BLOGS

Geofencing คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Geofencing คืออะไร? ทำไมธุรกิจมีรถหรือผู้จัดการยานพาหนะต้องรู้จักและใช้ให้เป็น? Geofencing คือ เทคโนโลยีสร้างขอบเขตเสมือนจริง ที่จะสร้างการแจ้งเตือนแบบทันทีเมื่อใดก็ตามที่บุคคลหรือยานพาหนะข้ามผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดไว้ 

ข้อมูลจากบริษัทผู้วิจัยตลาดและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ Fortune Business Insights ระบุว่า มูลค่าตลาด Geofencing ทั่วโลกอยู่ที่ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 12,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 ด้วยความต้องการบริการอิงตำแหน่งที่ตั้ง และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เพิ่มสูงขึ้น 

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ จะมาอธิบายเพิ่มเติมว่าธุรกิจคุณจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากเทคโนโลยีนี้และอยากเริ่มใช้งานต้องทำอย่างไร

Cartrack ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะจัดการงานยานพาหนะและธุรกิจ นอกจากติดตามรถ ระบบ Cartrack สามารถติดตามพฤติกรรมการใช้งาน เช่น การใช้ความเร็ว การเข้าออกพื้นที่ การใช้น้ำมัน ฯลฯ ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น จีพีเอสติดตามรถ เซนเซอร์น้ำมัน ฯลฯ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ทำให้ Cartrack เป็นที่ไว้วางใจลูกค้าระดับธุรกิจมากกว่า 125,000 ราย

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • Geofencing คืออะไร?
  • ประโยชน์ของเทคโนโลยี Geofencing มีอะไรบ้าง?
  • เวลาไหนที่คุณควรลงทุนในเทคโนโลยี Geofencing?
  • ธุรกิจมีรถอยากเริ่มใช้งาน Geofencing ต้องเริ่มอย่างไร?

Geofencing คืออะไร?

Geofencing คือ การสร้างขอบเขตพื้นที่แบบเสมือนจริง เพื่อให้ระบบตอบสนองโดยอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีการเคลื่อนที่เข้าหรือออกจากพื้นที่ที่กำหนด เช่น การส่งข้อความแจ้งเตือน โดยเทคโนโลยีนี้ทำงานผ่านการรวมซอฟต์แวร์เข้ากับเครื่องมือระบุตำแหน่งต่าง ๆ ได้แก่ ระบบจีพีเอสติดตาม, ข้อมูลเครือข่ายมือถือ, RFID หรือการระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ, สัญญาณ Wi-Fi ฯลฯ

ปัจจุบัน เทคโนโลยี Geofencing ได้รับความนิยมอย่างมากในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การตลาด การโฆษณา และการบริหารจัดการยานพาหนะ ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น

  • ธุรกิจค้าปลีก: Geofencing ใช้ส่งการแจ้งเตือนข้อความโปรโมชัน ไปยังมือถือของลูกค้า เมื่อลูกค้าเข้าเขตพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับร้านค้านั้น ๆ
  • งานบริหารจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management: Geofencing ใช้เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่หรือการเดินทางของยานพาหนะ พนักงานขับรถ และทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น บริษัทรู้ได้ทันทีหากคนขับออกนอกเส้นทางที่แนะนำ หรือเข้าเขตพื้นที่ต้องห้าม
  • ธุรกิจที่มีงานขนส่งสินค้า: Geofencing ช่วยให้บริษัทเห็นความเคลื่อนไหวเมื่อพัสดุถูกนำออกจากคลังสินค้า และผู้รับสินค้าสามารถรับการแจ้งเตือนสถานะการขนส่งพัสดุของตนเองได้แบบเรียลไทม์

หากธุรกิจของคุณอยู่ในประเภทเหล่านี้ และต้องการข้อมูลการใช้งาน Geofencing เพิ่มเติม ทักเข้ามาได้ที่แบบฟอร์มติดต่อกลับที่อยู่ด้านบนบทความหรือคลิกที่นี่

วิธีการทำงานของ Geofencing

วิธีหรือหลักการทำงานของ Geofencing คือ เทคโนโลยีนี้จะทำงานผ่านระบบบริหารจัดการยานพาหนะบนระบบคลาวด์ ในหน้าระบบบริหารฯ ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Geofencing ได้ด้วยการวาดเส้นขอบเขตลงบนแผนที่ เป็นรูปต่าง ๆ 

เช่น วงกลมรัศมี กรอบสี่เหลี่ยม หรือกรอบอิสระตามเขตพื้นที่จริงที่ต้องการ เพื่อใช้กำหนดพื้นที่สำคัญ เช่น คลังสินค้า สำนักงาน พื้นที่หวงห้าม เขตอันตรายที่มีความเสี่ยงสูง หรือจุดส่งสินค้า

การระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำ Geofencing จะใช้เทคโนโลยีหลายรูปแบบร่วมกัน เช่น

  • GPS เครื่องมือหลักที่ใช้ระบุตำแหน่งปัจจุบันของยานพาหนะหรือสิ่งที่ติดตามแบบเรียลไทม์
  • RFID หรือ Radio Frequency Identification เทคโนโลยีระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ โดยใช้คลื่นวิทยุส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ แท็กและเครื่องอ่าน เพื่อตรวจจับตำแหน่งในระยะใกล้
  • Wi-Fi สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้อุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายเฉพาะภายในอาคารหรือพื้นที่
  • ข้อมูลเครือข่ายมือถือ หรือ Cellular Data ช่วยประมาณตำแหน่งของอุปกรณ์โดยอาศัยเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้เคียง
  • Bluetooth ใช้ร่วมกับอุปกรณ์บอกตำแหน่ง เพื่อการติดตามที่แม่นยำสูงในพื้นที่ปิด เช่น ภายในคลังสินค้า

ประเภทของ Geofencing

ประเภทของ Geofencing แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ตามรูปทรงกรอบพื้นที่ที่วาดบนแผนที่ ได้แก่

1. วงกลม

กรอบพื้นที่จำลองที่วาดเป็นวงกลมรัศมีจากจุดศูนย์กลาง เหมาะสำหรับการสร้างกรอบพื้นที่แบบง่าย ๆ หรือการติดตามแบบทั่วไปหรือหว่านแบบกว้าง ๆ เช่น กรอบ Geofencing วงกลมภายในรัศมี 2 กม. จากโกดังสินค้า วาดเพื่อให้รู้ว่ารถขนส่งเข้าหรือออกเวลาไหน หรือเข้าออกหรือยัง

2. ทรงเหลี่ยม

กรอบพื้นที่จำลองที่วาดเป็นสี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม สามเหลี่ยม ฯลฯ เหมาะสำหรับการสร้างกรอบพื้นที่ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของพื้นที่นั้นๆ แบบแน่นอน เช่น สำนักงาน โกดัง หรือที่ดินเหมืองแร่

3. เส้นทาง

กรอบพื้นที่จำลองสามารถวาดตามเส้นทางได้ด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวบนเส้นทางถนนอย่างชัดเจน หรือควบคุมไม่ให้ออกนอกเส้นทางอย่างเคร่งครัด สามารถวาดได้ทั้งตรอกซอกซอย ถนนหลวง ทางด่วน ถ้าออกนอกเส้นทางระบบก็จะแจ้งเตือน

ประโยชน์ของเทคโนโลยี Geofencing มีอะไรบ้าง?

ประโยชน์หลัก ๆ ของเทคโนโลยี Geofencing คือ รับการแจ้งเตือนการเข้าและออกของรถ เครื่องจักร หรือคน ที่มีอุปกรณ์ติดตาม ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้รู้ได้ทันทีแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เข้าใจง่าย Cartrack แบ่งออกเป็นธุรกิจที่ใช้ Geofencing ดังนี้

Geofencing ในธุรกิจจัดการขนส่ง

Geofencing ในธุรกิจขนส่งหรือมีรถ/เครื่องจักรใช้งาน จะช่วยบริหารจัดการสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ใช้รถตรงตามวัตถุประสงค์ ลดการใช้รถนอกเรื่องงาน เพิ่มความรับผิดชอบของพนักงานในทรัพย์สินของบริษัท 

ประโยชน์ที่ธุรกิจขนส่งจะได้คือ เสริมความปลอดภัยในทรัพย์สินและบุคลากร บริหารจัดการฟลีทรถหรือเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบงานของพนักงาน ช่วยให้การทำงานละเอียดและเพิ่มความมีส่วนร่วมในงานของพนักงานด้วย

พนักงานขับรถกำลังจดข้อมูลการขนส่งกระดาษ

Geofencing ในด้านการตลาด

ในขณะที่ฝ่ายการตลาดก็ได้รับประโยชน์จาก Geofencing เช่นกัน เช่น การตลาดตามพื้นที่ แบรนด์ธุรกิจสามารถส่งข้อความโฆษณา โปรโมชัน หรือคูปองส่วนลดผ่าน Mobile App หรือ SMS ไปยังมือถือของลูกค้าได้ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่กรอบพื้นที่เสมือนที่แบรนด์ตั้งไว้

นอกจากนี้ Geofencing ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า โดยช่วยแบรนด์เก็บข้อมูลได้ว่าลูกค้าเข้าร้านบ่อยแค่ไหน ใช้เวลาอยู่ในร้านนานเท่าไหร่ หรือพวกเขามักจะไปที่ไหนต่อหลังจากออกจากร้านเรา ซึ่งข้อมูลนี้มีค่ามากในการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาว

ประโยชน์ที่ฝ่ายการตลาดจะได้รับคือ การซื้อหรือ Conversion Rate สูงขึ้น เพราะข้อความถูกส่งไปในช่วงเวลาและสถานที่ที่ลูกค้ามีโอกาสตัดสินใจซื้อง่ายมากที่สุด ประหยัดงบประมาณเพราะโฆษณาตรงกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มความภักดีในแบรนด์ การส่งสิทธิพิเศษเมื่อลูกค้าเข้ามาในพื้นที่ ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษได้ด้วย

Geofencing อยู่ในชีวิตประจำวันแต่ละวันมากมายกว่าที่คิด อยากนำไปใช้งานกับธุรกิจของคุณบ้าง คลิกเพื่อกรอกฟอร์มพูดคุยกับเราได้ที่นี่

เวลาไหนที่คุณควรลงทุนในเทคโนโลยี Geofencing?

หากมองในมุมธุรกิจ การลงทุนในเทคโนโลยี Geofencing ไม่ใช่แค่การซื้อระบบติดตามตำแหน่ง แต่คือการลงทุนเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน และความได้เปรียบทางการแข่งขัน

และเวลาไหนบ้างที่ธุรกิจคุณควรพิจารณาลงทุนในเทคโนโลยี Geofencing

1. เมื่อธุรกิจต้องการความโปร่งใสและการทำงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

Geofencing จะช่วยกำหนดเวลาการขนส่งได้แม่นยำและโปร่งใส ธุรกิจสามารถรู้ได้ทันทีว่าพนักงานขนส่งสินค้าตามเวลาหรือไม่โดยไม่ต้องรอดู ระบบจะแจ้งเตือนเอง ช่วยให้ฝ่ายที่รอรับสินค้าเตรียมตัวได้ล่วงหน้า ลดเวลาที่รถต้องจอดรอเฉย ๆ 

เมื่อไม่ต้องตามเอง ธุรกิจยังลดงานแอดมิน ทำงานได้เร็วขึ้น แทนที่จะต้องคอยโทรเช็กว่า "รถถึงไหนแล้ว?" ระบบจะส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อรถเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย

2. เมื่อธุรกิจต้องการเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการทุจริตระหว่างการขนส่ง

Geofencing จะแจ้งเตือนเมื่อรถหรือเครื่องจักรออกนอกเส้นทาง หากรถขนส่งแอบออกนอกเส้นทางที่กำหนด หรือเข้าไปในเขตห้ามเข้า ธุรกิจจะรู้ทันทีผ่านการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ความปลอดภัยในการใช้รถเพิ่มขึ้น

หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ได้รับอนุญาต Geofencing จะแจ้งเตือนทันที ซึ่งป้องกันการขโมยทรัพย์สินหรือทุจริตได้ด้วย

3. เมื่อธุรกิจต้องการลดต้นทุนการดำเนินงาน

ด้วยการควบคุมการเคลื่อนที่ของรถให้อยู่ในเส้นทางหรือพื้นที่ของ Geofencing ทำให้ช่วยลดระยะทางที่ไม่จำเป็น ควบคุมให้พนักงานขับรถอยู่ในเส้นทางที่วางไว้ จึงช่วยประหยัดน้ำมันและถนอมยานพาหนะ

นอกจากยานพาหนะแล้ว Geofencing ยังตรวจสอบได้ว่าพนักงานไปถึงไซต์งานจริงหรือไม่ และใช้เวลานานเท่าไหร่ ช่วยให้การคิดค่าจ้างหรือประเมิน KPI แม่นยำขึ้น

4. เมื่อธุรกิจต้องการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

Geofencing สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนแบบ Real-Time ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ลูกค้าจะได้รับข้อความอัตโนมัติว่า "พัสดุของคุณกำลังจะถึงในอีก 10 นาที" เมื่อพัสดุเข้าสู่พื้นที่จุดหมายการขนส่ง ซึ่งช่วยลดภาระของฝ่ายบริการลูกค้า และสร้างความมั่นใจให้ผู้รับ

5. เมื่อธุรกิจต้องการตัดสินใจงานด้วยข้อมูลดำเนินงานจริงมากกว่าการคาดเดาหรือเทรนด์

Geofencing จะช่วยให้ธุรกิจเห็นแนวโน้มพฤติกรรมการใช้รถ ได้ข้อมูลการใช้รถว่าอยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้องหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณปรับปรุงแผนธุรกิจได้ตามการดำเนินงานจริงและอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ เมื่อใช้และไม่ใช้ Geofencing

ใช้ Geofencing ไม่ใช้ Geofencing
ความเร็วในการทำงาน และ ความโปร่งใส เร็วขึ้น ลดเวลาการทำงานแนวแอดมิน เช่น ติดตามว่าพนักงานส่งของเสร็จแล้วหรือยัง นอกจากนี้ยังกำหนดได้ว่า ขนส่งจะต้องถึงกี่โมง อยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้องหรือไม่ ต้องติดตามงานด้วยตัวเองว่าเสร็จหรือยัง ไม่สามารถรู้ได้ทันทีแบบอัตโนมัติว่า รถขนส่งไปในพื้นที่ที่กำหนดหรือห้ามเข้าหรือเปล่า การทำงานโดยรวมจึงล่าช้า ไม่โปร่งใส
เพิ่มความปลอดภัยและป้องกันทุจริต แจ้งเตือนเมื่อรถหรือเครื่องจักรออกนอกเส้นทาง หรือเข้าไปในเขตห้ามเข้า ธุรกิจได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนหากมีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินในช่วงเวลาที่ไม่ได้รับอนุญาต ป้องกันการขโมยทรัพย์สินหรือทุจริต ไม่มีการแจ้งเตือนเมื่อยานพาหนะออกนอกเส้นทาง หรือเข้าพื้นที่ห้ามเข้า ซึ่งไม่ปลอดภัยและไม่สามารถป้องกันการทุจริตได้
ลดต้นทุนการดำเนินงาน ควบคุมการเคลื่อนที่ของรถให้อยู่ในเส้นทางหรือพื้นที่ ช่วยลดระยะทางที่ไม่จำเป็น ควบคุมให้พนักงานขับรถอยู่ในเส้นทางที่วางไว้ จึงช่วยประหยัดน้ำมันและถนอมยานพาหนะ รวมถึงช่วยตรวจสอบได้ว่าพนักงานไปถึงไซต์งานจริงหรือไม่ และใช้เวลานานเท่าไหร่ ช่วยให้การคิดค่าจ้างหรือประเมิน KPI แม่นยำขึ้น ไม่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เนื่องจากติดตามรถได้แต่ไม่ได้ควบคุมเส้นทางการขับขี่ยานพาหนะ หรือเวลาการอยู่ในพื้นที่ของพนักงาน
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ส่งข้อความแจ้งเตือนแบบ Real-Time ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ลูกค้าที่รอรับพัสดุได้ข้อความแจ้งเตือน เมื่อพัสดุเข้าสู่พื้นที่จุดหมายการขนส่ง ซึ่งช่วยลดงานการติดต่อลูกค้าของธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าผู้รับปลายทาง ลูกค้าปลายทางไม่รู้ว่าสินค้าจะมาส่งถึงเมื่อไหร่ และอาจทำให้งานจิปาถะเล็กน้อยของฝ่ายบริการลูกค้าของธุรกิจเพิ่มขึ้น
ตัดสินใจงานด้วยข้อมูลดำเนินงานจริง ไม่ใช่คาดเดา ธุรกิจเห็นแนวโน้มพฤติกรรมการใช้รถจริงแบบมีการแจ้งเตือนเรียลไทม์ เช่น รถอยู่ในพื้นที่ที่ถูกต้องหรือไม่ ทำให้ธุรกิจปรับปรุงแผนงานตามการดำเนินงานจริงและอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจมีข้อมูลแบบเรียลไทม์แต่ไม่มีการแจ้งเตือน อาจจะทำให้รับมือสถานการณ์งานได้ไม่ตรงตามจริง 100%

ผู้จัดการฟลีทกำลังดูแลรถใช้งานในธุรกิจ

ธุรกิจมีรถอยากเริ่มใช้งาน Geofencing ต้องเริ่มอย่างไร?

ธุรกิจมีรถที่อยากใช้งาน Geofencing สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้อย่างง่าย ๆ 

1. เลือกผู้ให้บริการระบบจีพีเอสติดตามรถที่เหมาะสม

เริ่มจากเลือกผู้ให้บริการระบบจีพีเอสติดตามรถที่เหมาะสม คือ มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จะมีเครื่องมือ Geofencing และเป็นเครื่องมือในระดับที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจจริง ๆ

นอกจากนี้ควรเลือกผู้ให้บริการระบบฯ ที่รองรับธุรกิจได้ทุกขนาด รวมถึงติดตั้งง่ายหรือมีบริการติดตั้งให้ และมีบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้

2. กำหนดพื้นที่ติดตามที่ธุรกิจต้องการ

เมื่อมีระบบจีพีเอสติดตามรถหรือบริหารจัดการยานพาหนะแล้ว จากนั้น เลือกพื้นที่ที่สำคัญต่อการดำเนินงานของธุรกิจคุณ เช่น คลังสินค้า ไซต์งาน เส้นทางส่งสินค้า หรือแม้แต่ตำแหน่งของลูกค้า และสร้างกรอบพื้นที่คลุมหรือล้อมรอบโซนเหล่านี้ 

การกำหนดกรอบพื้นที่ที่ชัดเจนจะช่วยให้ธุรกิจคุณโฟกัสเฉพาะจุดที่สำคัญและลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น

3. ตั้งค่าการแจ้งเตือนและระบบรายงานผล

เมื่อกำหนดโซนเสร็จแล้ว ให้ตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับกิจกรรมที่ผิดปกติ เช่น เมื่อรถออกจากโซนในเวลาที่ไม่เหมาะสม หรือเข้าไปในเขตห้ามเข้า 

หลังจากตั้งค่าแจ้งเตือน ก็ควรตรวจสอบรายงาน Geofencing อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสังเกตรูปแบบการเคลื่อนที่ พฤติกรรมคนขับ และการใช้งานรถ 

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณมองเห็นปัญหาและตัดสินใจได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง เพิ่มประสิทธิภาพ และรับรองความปลอดภัยของรถใช้งานไปพร้อมกัน

4. ฝึกอบรมพนักงานหรือผู้ใช้งาน

อบรมสร้างความเข้าใจในการทำงานของระบบกับพนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยิ่งทีมงานของธุรกิจคุณเข้าใจเครื่องมือ Geofencing มากเท่าไหร่ การใช้งานก็จะยิ่งเกิดประสิทธิผลมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อรู้ข้อมูลอย่างละเอียดแล้วว่า Geofencing คืออะไร ธุรกิจคุณพร้อมใช้งาน Geofencing หรือยัง? หากสนใจรายละเอียดทั้งหมด สอบถามว่ายานพาหนะที่คุณมีใช้ได้หรือไม่ อยากทราบราคา หรือขอใบเสนอราคา สามารถกรอกข้อมูลติดต่อของคุณที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

หรือหากธุรกิจสนใจติดตั้ง GPS ติดรถบรรทุก อุปกรณ์ GPS สำหรับรถประเภทต่าง ๆ หรือจะเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างกล้องติดรถ เซนเซอร์น้ำมัน ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับบริการ Geofencing Cartrack

บริการ Geofencing Cartrack ราคาเท่าไหร่?

บริการ Geofencing Cartrack จะรวมมาในแพ็กเกจ GPS ติดตามรถ Cartrack ทุกแพ็กเกจ ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม แค่ตั้งค่าก็ใช้งานได้เลย โดย GPS ติดตามรถ ราคา เริ่มต้นอยู่ที่ 379 บาท/เดือน หรือ 3,999 บาท/ปี

การกำหนดกรอบพื้นที่จำลอง (Geofencing) มีความแม่นยำสูงแค่ไหน?

มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากแผนที่ที่ใช้งานในระบบเป็นแผนที่ที่อ้างอิงจาก Google Maps ลิขสิทธิ์แท้ ผู้ใช้งานสามารถตีกรอบพื้นที่และตั้งค่าแจ้งเตือนได้ตามต้องการ โดยจะเลือกยานพาหนะบางคันหรือยานพาหนะทั้งหมดก็ได้ การตีกรอบทำได้ตั้งแต่พื้นที่เล็ก ๆ เช่น พื้นที่บริเวณอาคาร ไปจนถึงพื้นที่ใหญ่ ๆ เช่น เกาะ จังหวัด หรือเส้นเขตแดนประเทศ

เทคโนโลยี Geofencing Cartrack มีการแจ้งเตือนเมื่อรถเข้า-ออกพื้นที่แบบเรียลไทม์หรือไม่?

มี หากมีการนำรถที่มีหมายเลขทะเบียนที่ตั้งค่า เข้า-ออกกรอบพื้นที่จำลองที่ได้มีการตั้งค่าไว้ ระบบจะส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานให้ทราบทันทีตามช่องทางที่มีการตั้งค่ารับแจ้งเตือน เช่น ข้อความแจ้งเตือนแบบพุชบนแอปพลิเคชัน Cartrack, อีเมล, Telegram, LINE* (*อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

Geofencing รั้วอิเล็กทรอนิกส์จำลองตามจุดต่าง ๆ ในเมือง

Geofencing คืออะไร? ทำไมธุรกิจมีรถต้องรู้จักและใช้ให้เป็น? บทความคาร์แทรคมีคำตอบว่าธุรกิจคุณจะได้ประโยชน์อะไรจากเทคโนโลยีนี้ ถ้าอยากเริ่มใช้งานต้องทำอย่างไร