เราเชื่อว่าการไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยระหว่างการขับขี่ เป็นความฝันสูงสุดของการขับขี่ของคนขับรถทั่วโลก ซึ่งในเวลานี้ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าสุด ๆ ที่ชื่อว่ากล้อง ADAS กำลังทำให้สังคมขับขี่ปลอดภัยใกล้เป็นความจริงมากขึ้นแล้ว
บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ จะมาแนะนำว่า ADAS คืออะไร และทำไมถึงช่วยลดและหยุดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้กับผู้คนได้ไม่ว่าจะขับขี่ที่ไหนก็ตามบนโลกใบนี้ พร้อมแนะนำกล้องติดรถที่มีเซนเซอร์ชนิดพิเศษนี้ที่จะสร้างประโยชน์ให้การใช้รถของคุณมากกว่าที่คิด
บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:
ADAS แปลว่าอะไร และคืออะไร?
การทำงานต่าง ๆ ใน ระบบ ADAS มีอะไรบ้าง
กล้อง ADAS ทำงานอย่างไร แบบเข้าใจง่าย ๆ
ประโยชน์ของกล้อง ADAS ต่อการใช้งานรถและเครื่องจักร
ระบบกล้อง ADAS Cartrack ที่ทำให้รถใช้งานได้คุ้มค่า ปลอดภัยมากขึ้น ลดต้นทุนมากขึ้น
ADAS แปลว่าอะไร และคืออะไร?
ADAS ย่อมาจาก Advanced Driver Assistance Systems แปลว่า ระบบผู้ช่วยคนขับแบบทันสมัย หรือที่เรียกกันอีกแบบว่า แบบอัจฉริยะ
เทคโนโลยีและฟีเจอร์ของระบบ ADAS จะช่วยเพิ่มความสามารถของคนขับรถในการตอบโต้กับสถานการณ์บนท้องถนนได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น จนป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างครอบคลุม
การทำงานต่าง ๆ ใน ระบบ ADAS มีอะไรบ้าง
ปัจจุบันได้มีการนำฟีเจอร์การทำงานที่ระบบ ADAS สามารถทำได้ มาใช้ในอุปกรณ์กล้องติดรถ AI แบบอัจฉริยะ ซึ่งเป็นมุมมองกล้องแบบส่องออกนอกถนน โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
- Adaptive cruise control ระบบควบคุมความเร็วการขับขี่ แบบเพิ่ม ลด หรือหยุดได้ ตามรถคันข้างหน้า
- Lane departure warning การเตือนเมื่อรถเปลี่ยนเลนวิ่ง
- Automatic emergency braking การเบรกรถฉุกเฉินอัตโนมัติ
- blind-spot monitoring ระบบส่องจุดบอดของผู้ขับขี่ที่ด้านข้างและด้านหลังรถ
- pedestrian detection การตรวจจับคนคนเดินเท้า
- parking assistance ระบบช่วยจอดรถ
จากข้อมูลสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกา พบว่า ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning Systems) ลดอุบัติเหตุรถชนจากด้านหลังได้ถึง 27% กล้องมองหลังลดการชนจากการถอยรถไปด้านหลังถึง 17%
ขณะที่ระบบเบรกด้านหลังอัตโนมัติลดอุบัติเหตุได้ 78% ซึ่งทั้งหมดเป็นระบบที่มาจากกล้อง ADAS ทั้งสิ้น
ทีนี้เรามาดูกันว่ากล้อง ADAS ทำได้อย่างไร
กล้อง ADAS ทำงานอย่างไร แบบเข้าใจง่าย ๆ
กล้อง ADAS หรือ ระบบ ADAS ทำงานโดยใช้เซนเซอร์ที่ทำงานร่วมกับกล้อง ระบบอัลกอริทึม รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intteligence (AI) และ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ที่ช่วยเตือนสติคนขับรถถึงสภาพแวดล้อมรอบข้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วยไมโครชิปจำนวนมากที่ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบด้านการขับขี่ เช่น สภาพถนน รถคันอื่น ๆ บนท้องถนน แบบเรียลไทม์ ณ วินาทีนั้น
แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาแจ้งเตือนคนขับรถหรือให้ความช่วยเหลือทันที ทั้งนี้ระบบ ADAS จะมาพร้อมกับระบบเสียงเตือนด้วย ในแต่ละการเตือนต่าง ๆ
วิธีการทำงานของเซนเซอร์และกล้อง ADAS
- เซนเซอร์และกล้อง
ในระบบ ADAS จะมีเซนเซอร์และกล้อง โดยเซนเซอร์จะตรวจจับและเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบข้างยานพาหนะ เช่น รถคันอื่น ๆ คนเดินเท้า เส้นบนถนน และสิ่งกีดขวางหรือลูกระนาดบนถนน
โดยกล้อง ADAS จะนิยมใช้เป็นกล้องหน้ารถ ติดอยู่ที่กระจกด้านหน้ารถบริเวณกระจกมองหลังรถจะทำหน้าที่จับภาพร่วมด้วย
- ระบบประมวลผลข้อมูล
ข้อมูลที่กล้องและเซนเซอร์เก็บมาได้จะถูกประมวลผลทันทีหรือแบบเรียลไทม์ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนรถ ระบบเหล่านี้จะวิเคราะห์ข้อมูลว่าการขับขี่มีความเสี่ยงไหม โดยใช้รูปแบบข้อมูลและอัลกอริทึมที่กำหนดไว้แล้ว
- ระบบผู้ช่วยคนขับรถ
- เตือนการชนข้างหน้า (Forward Collision Warning) เตือนคนขับเมื่อขับรถใกล้รถคันข้างหน้าหรือสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเร็วเกินไป โดยทั่วไปคือ การป้องกันการชนท้ายรถคันอื่น
- เตือนการเปลี่ยนเลนถนน (Lane Departure Warning) เตือนเมื่อขับรถออกนอกเลนโดยไม่ให้สัญญาณ เช่น เปิดไฟเลี้ยว ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกเฉี่ยวชนจากรถคันอื่นได้
- ควบคุมความเร็วการขับขี่ แบบเพิ่ม ลด หรือหยุดได้ ตามรถคันข้างหน้า (Adaptive Cruise Control) เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและปลอดภัยจากรถคันข้างหน้า
- ตรวจจับจุดบอดรถด้านข้างและด้านหลัง (Blind Spot Detection) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเปลี่ยนเลนถนน
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking) ตรวจจับวัตถุด้านหน้าและด้านหลังที่รถเริ่มเข้าใกล้เกินไปและเบรกรถให้อัตโนมัติ เพื่อป้องกันการชนได้ทันที
ประโยชน์ของกล้อง ADAS ต่อการใช้งานรถและเครื่องจักร
รถและเครื่องจักรในที่นี้หมายถึง รถยนต์ รถบรรทุก ไปจนถึงรถตู้ รถกระบะตู้ทึบ หรือรถที่ใช้ในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ทุกประเภท ล้วนได้ประโยชน์จากการใช้งานกล้อง ADAS ทั้งสิ้น โดยหลัก ๆ มีอยู่ 5 ข้อ ได้แก่
- ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพราะ ADAS ช่วยลดและเลี่ยงความเสี่ยงของอุบัติเหตุ ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น จนสร้างเป็นวินัยการขับขี่ที่ดี
- อุบัติเหตุลดลง ระบบ ADAS จะช่วยเตือนพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุได้
- ติดตามและอบรมพฤติกรรมคนขับได้ถูกจุด การอบรมคนขับรถเป็นเรื่องที่ดี แต่การอบรมที่ไม่ถูกจุด นอกจากจะไม่เพิ่มทักษะการขับขี่แล้ว ยังสร้างบรรยากาศการทำงานที่เครียดและกดดันให้กับคนขับรถอย่างไม่จำเป็น
ในทางตรงกันข้าม ความเข้าใจในปัญหาได้อย่างถูกต้องและแก้ไขถูกจุด จะช่วยแก้ไขปัญหาการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สร้างความกดดันให้พนักงานคนอื่น ๆ โดยไม่จำเป็น
- ใช้งานยานพาหนะได้คุ้มค่าที่แท้จริง เมื่อรถถูกใช้งานอย่างปลอดภัยและอุบัติเหตุลดลง ก็จะช่วยให้รถสามารถใช้งานได้อย่างเต็มเวลาและคุ้มค่า
- ลดต้นทุนหรือใช้ต้นทุนได้คุ้มค่า เมื่ออุบัติเหตุลดลง ธุรกิจก็จะไม่ต้องสิ้นเปลืองกับค่าซ่อมบำรุง ค่าเสียหายของสินค้า ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญ ค่าเบี้ยประกันภัยสูงๆ ฯลฯ ทำให้ต้นทุนขนส่งลดลงและต้นทุนที่ใช้จ่ายจริงก็จะเป็นต้นทุนที่ใช้อย่างคุ้มค่าด้วย
ระบบกล้อง ADAS Cartrack ที่ทำให้รถใช้งานได้คุ้มค่า ปลอดภัยมากขึ้น ลดต้นทุนมากขึ้น
ระบบ ADAS จาก Cartrack แตกต่างด้วยเทคโนโลยีที่เน้นเพิ่มความปลอดภัยและการลดต้นทุนจากรถแบบชัดเจน วัดผลได้ด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ
- ตรวจจับอันตรายจากสภาพแวดล้อมภายนอกรถและแจ้งเตือนคนขับรถทันที
- แจ้งเตือนคนขับรถด้วยเสียงและบันทึกภาพเหตุการณ์อัปโหลดขึ้นระบบบริหารจัดการรถแบบอัตโนมัติ
- แจ้งเตือนผู้จัดการยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ดูแลรถ โดยข้อมูลเหล่านี้จะบันทึกเข้าสู่ระบบและเรียกดูได้ทันที หรือจะดูแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี หรือกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการได้ตามแต่ผู้ใช้งาน
ระบบกล้อง ADAS ของ Cartrack มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
- เทคโนโลยี AI และ Live-stream ภาพขึ้นสู่ระบบ
- เตือนการชนด้านหน้า (Front Collision Warning)
- การทำงานควบคู่กับระบบติดตามพฤติกรรมภายในห้องโดยสารของคนขับ หรือ Driver Monitoring System (DMS) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบการทำงานของ DMS ได้แก่
- การตรวจจับการสูบบุหรี่ (Smoking Detection)
- เหม่อลอย เหนื่อยล้า
- การใช้โทรศัพท์
- ใช้มือหรือวัตถุบังหน้ากล้อง
นอกจากจะเป็นกล้องที่มีคุณสมบัติในการเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว กล้องรถบรรทุกและรถยนต์ของ Cartrack ยังเป็นกล้องหน้ารถมี GPS ในตัวอีกด้วย ทำให้คุณติดตามข้อมูลการใช้งานรถได้ตลอด เหมือนที่กล่อง GPS ติดรถสามารถทำได้เลย
รถใช้งานในธุรกิจของคุณจำเป็นต้องติดกล้องหรือไม่? กล้องระบบ ADAS เป็นอุปกรณ์ที่รถของคุณควรติดตั้งหรือเปล่า? ธุรกิจท่านไหนมีคำถาม ต้องการสอบถามหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ Cartrack ฟรี เพียงกรอกข้อมูลการติดต่อของคุณที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น.
พิเศษ! โปรโมชันสำหรับลูกค้าคนสำคัญเช่นคุณ รับเลยทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถส่งของ GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกล้อง ADAS
กล้องติดรถยนต์ ระบบ ADAS จะแจ้งเตือนเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบวัตถุต่าง ๆ เช่น ขับใกล้ท้ายรถคันด้านหน้ามากเกินไป เปลี่ยนเลน เบรกฉุกเฉิน เป็นต้น เหมาะกับการติดกล้องรถเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เป็นกล้องติดรถ AI อีกรูปแบบที่ Cartrack ให้บริการ
ควรติด เพราะเทคโนโลยี AI ในกล้อง ADAS เหมาะสำหรับรถพยาบาลหรือรถฉุกเฉินที่จำเป็นต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำงานแข่งกับเวลาที่จำกัด การติดตั้งกล้องที่มีระบบ ADAS จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และให้กับผู้โดยสารภายในรถ รวมถึงแจ้งเตือนการชนด้านหน้าและการขับจี้ท้ายในระยะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
จุดบอดของรถจะเป็นบริเวณด้านข้างและด้านหลังรถ โดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกก่อสร้าง รถเทรลเลอร์ รถพ่วง ที่มักจะมีจุดบอดที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุขณะเปลี่ยนเลนถนน
ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
YouTube: CartrackThailand
TikTok: cartrack.thailand
LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที