวิธีการทำงานของ ADAS

เซนเซอร์และกล้อง: ในระบบ ADAS จะมีเซนเซอร์และกล้อง โดยเซนเซอร์จะตรวจจับและเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบข้างยานพาหนะ เช่น รถคันอื่นๆ คนเดินเท้า เส้นบนถนน และสิ่งกีดขวางหรือลูกระนาดบนถนน โดยกล้อง ADAS จะทำหน้าที่จับภาพร่วมด้วย โดยกล้องจะติดอยู่ที่กระจกด้านหน้ารถบริเวณกระจกมองหลังรถ

ระบบประมวลผลข้อมูล: ข้อมูลที่กล้องและเซนเซอร์เก็บมาได้จะถูกประมวลผลทันทีหรือแบบเรียลไทม์ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนรถ ระบบเหล่านี้จะวิเคราะห์ข้อมูลว่าการขับขี่มีความเสี่ยงไหม โดยใช้รูปแบบข้อมูลและอัลกอริทึ่มที่กำหนดไว้แล้ว

ระบบผู้ช่วยคนขับรถ หลักๆ ทั่วไปมีอยู่ 5 อย่าง เช่น

  • เตือนการชนข้างหน้า (Forward Collision Warning) เตือนคนขับเมื่อขับรถใกล้รถคันข้างหน้าหรือสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเร็วเกินไป โดยทั่วไปคือ การป้องกันการชนท้ายรถคันอื่น
  • เตือนการเปลี่ยนเลนถนน (Lane Departure Warning) เตือนเมื่อขับรถออกนอกเลนโดยไม่ให้สัญญาณ เช่น เปิดไฟเลี้ยว ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเฉี่ยวชนจากรถคันอื่นได้
  • ควบคุมความเร็วการขับขี่ แบบเพิ่ม ลด หรือหยุดได้ ตามรถคันข้างหน้า (Adaptive Cruise Control) เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและปลอดภัยจากรถคันข้างหน้า
  • ตรวจจับจุดบอดรถด้านข้างและด้านหลัง (Blind Spot Detection) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเปลี่ยนเลนถนน
  • เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking) ตรวจจับวัตถุด้านหน้าและด้านหลังที่รถเริ่มเข้าใกล้เกินไปและเบรกรถให้อัตโนมัติ เพื่อป้องกันการชนได้ทันที

กล้อง ADAS ทำงานอย่างไร แบบเข้าใจง่ายๆ

รถและเครื่องจักร จะได้ประโยชน์หลักๆ จาก ADAS อยู่ 5 อย่าง ได้แก่

  1. ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพราะ ADAS ช่วยลดและเลี่ยงความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น จนสร้างเป็นวินัยการขับขี่ที่ดี
  2. อุบัติเหตุลดลง ระบบ ADAS จะช่วยเตือนพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุได้
  3. ติดตามและอบรมพฤติกรรมคนขับได้ถูกจุด การอบรมคนขับรถเป็นเรื่องที่ดี แต่การอบรมที่ไม่ถูกจุด นอกจากจะไม่เพิ่มทักษะการขับขี่แล้ว ยังสร้างบรรยากาศการทำงานที่เครียดและกดดันให้กับคนขับรถอย่างไม่จำเป็น ความเข้าใจในปัญหาได้อย่างถูกต้องและแก้ไขถูกจุด จะช่วยแก้ไขปัญหาการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สร้างความกดดันโดยไม่จำเป็น
  4. ใช้งานยานพาหนะได้คุ้มค่าที่แท้จริง เมื่อรถถูกใช้งานอย่างปลอดภัยและอุบัติเหตุลดลง ก็จะช่วยให้รถสามารถใช้งานได้อย่างเต็มเวลาและคุ้มค่า
  5. ลดต้นทุนหรือใช้ต้นทุนได้คุ้มค่า เมื่ออุบัติเหตุลดลง ธุรกิจก็จะไม่ต้องสิ้นเปลืองกับค่าซ่อมบำรุง ค่าเสียหายของสินค้า ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญ ค่าเบี้ยประกันภัยสูงๆ ฯลฯ ทำให้ต้นทุนขนส่งลดลงและต้นทุนที่ใช้จ่ายจริงก็จะเป็นต้นทุนที่ใช้อย่างคุ้มค่าด้วย

ระบบ ADAS ที่ทำให้รถใช้งานได้คุ้มค่า ปลอดภัยมากขึ้น ลดต้นทุนมากขึ้น

ระบบ ADAS จาก Cartrack แตกต่างด้วยเทคโนโลยีที่เน้นเพิ่มความปลอดภัยและการลดต้นทุนจากรถแบบชัดเจน วัดผลได้ ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ

  1. ตรวจจับอันตรายจากสภาพแวดล้อมภายนอกรถและแจ้งเตือนคนขับรถทันที
  2. แจ้งเตือนคนขับรถด้วยเสียงและบันทึกภาพเหตุการณ์อัพโหลดขึ้นระบบบริหารจัดการรถแบบอัตโนมัติ
  3. แจ้งเตือนผู้จัดการยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ดูแลรถ โดยข้อมูลเหล่านี้จะบันทึกเข้าสู่ระบบและเรียกดูได้ทันที หรือจะดูแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี หรือกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการได้ตามแต่ผู้ใช้งาน
ระบบ ADAS ที่ทำให้รถใช้งานได้คุ้มค่า ปลอดภัยมากขึ้น ลดต้นทุนมากขึ้น

ระบบ ADAS ของ Cartrack มาพร้อมกับ

  • เทคโนโลยี AI และ Live-stream ภาพขึ้นสู่ระบบ
  • เตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning
  • การทำงานควบคู่กับระบบติดตามพฤติกรรมภายในห้องโดยสารของคนขับ หรือ Driver Monitoring System (DMS) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบการทำงานของ DMS ได้แก่

    - การตรวจจับการสูบบุหรี่ (Smoking Detection)

    - เหม่อลอย เหนื่อยล้า

    - การใช้โทรศัพท์

    - ใช้มือบังหน้ากล้อง

รถใช้งานของคุณจำเป็นต้องติดกล้องหรือไม่? กล้องระบบ ADAS คือ อุปกรณ์ที่รถของคุณควรติดตั้งหรือเปล่า? ธุรกิจท่านไหนมีคำถาม สอบถามหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ Cartrack ฟรี ที่โทร 021362920 , 021362921 ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลาทำการ หรือคลิกแอดและทัก LINE ของ Cartrack Thailand ที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

เชื่อว่า การไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยระหว่างการขับขี่ เป็นความฝันสูงสุดของการขับขี่ของคนขับรถทั่วโลก ซึ่งในเวลานี้ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าสุดๆ ผู้ขับขี่รถทั่วโลกกำลังได้เข้าใกล้ความฝันนี้แล้ว ด้วยนวัตกรรมที่ชื่อว่า ADAS