BLOGS

GPS Speed Meter ความเร็ว เป็นเรื่องที่สามารถควบคุมได้

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

จากการที่กรมการขนส่งทางบก ประกาศให้ รถบรรทุก ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และ รถโดยสารสาธารณะทั้งหมด ต้องติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถ และเป็นรุ่น GPS กรมขนส่ง ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ก่อนนำรถมาจด/ต่อทะเบียน ตั้งแต่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไป ทำให้การกรวดขันวินัยจราจรมีการเพิ่มขึ้นไปด้วย ทั้งการตรวจจับความเร็วที่มีการเพิ่มจุดขึ้นมาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่กรมทางหลวงได้ประเมินมาแล้วว่าจะเกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ และแน่นอนว่ายิ่งช่วงเทศกาลการตรวจจับความเร็วก็จะยิ่งเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณเองไม่สามารถที่จะรอดพ้น กล้องตรวจจับความเร็ว ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างแน่นอน ฉะนั้นวันนี้เรามี Application (แอพพลิเคชั่น) ใหม่ที่จะมาช่วยให้คุณไม่โดนกล้องตรวจจับความเร็วบนทางหลวงทั่วประเทศเล่นงาน หากคุณได้ใช้เส้นทางที่กรมทางหลวงกำหนดความเร็วดังกล่าวไว้ จะได้ไม่เหยียบคันเร่งจนเพลิน จนต้องโดนใบสั่งส่งมาถึงที่บ้าน

ในการเดินทางด้วยรถยนต์สิ่งที่อาจจำเป็นต้องดูบ้างในการวางแผนการเดินทางก็ คือมิเตอร์วัดความเร็วรถ ซึ่งจะบอกความเร็วในการขับรถและ เส้นทางว่าเดินทางไปกี่กิโลเมตรแล้ว แต่ใช่ว่ารถทุกคันจะมาพร้อมรูปแบบคอมพิวเตอร์ทันสมัยนัก บทความนี้เลยจะนำเสนอให้รถคันเก่า หรือรถคันเก๋าของคุณที่มิเตอร์เสีย หรือพอใช้ได้ หรือรถปัจจุบันของคุณที่มีมิเตอร์วัดความเร็วเจ๋งๆ ทันสมัย ที่สามารถบอกรายละเอียดเพิ่มเติมที่มากกว่ามิเตอร์บนรถของคุณ ด้วย Application (แอพพลิเคชั่น) บนมือถือ SmartPhone อย่างง่ายดาย

สำหรับ Application (แอพพลิเคชั่น) นี้ถือเป็นอุปกรณ์เสริมของ GPS โดย Application (แอพพลิเคชั่น) ของ GPS รุ่นใหม่ ๆ นั้นจะมีตัว Speed Meter ที่สามารถติดตามและบอกพิกัดความเร็วในการขับขี่ผ่านจอแสดงผล (Dashboard) ในรถยนต์ของคุณ GPS Speed Meter ไม่ได้ใช้สำหรับรถยนต์ยนต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้กับรถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ และรถไฟได้อีกด้วย ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ขับขี่เท่านั้นแม้กระทั่งคุณเป็นผู้นั่งคุณก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าอัตราความเร็วในการวิ่งในตอนนี้ของยานพาหนะที่คุณกำลังโดยสารอยู่มีความเร็วอยู่ที่เท่าใด หน้าตาของ GPS Speed Meter  จะเป็นเข็มวัดความเร็ว พร้อมใช้งานได้ทันทีรายละเอียดก็จะมีทั้งจำนวนระยะทางที่วิ่งไป ความเร็ว ณ ขณะนั้น ความเร็วเฉลี่ยและความเร็วสูงสุด ในส่วนของการตั้งค่าสามารถเลือกการแสดงผลเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง ไมล์ต่อชั่วโมง เลือกหน่วยความสูง เลือกลักษณะตัวอักษร รีเซ็ตระยะทาง ขอบเขตความเร็วสูง นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนธีมหน้าจอแสดงผลได้ตามความชอบของผู้ใช้ได้อีกด้วย

GPS Speed Meter จะแสดงความเร็วปัจจุบันบนเครื่องวัดความเร็วเครื่องวัดความเร็วดิจิตอล / อะนาล็อกให้ความเร็วสูงสุดและความเร็วเฉลี่ยของคุณ เครื่องวัดความเร็วรอบนอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถสลับระหว่างหน่วยวัด (mph หรือ km / h) เพื่อใช้ในรถของคุณ (จักรยานรถยนต์ของคุณบนเรือหรือบนเครื่องบิน) และติดตามการเดินทางของคุณด้วยการติดตามสดบนแผนที่ ในการติดตาม GPS Speed Meter สามารถติดตามระยะทางเดินทางความเร็วเฉลี่ยและความเร็วสูงสุด และจัดเก็บข้อมูลประวัติการติดตามข้อมูลพร้อมกับการแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์  การติดตามเวลาพร้อมเวลาเดินทางทั้งหมด สามารถทำการ Reset (รีเซ็ต) ข้อมูลการติดตามประวัติอย่างรวดเร็วและง่ายดาย สำหรับสัญญาณที่ใช้ในการเตือนความเร็วของ GPS Speed Meter คือ สัญญาณเตือนความเร็ว Speed Limit Alarm

เมื่อคุณมี GPS Speed Meter แล้วคุณก็จะสามารถจำกัดความเร็วของการขับขี่ให้ได้ไม่เกินข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนดได้อย่างง่ายได้ แต่หากคุณไม่รู้ตัวผู้โดยสารหรือคนที่นั่งมากับคุณก็จะสามารถช่วยเตือนคุณได้ด้วย เนื่องจากตัวสัญญาณ GPS หากจับสัญญาณได้ก็จะสามารถบอกโชว์ได้ผ่านทางApplication (แอพพลิเคชั่น) บน Smartphone ถ้าหากคุณไม่ได้เป็นคนขับขี่เมื่อเห็นว่ารถที่คุณกำลังนั่งไปวิ่งด้วยความเร็วก็ควรที่จะเตือนคนขับสักนิดเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณเองและคนขับรถ อีกทั้งยังสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกด้วย จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุความประมาทจากการขับรถเร็วถือเป็นอันดับต้น ๆ

เคล็ดลับการขับขี่ยานพาหนะ ขับอย่างไรจึงปลอดภัย !

  1. รู้จักกฎหมาย –  ก่อนคุณจะแหกกฎต้องรู้จักลิมิตหรือกฎก่อนว่า ความเร็วตามกฎหมายที่จริงนั้นขับได้เท่าไรกันแน่ ที่จริงความเร็วตามกฎหมายกำหนดนั้นมีอยู่ในข้อกฎหมายอยู่แล้วและชัดเจน แต่ถ้าอ่านประมวลเล่มหนาไม่รู้เรื่องก็ให้รู้เอาไว้ว่าตามกฎหมายแล้ว ในเขตเมืองนั้นสามารถขับได้เพียง 80  กม./ชม. และนอกเมือง ทางด่วน และทางพิเศษนั้นคุณจะขับได้เพียง 120 กม./ชม.
  2. รู้จักพฤติกรรมตำรวจ  –  “รู้เขารู้เรา…รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ปรัชญาที่เราน่าจะเคยได้ยินกันมาบ่อยครั้งมากมายว่า จะทำอย่างไรให้ชนะ แน่นอนคุณต้องรู้จักคนที่จะมาจับคุณไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นพฤติกรรม เช่นลักษณะการสกัดจับ เส้นทางที่สกัดจับ การตั้งด่าน หรือบางครั้งพวกเขาอาจจะเพียงตั้งเครื่องมือไว้แล้วส่งบิลเก็บเงินพร้อมภาพถ่ายถึงบ้าน ไม่ว่ายังไง คุณสามารถเลี่ยงได้เพียงค้นหาข้อมูล หรือสอบถามจากผู้ที่เคยใช้เส้นทาง ถ้าคุณไม่ได้ขับประจำบนเส้นทางนั้นรู้ไว้ใช่ว่าก็เลี่ยงได้
  3. สังเกต  –  เชื่อหรือไม่ว่าความเป็นคนสังเกตจะทำให้คุณรอดได้ การเรียนรู้ที่จะมองไกล หรือ มองรถตรงข้ามที่สวนมา อาจจะบอกใบ้ได้ เช่นมีการกระพริบไฟ หรือ ในช่วงบริเวณนั้นรถก็ขับช้ากันเยอะแยะ จนผิดสังเกต ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ จะเป็นตัวบอกที่ดีว่า ข้างหน้าจะมีคุณตำรวจรอคุณอยู่หรือไม่

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทช่วยคุณให้รู้จักยับยั้งอุบัติเหตุได้แล้วตัวคุณเองก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวังและไม่ประมาทต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อเหตุนั้นเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะทำการแก้ไขแต่วันนี้มีมีเทคโนโลยีมาช่วยระงับเหตุ คุณซึ่งเป็นคนใช้รถใช้ถนนก็ควรจะช่วยกันขับขี่อย่างปลอดภัยด้วยเช่นกัน

GPS Speed Meter ระบบติดตามและแสดงผลความเร็วของยานพาหนะ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ขับจะไม่ขับในความเร็วมากเกินไป ซึ่งผิดกฏหมายและก่อให้เกิดอันตราย