BLOGS

Geofencing คืออะไร ทำงานร่วมกับ GPS ติดตามรถอย่างไร?

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เข้าก็รู้ ออกก็รู้ แต่ไม่เห็นมีรั้ว ทำได้อย่างไร? นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Geofencing หรือกรอบพื้นที่จำลอง ฟีเจอร์สำคัญที่อยู่ในระบบติดตามยานพาหนะ และเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการรถใช้งานได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ ชวนคุยเรื่อง Geofencing คืออะไร ทำงานอย่างไร และสำคัญกับธุรกิจอย่างไร รู้แล้วใช้ประโยชน์เป็น ดูแลและจัดการรถง่ายและสบายขึ้นแน่นอน

Cartrack ระบบบริหารจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรชั้นนำของโลก เรามีสาขาถึง 24 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เราช่วยให้ธุรกิจมีระบบขนส่งในไทยและทั่วโลก จัดการการใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดต้นทุนเชื้อเพลิงและน้ำมัน และลดงานเอกสารและแอดมินที่ล่าช้า ให้ธุรกิจใช้เวลาต่อยอดความสำเร็จของตัวเองได้เต็มที่

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • Geofencing ในระบบจัดการยานพาหนะ คืออะไร?
  • Geofencing และ GPS ติดตามรถ ทำงานร่วมกันอย่างไร?
  • ทำไม Geofencing ถึงจำเป็นสำหรับการจัดการรถใช้งานในธุรกิจ?
  • ฟีเจอร์ Geofencing Cartrack รถเข้า-ออกพื้นที่ไหนก็ติดตามได้

Geofencing ในระบบจัดการยานพาหนะ คืออะไร?

Geofencing คือ เทคโนโลยีระบุตำแหน่งที่สร้างการแจ้งเตือนทันที เมื่อบุคคลหรือยานพาหนะข้ามผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กำหนดไว้

Geofencing หรือเรียกอีกอย่างว่า รั้วอิเล็กทรอนิกส์ มักอยู่ในระบบจัดการยานพาหนะ เพราะเทคโนโลยีนี้อาศัยระบบ GPS, RFID, Wi-Fi หรือข้อมูลเครือข่ายมือถือ เพื่อสร้างขอบเขตเสมือนหรือกรอบพื้นที่จำลองจากพื้นที่จริงในโลก 

  • GPS: เครื่องมือหลักในการระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของยานพาหนะ
  • RFID (Radio Frequency Identification): ใช้ป้ายแท็กและเครื่องอ่านในระยะใกล้ เพื่อตรวจจับตำแหน่งในพื้นที่เฉพาะเจาะจง
  • Wi-Fi: ช่วยให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่ายเฉพาะภายในอาคารหรือพื้นที่เขตเมืองที่มีสัญญาณหนาแน่น
  • ข้อมูลเครือข่ายมือถือ (Mobile Data): ช่วยประมาณการตำแหน่งโดยอิงจากเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ใกล้เคียง
  • Bluetooth: เพื่อการติดตามที่แม่นยำสูงในพื้นที่ปิดหรือระยะใกล้ เช่น ภายในโกดังเก็บสินค้า

ปัจจุบันเทคโนโลยี Geofencing ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการตลาด โฆษณา เช่น  หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้ห้างสรรพสินค้า A ระบบจะส่งแจ้งเตือนโปรโมชันไปยังโทรศัพท์ของคุณ สิ่งนี้มาจากการใช้เทคโนโลยี Geofencing

สำหรับธุรกิจมีรถขนส่ง Geofencing ยิ่งมีความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการยานพาหนะ Geofencing ถูกนำมาใช้เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของยานพาหนะ พนักงานขับรถ และทรัพย์สินต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น บริษัทสามารถตรวจสอบได้ทันทีเมื่อคนขับนำรถออกนอกเส้นทางที่กำหนด

หรือช่วยให้บริษัทขนส่งรู้ว่า พัสดุออกจากคลังสินค้าเมื่อใด ซึ่งการทำเช่นนี้ช่วยให้ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนอัปเดตสถานะความเคลื่อนไหวของคำสั่งซื้อไปยังผู้รับสินค้าปลายทางได้โดยตรง

คุณสมบัติของ Geofencing ในระบบ Fleet Management Cartrack

ฟีเจอร์ Geofencing ในระบบ Fleet Management Cartrack มีคุณสมบัติที่น่าสนใจและมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

1. การกำหนดพื้นที่เสมือนจริง

ผู้ใช้งานสามารถวาดกรอบพื้นที่บนแผนที่ในระบบจัดการยานพาหนะ โดยสามารถวาดได้หลากหลายรูปทรง  ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยม วงกลมรอบจุดส่งสินค้า หรือรูปทรงอิสระตามแนวเขตคลังสินค้า

ประโยชน์ที่ได้คือ ความสามารถกำหนดจุดกระจายสินค้า เขตอันตรายห้ามเข้า หรือพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันการก่อเหตุมิชอบของพนักงานได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

2. การติดตามและแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

ระบบจะส่งการแจ้งเตือนทันทีเมื่อรถเข้า-ออกพื้นที่ อย่างเช่น การเข้าถึงจุดหมายหรือวิ่งออกจากคลังสินค้า ช่วยตรวจสอบว่าคนขับวิ่งตามเส้นทางที่แนะนำหรือไม่ เพื่อควบคุมเวลาและค่าใช้จ่าย

3. การรวมการใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่งหลายอย่างเข้าด้วยกัน

ด้วยการผสานเทคโนโลยีหลายอย่างเข้าด้วยกัน ทั้ง GPS, RFID, Wi-Fi หรือข้อมูลเครือข่ายมือถือ ช่วยให้เราสามารถสร้างขอบเขตเสมือนบนแผนที่ในระบบได้อย่างแม่นยำมากที่สุด 

4. การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้

หากนอกจากการแจ้งเตือน ธุรกิจต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ระบบจัดการยานพาหนะพร้อม Geofencing ของ Cartrack สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อเก็บข้อมูลเฉพาะทางได้ เช่น เซนเซอร์น้ำมัน กล้องติดรถ ใช้ประกอบข้อมูล Geofencing ได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่น หากมีการแจ้งเตือน Geofence จากระบบจัดการยานพาหนะของรถ ธุรกิจต้องการดูภาพจากรถแบบเรียลไทม์ทันที โซลูชันที่ทำได้คือ ติดตั้งกล้องติดรถในจุดที่อยากดู เช่น ภายในห้องคนขับ หรือด้านข้างรถส่องถังน้ำมัน เป็นต้น 

5. การวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน

ด้วยการเก็บข้อมูลอย่างแม่นยำผ่านระบบจัดการยานพาหนะที่ทำงานร่วมกับ Geofencing ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบเวลาปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน 

เช่น ดูได้ว่ารถจอดแช่ในพื้นที่ส่งสินค้านานเกินไปหรือไม่ ยืนยันกับลูกค้าได้โดยอัตโนมัติว่าพัสดุถูกส่งถึงพื้นที่ตามเวลาที่กำหนด

จำลองการทำงานของ GPS ติดตามรถ และฟีเจอร์ Geofencing Cartrack

Geofencing และ GPS ติดตามรถ ทำงานร่วมกันอย่างไร?

Geofencing และ GPS ติดตามรถ ทำงานร่วมกันโดยการที่ Geofencing เป็นรั้วล่องหน ส่วนระบบ GPS ติดตามรถ เป็นเข็มทิศและเครื่องระบุพิกัด ทั้งสองอย่างทำงานร่วมกันเป็นวงจรดังนี้

1. GPS ติดรถระบุตำแหน่ง

เครื่อง GPS ติดตามรถที่ติดตั้งในรถจะรับสัญญาณจากดาวเทียม เพื่อระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดของรถในขณะนั้น ข้อมูลนี้จะถูกส่งกลับไปยังระบบจัดการยานพาหนะอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา

2. เปรียบเทียบพิกัดกับขอบเขต

ระบบจัดการยานพาหนะจะนำพิกัด GPS ที่ได้รับจากรถ พิกัดซึ่งมีลักษณะเป็นจุดไข่ปลา มาเปรียบเทียบกับกรอบพื้นที่ Geofence ที่ผู้ใช้งานวาดไว้บนแผนที่ในระบบ

3. ตรวจจับการข้ามเขตและแจ้งเตือน

เมื่อพิกัดรถจากนอกเขต เข้ามาในเขต หรือจากในเขตออกไปนอกเขต ระบบจะตรวจจับการตัดกันของเส้นขอบเขต และกระตุ้นคำสั่งแจ้งเตือน ตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น รถเลี้ยวเข้าคลังสินค้า รถวิ่งออกจากเขตที่กำหนดหรือออกนอกเส้นทาง เป็นต้น

4. ตอบสนองอัตโนมัติ

การแจ้งเตือนหลังจากตรวจจับคือ การตอบสนองอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะมีได้ทั้งการส่งข้อความสั้น, แอปพลิเคชัน Telegram บนโทรศัพท์มือถือ การแจ้งเตือนแบบพุชในแอปฯ หรือหน้าฟลีทระบบจัดการยานพาหนะ หรือส่งอีเมล ซึ่งผู้ใช้ระบบสามารถเลือกได้ว่าจะให้ใครได้รับการแจ้งเตือนบ้าง

ทำไม Geofencing ถึงจำเป็นสำหรับการจัดการรถใช้งานในธุรกิจ?

สำหรับธุรกิจมีรถ การทราบตำแหน่งของยานพาหนะและทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา คือ เรื่องจำเป็น 

โดยระบบ Geofencing จะช่วยให้คุณทำเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น ด้วยการสร้างรั้วเสมือนรอบพื้นที่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยทั้งปกป้องฟลีทรถ ลดความเสี่ยงความเสียหาย และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ที่ Cartrack สรุปให้ได้ดังนี้

1. เสริมความปลอดภัย ป้องกันโจรกรรม ปกป้องสินทรัพย์

การป้องกันการโจรกรรมถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของทุกธุรกิจ Geofencing ช่วยคุณดูแลความปลอดภัยได้โดยการเฝ้าติดตามจุดเข้า-ออกพื้นที่ เมื่อใดก็ตามที่รถข้ามขอบเขตที่คุณตั้งไว้ คุณจะทราบได้ทันที

ตัวอย่างเช่น หากมีรถบรรทุกขับออกจากลานจอดหลังเลิกงาน คุณจะได้รับแจ้งเตือนทันทีและสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที เช่น สกัดการขับขี่ก่อนที่รถจะขับหายไปไกล

นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งเขต Geofence รอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อเฝ้าระวังและลดโอกาสที่รถจะถูกโจรกรรมได้อีกด้วย

2. บริหารจัดการฟลีทรถ เครื่องจักร และทรัพย์สินแบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Geofencing ช่วยให้ธุรกิจคุณติดตามความเคลื่อนไหวตามเส้นทางส่งสินค้า หรือภายในหน้างานเฉพาะเจาะจง ทำให้สังเกตเห็นเมื่อพนักงานขับรถออกนอกเส้นทาง แอบนำรถไปใช้ส่วนตัว หรือจอดแช่นานเกินไป ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าไปแก้ไขปัญหาและให้ความรู้แก่คนขับได้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและการบำรุงรักษารถอย่างไร หรือจัดการหากพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตโดยเจตนา

3. เพิ่มความรับผิดชอบของพนักงานและคนขับรถ

พนักงานขับรถมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของธุรกิจ Geofencing ช่วยให้การติดตามการเคลื่อนที่ของรถเป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนขับปฏิบัติตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด เพราะพวกเขารับรู้ว่ามีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา

แรงกระตุ้นนี้จะช่วยปรับปรุงการขนส่งให้ตรงต่อเวลามากขึ้น สร้างเวลารับส่งสินค้าที่ตามกำหนด สร้างความรับผิดชอบ และยกระดับภาพรวมการทำงานของฟลีทรถให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จำลองการระบุตำแหน่งของพิกัด GPS ติดตามรถบนถนน

ฟีเจอร์ Geofencing Cartrack รถเข้า-ออกพื้นที่ไหนก็ติดตามได้

เพียงติดตั้งระบบติดตามยานพาหนะ Cartrack ผู้ใช้งานจะได้รับระบบจัดการยานพาหนะพร้อมระบบ Telematics ที่มีฟีเจอร์ Geofencing ได้ทันที ไม่ว่าจะนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศหรือกำลังปฏิบัติงานอยู่ที่ไหน ธุรกิจจะทราบทุกความเคลื่อนไหวของคนขับ และมั่นใจได้ว่ารถใช้งานขององค์กรจะใช้งานตามพื้นที่ที่กำหนดหรือไม่ไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่

รีวิว Cartrack: บริษัท BCI Security

บริษัทให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยเอกชนแบบครบวงจร BCI Security หนึ่งในลูกค้า Cartrack ที่ใช้งานฟีเจอร์ Geofencing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานรักษาความปลอดภัยเป็นประจำ

โดยก่อนหน้านี้ BCI Security ประสบปัญหาไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจริงหรือไม่ 

ปัญหานี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของ BCI เข้าถึงที่เกิดเหตุล่าช้า และทำให้ห้องควบคุมส่วนกลางไม่สามารถประสานงานในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทาง BCI Security จึงต้องการระบบที่ช่วยระบุพิกัดรถได้ทันทีพร้อมตรวจสอบพฤติกรรมคนขับไปในตัว

Cartrack แก้ไขและพัฒนาการดำเนินงานของ BCI อย่างไร:

  • การกำหนดขอบเขตแบบอัจฉริยะ: ฟีเจอร์ Geofencing ของ Cartrack ช่วยให้ BCI สามารถสร้างขอบเขตเสมือนรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน และแจ้งเตือนทันทีเมื่อคนขับเข้าหรือออกจากโซนนั้น ๆ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วประจำจุดพร้อมสแตนด์บายอยู่ในพื้นที่เสมอ ส่งผลให้เข้าถึงเหตุฉุกเฉินของลูกค้าได้รวดเร็วที่สุด
    นอกจากนี้ รายงานจากฟีเจอร์ Geofencing คือหลักฐานยืนยันการออกตรวจพื้นที่ให้ลูกค้ามั่นใจ และสร้างความรับผิดชอบให้แก่พนักงาน
  • การระบุพิกัดที่แม่นยำ: BCI Security สามารถระบุตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ได้แบบเรียลไทม์ จนสามารถเลือกส่งหน่วยที่อยู่ใกล้ลูกค้าที่สุดไประงับเหตุได้อย่างถูกต้องตามจริง ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง
    อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการบริการ เพราะ BCI สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุจริงตามเวลาที่ระบุ
  • การตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่: ผู้จัดการยานพาหนะของ BCI สามารถติดตามพฤติกรรมและรับแจ้งเตือนเมื่อคนขับใช้ความเร็วเกินกำหนด เบรกกะทันหัน หรือเข้าโค้งรุนแรง ช่วยให้ตรวจพบพฤติกรรมการขับขี่ที่อันตรายในช่วงเวลาที่ไม่มีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงช่วยลดการสึกหรอของรถและยืดอายุการใช้งานของกองรถให้ยาวนานขึ้น

ติดตั้งระบบจัดการยานพาหนะพร้อมฟีเจอร์ Geofencing จาก Cartrack ตั้งแต่วันนี้ เพื่อติดตามและจัดการการใช้ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในเวลาเดียว 

สนใจติดตั้งสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรงเพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.  

ไม่ว่าจะเป็น GPS ติดรถยนต์ GPS รถบรรทุก GPS ติดรถ กันรถหาย หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับ GPS ไม่จะเป็นเซนเซอร์น้ำมัน กล้องติดรถ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

โปรโมชันพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Geofencing ในระบบจัดการยานพาหนะ

ฉันสามารถตั้งค่ากรอบพื้นที่จำลอง (Geofencing) ได้ที่ไหน?

ผู้ใช้งานระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack เข้าสู่ระบบแล้ว เลือก “รายการ” จากนั้นเลือก “กรอบพื้นที่จำลอง” จากนั้นเลือก “+ เพิ่มกรอบพื้นที่จำลอง” เพื่อสร้างขอบเขตที่ต้องการการแจ้งเตือน ผู้ใช้ระบบสามารถสร้างกรอบ Geofencing เป็นรัศมีวงกลมจากพื้นที่ที่ต้องการติดตาม เช่น 50 กม. จากสำนักงานใหญ่ของบริษัท หรือสร้างกรอบพื้นที่แบบสี่เหลี่ยม หรือสร้างกรอบพื้นที่แบบอิสระด้วยการลากจุดต่อจุด เมื่อกำหนดกรอบแล้ว ก็ใส่รายละเอียด

หรืออีกวิธีคือการนำเข้าข้อมูลกรอบพื้นที่จำลองหลาย ๆ กรอบพร้อมกันผ่านไฟล์ Excel ซึ่งสามารถดูรูปแบบไฟล์ได้เมื่อคลิกที่ “นำเข้ากรอบพื้นที่จำลอง”
จากนั้น เลือกยานพาหนะที่ต้องการรับการแจ้งเตือน และกดเพิ่มกรอบพื้นที่จำลอง ก็เป็นอันเสร็จพร้อมใช้งาน

หากมีการนำรถออกนอกกรอบพื้นที่จำลอง ระบบติดตามยานพาหนะ Cartrack จะแจ้งเตือนทางไหน?

ระบบติดตามยานพาหนะ Cartrack แจ้งเตือนการเข้าหรือออกกรอบพื้นที่จำลองหลากหลายช่องทางที่ผู้ใช้ระบบสะดวก เช่น อีเมล, Telegram, Push Notification ในแอปฯ และระบบ, RSS Feed, ข้อความสั้น* (*มีค่าเครดิตข้อความ) รวมถึงยังส่งแจ้งเตือนเข้าระบบให้ทำการนัดหมายอบรมการขับขี่ใหม่โดยมีต้นเหตุจากเหตุการณ์นี้ได้ด้วย

ฟีเจอร์ Geofencing มีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถอย่างไร?

ฟีเจอร์ Geofencing มีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถ โดยช่วยเสริมความปลอดภัย ป้องกันโจรกรรม ปกป้องสินทรัพย์ บริหารจัดการฟลีทรถ เครื่องจักร และทรัพย์สินแบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเพิ่มความรับผิดชอบของพนักงานและคนขับรถในหน้าที่ขับขี่รถด้วย

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

จำลองการทำงานของรั้วอิเล็กทรอนิกส์ Geofencing

เข้าก็รู้ ออกก็รู้ แต่ไม่เห็นมีรั้ว!? กรอบพื้นที่จำลอง หรือ Geofencing คือฟีเจอร์สำคัญในระบบติดตามยานพาหนะ ที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการรถใช้งานได้ง่ายมากกว่าเดิม