BLOGS

10 สาเหตุที่ทำให้การจัดการน้ำมันรถในธุรกิจไม่ได้ผล!

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

บริหารจัดการรถดีขนาดนี้ แต่ทำไมค่าน้ำมันกลับยังพุ่งสูงขึ้นทุกเดือน? หลายธุรกิจติดตามและตั้งงบประมาณในงานขนส่งอย่างรัดกุม แต่สุดท้ายยังติดลบกับค่าน้ำมัน เพราะความจริงคือ ปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากราคาน้ำมันในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจุดรั่วไหลเล็ก ๆ ในการจัดการน้ำมันรถที่คุณอาจมองข้ามไป 

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้มาเจาะลึก 10 สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณยังจัดการน้ำมันรถใช้งานในธุรกิจไม่สำเร็จ พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลจริงและยั่งยืน

Cartrack ผู้ให้บริการระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจร เพื่อธุรกิจและหน่วยงานชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี Cartrack เป็นพาร์ทเนอร์กับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรมและทุกขนาด เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนน้ำมันและขนส่ง จนสามารถควบคุมงานขนส่งให้มีประสิทธิภาพทั้งด้านต้นทุนและรูปแบบการดำเนินงานอย่างแท้จริง

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • 10 สาเหตุที่ทำให้คุณจัดการน้ำมันรถในธุรกิจไม่ได้ผล
  • ทำไมการจัดการน้ำมันรถในธุรกิจถึงเป็นสิ่งสำคัญ?
  • จัดการน้ำมันรถแบบผู้เชี่ยวชาญ ลดต้นทุน สร้างกำไรไปกับ Cartrack

10 สาเหตุที่ทำให้คุณจัดการน้ำมันรถในธุรกิจไม่ได้ผล

เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขนส่ง เช่น ค่าน้ำมัน ก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทว่าสิ่งนี้กลับไม่ได้หมายความว่า กำไรของคุณจะเพิ่มขึ้นตามโดยอัตโนมัติ

เพราะงานขนส่งของคุณอาจยังมีรายงานค่าน้ำมันที่สูงเกินจริงจนลดกำไรของธุรกิจ ซึ่งนั่นอาจแปลว่ามีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำมันที่คุณต้องหันมาใส่ใจ

มาดู 10 สาเหตุว่า ทำไมคุณไม่สามารถจัดการน้ำมันที่รถใช้ได้เลย และทางแก้ไขที่ใช้รับมือได้จริง

1. ยานพาหนะรุ่นเก่าเกินไป

ไม่ใช่แค่เรื่องการเปรียบเทียบระหว่างรถเก่ากับรถใหม่ แต่ยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้องค์กรโดยเฉพาะภาคเอกชนคิดหนักเมื่อต้องซื้อรถใหม่ หรืออดทนใช้รถรุ่นเก่าต่อไปเพื่อลดการใช้งบประมาณก้อนโต ทว่า ทางแก้คิดว่าดีกลับกลายเป็น "จุดอ่อน" สำคัญในวิธีการจัดการน้ำมันรถใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะเป็น

  • ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันต่ำลง: เมื่อรถมีอายุมากขึ้น ความสามารถในการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพจะลดลง ส่งผลให้ระยะทางวิ่งของรถที่ได้จากน้ำมันแต่ละลิตรแต่ละหยดลดลง หรือน้ำมันหมดไว้ขึ้นและธุรกิจคุณต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น
  • การบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น: การสึกหรอตามกาลเวลาส่งผลให้รถต้องเข้ารับการซ่อมบำรุงบ่อยขึ้น ซึ่งบางครั้งรวมถึงปัญหาในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย

วิธีรับมือ: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างกลุ่มยานพาหนะของคุณ

เทคโนโลยีที่ติดตั้งมากับรถรุ่นเก่าอาจทำให้การติดตามการใช้น้ำมันทำได้ยากกว่ารถรุ่นใหม่ เช่น รถรุ่นเก่าบางคันไม่มีเทคโนโลยี CANBus ที่ช่วยติดตามการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรถใช้งานยกชุดก็อาจไม่ใช่ทางออก เพราะราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ดังนั้น ธุรกิจสามารถพิจารณารถไฟฟ้า (EV) และค่อย ๆ เปลี่ยนทดแทนรถรุ่นเก่า โดยอาจเริ่มหาข้อมูลจากธุรกิจที่เปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าว่า ก่อนและหลังเปลี่ยนรุ่นรถ ธุรกิจได้ผลลัพธ์ต่างกันแค่ไหน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

2. ขาดการฝึกอบรมคนขับเรื่องการประหยัดน้ำมัน

การขับรถซิ่ง การเบรกกะทันหัน และการจอดแช่สตาร์ทติดเครื่องทิ้งไว้ คือ พฤติกรรมสิ้นเปลืองน้ำมันของคนขับที่ธุรกิจอาจมองข้ามไป 

คนขับที่ขาดการฝึกอบรมมักไม่ตระหนักว่า พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้น้ำมันอย่างไร ดังนั้น ในขณะที่ธุรกิจพยายามลดต้นทุน พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีกลับยิ่งดันยอดใช้น้ำมันให้สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

  • ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น: การขับขี่ที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้การสิ้นเปลืองน้ำมันต่อกิโลเมตรสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายน้ำมันของกองรถ และทำให้ควบคุมงบประมาณได้ยากขึ้น
  • ความเสี่ยงต่อการทุจริตและการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ที่สูงขึ้น: คนขับที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้อง ขาดวินัย หรือไม่ทราบขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ของบริษัท อาจนำรถไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ซึ่งนำไปสู่การสิ้นเปลืองน้ำมันและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

วิธีรับมือ: รายงานประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน

รถของคุณใช้น้ำมันกี่ลิตรต่อกิโลเมตร? เพราะอัตราการใช้น้ำมันที่ผิดปกติหรือน้ำมันหมดไวอาจเป็นสัญญาณเตือนของการขโมยน้ำมัน หรือพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดี ซึ่งถ้าคุณไม่รู้วิธีคำนวณประสิทธิภาพของรถแต่ละคันที่ถูกต้อง ก็อาจเข้าใจเพียงว่า น้ำมันแพง ค่าน้ำมันเพิ่ม แต่ไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง

จากปัญหาที่ลูกค้าส่วนใหญ่มี Cartrack จึงออกแบบรายงานประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน เพื่อช่วยคุณตรวจจับความไร้ประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันของยานพาหนะ พร้อมแนะนำวิธีลดการสิ้นเปลืองน้ำมัน 

เช่น คนขับขาดวิธีการขับขี่ที่ดีแบบไหน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจัดการน้ำมันรถ และอาจมีส่วนให้ธุรกิจลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันไม่สำเร็จ

อยากเห็นรายงานประสิทธิภาพการใช้น้ำมันว่า แสดงผลอย่างไร เข้าใจง่ายไหม ใช้งานต่ออย่างไร ดูฟรีได้ที่นี่

3. รถใช้เดินทางระยะสั้นหรือขับ ๆ เบรก ๆ

เมื่อรถใช้ในการเดินทางระยะสั้นบ่อยครั้ง หรือขับขี่ในเมืองที่การจราจรติดขัด จนต้องขับไปเบรกไปบ่อยครั้ง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของรถลดลง เพราะโดยทั่วไปแล้ว การสตาร์ทรถใช้น้ำมันมากกว่าการขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ การขับขี่ระยะสั้นหรือการเหยียบเบรกบ่อยจึงอาจทำให้คุณสิ้นเปลืองค่าน้ำมันมากยิ่งขึ้น

การใช้รถระยะทางสั้นยังอาจเป็นสาเหตุของปัญหาการจัดการน้ำมัน เนื่องจาก

  • ตรวจสอบยาก: หากไม่มีระบบเทเลเมติกส์ อุปกรณ์ตรวจวัดน้ำมัน หรือระบบจัดการน้ำมัน ธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะอาจพบว่าเป็นเรื่องยากมากในการติดตามการใช้น้ำมันจากเที่ยวการขับขี่ที่ผ่านมาของรถ
  • ทุจริตและขโมยน้ำมันง่ายกว่า: เนื่องจากรถที่ใช้งานระยะสั้นเป็นประจำ จะยากต่อการตรวจสอบหรือดึงข้อมูลการใช้น้ำมันอย่างละเอียดกว่าการขับขี่เส้นทางยาว ๆ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตและการขโมยน้ำมัน

วิธีรับมือ: ระบบ GPS ติดตามรถแบบเรียลไทม์ ที่มองเห็นรถทุกคัน

ระบบ GPS ติดตามรถแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำให้กับระบบจัดการน้ำมัน โดยการติดตามตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของรถที่แม่นยำจะช่วยลดความเสี่ยงการขโมยน้ำมัน โดยเปรียบเทียบการสิ้นเปลืองน้ำมันของรถ กับระยะทางและกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงของยานพาหนะ

โดยระบบ GPS ติดตามรถแบบเรียลไทม์ของ Cartrack พร้อมฟีเจอร์วางแผนเส้นทางการขับขี่แบบอัตโนมัติ (Cartrack Delivery) จะช่วยจัดลำดับการจัดส่งสินค้าและใช้งานคนขับหรือรถใช้งานที่มีได้อย่างดีที่สุด โดยระบบวางแผนฯ จะออกแบบการขนส่งจากจุด A ไป B และไปยังจุด C ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

แน่นอนว่าธุรกิจอาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีรูปแบบการขนส่งสั้น ๆ ระบบวางแผนเส้นทางการขับขี่แบบอัตโนมัติ (Cartrack Delivery) จึงออกแบบมาเพื่อช่วยรวมการเดินทางระยะสั้นหลายเที่ยวให้กลายเป็นการเดินทางยาวเพียงเที่ยวเดียว ช่วยลดจำนวนเที่ยวการเดินทางที่ต้องจอดและออกตัวบ่อยครั้งซึ่งเป็นต้นเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมัน 

รวมถึงลดระยะทางและระยะเวลาการขับขี่ และจัดสรรการใช้รถและคนขับให้เหมาะสมตามพิกัดและจำนวนงานที่ควรได้รับในแต่ละวันด้วย โดยที่เจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการฝ่ายขนส่งไม่ต้องมานั่งวางแผนเส้นทางและลำดับงานทุกงานหรือรถทุกคันด้วยตัวเองอีกต่อไป

4. รถแบกน้ำหนักที่ไม่จำเป็น

น้ำหนักของรถและประสิทธิภาพการใช้น้ำมันมีความสัมพันธ์กันอย่างมาก น้ำหนักที่เกินมาทุก ๆ 1 กิโลกรัม อาจส่งผลให้เครื่องยนต์รถต้องทำงานหนักขึ้นและใช้น้ำมันมากขึ้น ทั้งในขณะเร่งความเร็วและขณะเบรก

นอกจากประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลดลงและค่าน้ำมันสูงขึ้นแล้ว การบรรทุกน้ำหนักที่ไม่จำเป็นยังส่งผลเสียที่คุณอาจคาดไม่ถึง เช่น

  • เร่งการสึกหรอของรถ: เมื่อรถบรรทุกน้ำหนักเกินหรือเพิ่มน้ำหนักบรรทุกบ่อยครั้ง ก็จะยิ่งสร้างภาระให้กับรถ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป จะเพิ่มการสึกหรอและเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางกลไกของรถ
  • เสี่ยงด้านความปลอดภัย: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้คนขับควบคุมรถได้ยากขึ้น และลดทอนความปลอดภัยในการขับขี่

วิธีรับมือ: ระบบจัดการยานพาหนะที่มีระบบวางแผนเส้นทางขับขี่อัตโนมัติ

แม้ดูเหมือนว่าทางออกจะง่ายนิดเดียว คือ บรรทุกของให้น้อยลงหรือหลีกเลี่ยงการขนของที่ไม่จำเป็นหรือผู้โดยสารมากเกิน แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่สิ่งของหรือคนที่เพิ่มเข้ามาบนรถเท่านั้น แต่การจัดสรรรถให้เหมาะสมกับงานก็มีผลเช่นกัน 

ฟีเจอร์วางแผนเส้นทางการขับขี่แบบอัตโนมัติ Cartrack Delivery ช่วยให้ธุรกิจจัดสรรรถที่ถูกต้องเหมาะสมกับคนขับสำหรับงานแต่ละงาน พร้อมแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพบว่างานดังกล่าวจำเป็นต้องใช้รถที่มีความจุหรือรองรับน้ำหนักเพิ่ม จากข้อมูลสินค้าหรือพัสดุที่บันทึกเข้าสู่ระบบในตอนจัดสรรงาน

สนใจดูตัวอย่างฟีเจอร์วางแผนเส้นทางการขับขี่อัตโนมัติ Cartrack Delivery คลิกเลยที่นี่

5. สภาพอากาศ

มลภาวะและสภาพอากาศส่งผลต่อน้ำมันของรถได้เช่นกัน ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็เช่น คนขับมักจะเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นขึ้นในวันที่อากาศร้อนจัด ซึ่งทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นถึง 25% 

หรือหากปิดแอร์แล้วเปิดกระจกแทน ก็ไม่ได้ช่วย ตรงกันข้ามการขับรถแบบเปิดกระจกไปด้วยจะทำให้เกิดแรงต้านอากาศ ที่ทำให้รถใช้น้ำมันมากขึ้นเช่นกัน

วิธีรับมือ: วางแผนการใช้รถเพื่อรับมือกับสภาพอากาศ

สภาพอากาศไม่ใช่สิ่งที่งานขนส่งจะหลบเลี่ยงได้ ดังนั้น การวางแผนจัดการน้ำมันที่ครอบคลุมถึงปัจจัยด้านสภาพอากาศ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและช่วยได้

ตัวอย่างเช่น หากขับขี่ในสภาพอากาศที่ร้อนกว่าปกติ อาจใช้วิธีลดการจอดรถกลางแจ้ง เพื่อลดอุณหภูมิในห้องขับขี่เพื่อลดการเปิดแอร์ให้แรงขึ้น หรือหากขับขี่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น คนขับสามารถใช้วิธีขับขี่อย่างนุ่มนวลในช่วงไม่กี่นาทีแรกเพื่ออุ่นเครื่องยนต์ แทนที่การจอดรถเพื่ออุ่นเครื่องทิ้งไว้

ธุรกิจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ตลอดเวลา ผ่านระบบจัดการยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพอย่าง Cartrack ตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อรถจอดแช่ติดเครื่องยนต์นาน เหมือนคนขับนั่งตากแอร์ในรถ 

รวมถึงดาวน์โหลดรายงานการจอดแช่ติดเครื่อง เพื่อดูภาพรวมความถี่หรือลักษณะการจอดแช่ติดเครื่องว่า รถคันไหนบ้างที่มีลักษณะนี้และคนขับคนใด ช่วยให้องค์กรแก้ไขพฤติกรรมขับขี่ที่สิ้นเปลืองน้ำมันนี้ได้อย่างตรงจุดและทันที

ระบบจัดการน้ำมัน ธุรกิจมีรถ

6. พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดี

บางครั้ง การขับขี่ที่ไม่ดีก็เกิดจากแค่เพราะคนขับมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็น 

ดังนั้น การปรับพื้นฐานการขับขี่และฝึกอบรมคนขับเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด การจอดติดเครื่องนาน เบรกรุนแรงหรือเร่งแซงรถคันอื่น โดยพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยเหล่านี้เสี่ยงก่อให้เกิด

  • การสิ้นเปลืองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น: โดยเฉลี่ย ต้นทุนจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีบนทางหลวงจะลดประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลง 15–30% และ 10–40% ในสภาพการจราจรในเมืองที่ต้องหยุดและออกตัวบ่อยครั้ง
  • ค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อมแซมที่สูงขึ้น: การขับรถประมาทจะเร่งความสึกหรอของยานพาหนะ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความเสียหายกับค่าใช้จ่ายที่สูง รวมถึงค่าปรับด้วย

วิธีรับมือ: ระบบติดตามและประเมินคนขับ

ธุรกิจสามารถลดพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีได้ด้วยการติดตามพฤติกรรมคนขับ ระบุพฤติกรรมเหล่านี้ ประเมินให้คะแนนอย่างชัดเจน และจัดอบรมคนขับตามเกณฑ์ เพื่อช่วยให้พวกเขาปรับปรุงการขับให้ดีขึ้น 

การใช้ระบบกลางที่มีเกณฑ์ชัดเจนจะช่วยลดความขุ่นข้องหมองใจของการให้คะแนน เพราะหากบริหารจัดการไม่ดี ก็อาจสร้างความไม่พอใจในองค์กรและทำให้พนักงานรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมได้

ด้วยระบบจัดการยานพาหนะพร้อมฟีเจอร์ติดตามคนขับของ Cartrack ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการขับขี่ในทุก ๆ เที่ยวเดินทาง ให้ธุรกิจสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมและให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคลได้

ระบบติดตามคนขับ Cartrack มาพร้อมรายงานคะแนนคนขับ หรือ Driver Scorecard ให้คะแนนความถี่จากระดับความเสี่ยงของพฤติกรรม เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด เบรกรุนแรง เข้าโค้งกะทันหัน พร้อมตั้งค่าการแจ้งเตือนพฤติกรรมสิ้นเปลืองน้ำมันตามต้องการ เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อคนขับทำผิดกฎ

รายงานคะแนนคนขับแบบอัตโนมัติจาก Cartrack เป็นอย่างไร คลิกที่นี่เพื่อขอดูตัวอย่างฟรีและรับคำปรึกษาฟรีจากเจ้าหน้าที่

7. การทุจริตและขโมยน้ำมัน

การทุจริตและขโมยน้ำมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ในไทย และเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายต่อธุรกิจอย่างมหาศาล จนทำให้ธุรกิจต่างหันมาลงทุนติดตั้งระบบจัดการน้ำมันเพื่อตรวจจับการทุจริตน้ำมัน 

อย่างไรก็ดี หากระบบจัดการน้ำมันเป็นแบบที่ไม่ถูกต้อง ความพยายามในการปราบปรามทุจริตน้ำมันของธุรกิจอาจไม่เห็นผลได้ เพราะการทุจริตลักษณะนี้มักเกิดจากคนในองค์กร

วิธีที่พนักงานจะทุจริตค่าน้ำมันได้ เช่น การใช้ AI สร้างบิลค่าน้ำมันปลอมที่เกินจากระดับการเติมจริง การดูดน้ำมันออกจากถังน้ำมัน การเติมน้ำมันผิดประเภท/ไม่ได้มาตรฐาน หรือการทุจริตผ่านบัตรเติมน้ำมัน ซึ่งการทุจริตด้วยวิธีเหล่านี้สามารถส่งผลให้เกิด

  • ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของบริษัท: การไม่ติดตามและควบคุมค่าใช้จ่ายน้ำมันส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนที่สูงเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้
  • การปฏิบัติงานถูกหยุดชะงัก: การดูดน้ำมันหรือการเติมน้ำมันผิดประเภทอาจทำให้รถต้องหยุดจอดเสีย เสียค่าใช้จ่ายสูง และส่งผลกระทบต่อประสิทธิผลการทำงานจากยานพาหนะ

วิธีรับมือ: ระบบจัดการน้ำมันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

การทุจริตและการขโมยน้ำมันสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจอย่างมหาศาล แต่หากปราศจากระบบตรวจวัดน้ำมันที่ถูกต้อง คุณอาจจะพลาดความผิดปกติเหล่านี้ได้ง่ายมาก 

ระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack พร้อมฟีเจอร์จัดการต้นทุนขนส่ง MiFleet ในตัว ช่วยให้คุณติดตามการขโมยน้ำมันได้ง่ายขึ้น โดยส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อพบอัตราการใช้น้ำมันและการจ่ายค่าน้ำมันที่ไม่ถูกต้องกับระยะทางจริงที่ยานพาหนะใช้

8. การใช้รถหรือเครื่องจักรแบบผิดวัตถุประสงค์

คนขับออกนอกเส้นทาง คนขับใช้รถไปทำธุระส่วนตัว ฯลฯ ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อการจัดการน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างความสูญเสียทางงบการเงินของบริษัทอย่างรุนแรง 

ตัวอย่างเช่น พนักงานเคลื่อนย้ายเครื่องจักรขุดเจาะหรือก่อสร้างไปใช้ทำงานส่วนตัวในพื้นที่อื่น แต่ปล่อยให้บริษัทรับภาระค่าน้ำมัน การนำทรัพย์สินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์นี้ย่อมสร้างต้นทุนที่สูงให้กับคุณ

หรือคนขับนำรถไปใช้รับส่งลูกไปโรงเรียนและส่งภรรยาไปทำงาน ก่อนที่ตัวเองจะไปทำงานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ทำให้เกิดการใช้น้ำมันที่เกินจากการใช้งานจริง รายจ่ายที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ทำให้ธุรกิจคุณบริหารจัดการน้ำมันไม่สำเร็จ

วิธีรับมือ: ระบบกรอบพื้นที่จำลองและระบบยืนยันตัวตนคนขับ

ระบบ GPS ติดตามแบบเรียลไทม์ทรงประสิทธิภาพจาก Cartrack มาพร้อมกับฟีเจอร์สร้างกรอบพื้นที่จำลอง (Geofence) และฟีเจอร์ยืนยันตัวตนคนขับ (DID) ของ Cartrack ช่วยกำหนดการใช้ยานพาหนะหรือทรัพย์สินของบริษัทให้ไม่ถูกนำไปใช้กับธุระส่วนตัว 

ธุรกิจจะสามารถตรวจสอบการเบิกค่าน้ำมัน ชั่วโมงการทำงานของรถและเครื่องจักร ผู้ใช้รถ ได้อย่างแม่นยำและอัตโนมัติจากที่ไหนก็ได้ผ่านระบบฯ โดยไม่ต้องไปที่รถหรือมองเห็นตัวรถอยู่ตลอดเวลา 

สร้างกรอบพื้นที่จำลองบนระบบติดตามรถ ทำอย่างไร ดูตัวอย่างการใช้ฟีเจอร์นี้ได้ฟรี คลิกที่นี่ 

9. การบำรุงรักษายานพาหนะหรือเครื่องจักรที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ยานพาหนะและเครื่องจักรแต่ละเครื่องต้องการการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุและรักษาประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องยนต์และน้ำมัน 

การละเลยงานบำรุงรักษาและตรวจเช็กระยะ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ การตรวจเช็กเครื่องยนต์และลมยาง หรือการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสมตามการใช้งานจริง มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ประสิทธิภาพการใช้รถและน้ำมันลดลง

หรือไม่ได้ตั้งใจที่จะละเลย แต่เมื่อคุณต้องบริหารจัดการยานพาหนะและเครื่องจักรจำนวนมากที่มีอายุ ลักษณะการทำงาน และสถานที่ที่แตกต่างกัน มันกลายเป็นเรื่องยากโดยปริยายที่จะติดตามและจัดการบำรุงรักษาสำหรับรถทุกคันด้วยการจดและจำด้วยตัวเอง 

  • การสิ้นเปลืองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น: รถหรือเครื่องจักรที่มีสภาพไม่พร้อมหรือชำรุดทำให้การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นได้
  • ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันลดลง: การละเลยการบำรุงรักษาจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน ทำให้รถทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อเวลาผ่านไป

วิธีรับมือ: ระบบแจ้งเตือนการเช็กระยะและการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

ระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack พร้อมฟีเจอร์แจ้งเตือนนำรถหรือเครื่องจักรเช็กระยะและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ทำให้ธุรกิจสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนตามการใช้งานจริงหรือตามต้องการได้อย่างง่ายดาย

ธุรกิจจะมีข้อมูลความต้องการบำรุงรักษาและการเข้าบริการของรถแบบอัตโนมัติหรือทันท่วงที นอกจากระบบแจ้งเตือนแล้ว ระบบจัดการยานพาหนะที่มีระบบแจ้งเตือนฯ ของ Cartrack ยังช่วยให้ธุรกิจคุณบำรุงรักษาเชิงป้องกัน หรือตามความเหมาะสมของยานพาหนะแต่ละคัน โดยใช้ข้อมูลการใช้งานร่วมกับประวัติการบำรุงรักษา เพื่อคาดการณ์และวางแผนบำรุงรักษาที่รถของคุณต้องการจริง ๆ ในอนาคต

10. ขาดระบบจัดการยานพาหนะหรือระบบจัดการน้ำมันที่ทันยุค เข้ากับการใช้งานจริง

เหตุผลสำคัญข้อสุดท้ายที่การจัดการน้ำมันรถใช้งานในธุรกิจยังไม่ได้ผลคือ ธุรกิจขาดระบบจัดการน้ำมันและยานพาหนะที่ทันสมัยหรือตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานจริง ๆ เช่น GPS ติดตามรถแบบมีเทคโนโลยีเทเลเมติกส์เพื่อการติดตามแบบเรียลไทม์และการสื่อสาร เซนเซอร์น้ำมันที่แม่นยำและเหมาะสมกับเครื่องยนต์ด้วยในเวลาเดียวกัน ฯลฯ 

เพราะเซนเซอร์น้ำมันจาก 2 เจ้า หรือแม้แต่ 2 รุ่น ยังสามารถให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำไม่เท่ากันได้เลย ดังนั้น การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากทำทุกอย่างแล้วยังคุมค่าน้ำมันไม่ได้ ลองทบทวนดูว่า หรือธุรกิจยังขาดข้อนี้อยู่หรือไม่

หากไม่มีระบบจัดการน้ำมันที่ถูกต้อง จะทำให้ยากต่อการ

  • มองเห็นภาพรวมการใช้น้ำมัน: การบริหารและควบคุมการใช้น้ำมันทั้งหมดจะยากขึ้น เปิดช่องให้การขโมยน้ำมันหรือการใช้รถผิดวัตถุประสงค์เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นและซึ่งหน้า
  • ใช้น้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด: การตรวจวัดน้ำมันสามารถช่วยระบุรูปแบบการใช้น้ำมันของรถทั้งหมด และให้ข้อมูลเชิงลึกในการปรับตารางการส่งสินค้า และใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีรับมือ: ระบบจัดการน้ำมันขั้นสูง

การยกเครื่องระบบจัดการน้ำมันรถให้เป็นแบบขั้นสูงหรือ Advanced เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการติดตามการใช้น้ำมันและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถอย่างใกล้ชิด 

ระบบจัดการน้ำมัน Cartrack มาพร้อมกับเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันคุณภาพสูง ที่ตรวจจับและระบุการใช้งานที่ผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำมันและรถ พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven insights) ทั้งในรูปแบบรายงานและคำแนะนำ เพื่อให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบไหนที่ติดตั้งกับรถใช้งานของคุณได้ สอบถามเจ้าหน้าที่ฟรีได้ที่นี่

การจัดการน้ำมันรถ ควบคุมพฤติกรรมคนขับ เป็นสิ่งสำคัญ

ทำไมการจัดการน้ำมันรถในธุรกิจถึงเป็นสิ่งสำคัญ?

ไม่ว่าธุรกิจจะมีรถใช้งานแค่ 2-3 คัน หรือมีรถเยอะเป็นฟลีทใหญ่เป็นร้อยคัน หรือมีเครื่องจักรเฉพาะทาง การจัดการน้ำมันรถอย่างไม่ถูกต้องหรือละเลยการจัดการน้ำมันสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่ออนาคตของธุรกิจคุณได้มากกว่าที่คิด

หากธุรกิจคุณยังไม่ได้เริ่มใช้วิธีจัดการน้ำมันอย่างชัดเจน นี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรหันมาจัดการน้ำมันรถในธุรกิจอย่างจริงจัง

1. ราคาน้ำมันและงบค่าขนส่งที่สูงขึ้น

ราคาน้ำมันในไทยปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้งและได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เช่น ราคาน้ำมันของต่างประเทศ สงคราม ฯลฯ การไม่ติดตามอัตราการใช้น้ำมันรถอย่างใกล้ชิดและจัดการการใช้น้ำมันไม่ถูกต้องจะส่งผลให้การจัดทำงบประมาณขาดความแม่นยำ

หากปราศจากงบประมาณที่แม่นยำหรือมีโครงสร้างชัดเจน และการจัดการน้ำมันที่ถูกต้อง ธุรกิจจะไม่สามารถจัดสรรต้นทุนหรือรองรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของยานพาหนะได้อย่างเหมาะสม ระบบจัดการน้ำมันจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการติดตามและบริหารจัดการต้นทุนค่าน้ำมันของคุณ

2. การทำบัญชีค่าน้ำมันด้วยตัวเองอาจไม่ตอบโจทย์

เมื่อคุณต้องดูแลและบริหารจัดการรถใช้งานหลากหลายคันและรุ่น หรืออาจรวมถึงเครื่องจักรกลเครื่องยนต์ การใช้วิธีลงบัญชีลงสมุดบันทึกด้วยมืออาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเข้ามาผ่านระบบดิจิทัล เช่น ค่าน้ำมันจ่ายผ่านบัตรฟลีทการ์ด

3. การมองไม่เห็นการทุจริต การขโมยน้ำมัน และความเสี่ยงอื่น

หากปราศจากการจัดการน้ำมันที่เหมาะสม ธุรกิจอาจมองไม่เห็นถึงพฤติกรรมทุจริตค่าน้ำมันที่สูบเงินออกจากฟลีทรถ ความเสี่ยงจากการทุจริต เช่น การขโมยน้ำมัน การนำรถไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และการทุจริตบัตรเติมน้ำมัน สามารถป้องกันได้ด้วยระบบหรือมาตรการตรวจวัดน้ำมันที่ถูกต้อง

4. การมองไม่เห็นภาพรวมข้อมูลการใช้งานยานพาหนะ

การมองไม่เห็นภาพรวมของยานพาหนะเสี่ยงต่อการนำรถไปใช้ในทางที่ผิดหรือการใช้งานยานพาหนะเกินกำลัง ซึ่งการจัดการน้ำมันจะช่วยธุรกิจตรวจจับการใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์ และไม่ต้องมาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว

5. ผลกระทบและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้งานรถ

ธุรกิจเริ่มหันมาทำนโยบายด้านความยั่งยืน (Sustainability) ในภาคธุรกิจมากขึ้น โดยนโยบายนี้นอกจากจะดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีผลต่อภาษีธุรกิจและการอุดหนุนของลูกค้าของธุรกิจ 

เพราะลูกค้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยก็เป็นภาคธุรกิจเหมือนกัน จึงมักจะต้องหาผู้ให้บริการที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อบริหารจัดการผลประโยชน์ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมของตัวเองด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างหน้าระบบแดชบอร์ดระบบจัดการน้ำมัน Cartrack

จัดการน้ำมันรถแบบผู้เชี่ยวชาญ ลดต้นทุน สร้างกำไรไปกับ Cartrack

น้ำมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ ต้นทุนขนส่งพุ่งแบบคุมไม่ได้ ธุรกิจคุมปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการจัดการน้ำมันรถที่มีประสิทธิภาพอย่างการใช้ระบบจัดการยานพาหนะและระบบจัดการน้ำมัน Cartrack ทำไมเทคโนโลยีของ Cartrack ถึงจัดการได้จริง?

  • ติดตามการใช้รถและเครื่องจักรได้อย่างแม่นยำ
  • มีระบบแจ้งเตือนการใช้ยานพาหนะ รู้ทันทีว่า การใช้งานนี้ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง
  • กำหนดการใช้พื้นที่ เวลา และคนขับได้ ควบคุมการใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น
  • มีระบบแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของน้ำมัน เติมเข้า ลดลงผิดปกติ รู้ทันที หยุดทุจริตได้ทันการ

หากธุรกิจของคุณสนใจติดตั้งระบบจัดการน้ำมันรถ ระบบจัดการยานพาหนะ GPS ติดตามรถ GPS รถประเภทต่าง ๆ ติดตั้งกับ Cartrack ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง คลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับระบบจัดการน้ำมัน

เซนเซอร์น้ำมัน และ ระบบจัดการน้ำมัน ต่างกันอย่างไร?

เซนเซอร์น้ำมันและระบบจัดการน้ำมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้งานร่วมกัน แต่หน้าที่ในการทำงานคนละรูปแบบกัน โดย Cartrack สามารถอธิบายความแตกต่างได้ ดังนี้

เซนเซอร์น้ำมัน เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับวัดปริมาณน้ำมันในถังของรถ ซึ่งในท้องตลาดมีให้บริการหลากหลายแบบ ทั้งเซนเซอร์แบบอนาล็อกหรือเซนเซอร์ลูกลอย เซนเซอร์ CANbus และเซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถังหรือแบบ Tube โดยต้องนำไปติดตั้งไว้ที่รถที่ต้องการติดตามระดับน้ำมัน โดยจำเป็นต้องติดตั้งกล่อง GPS ติดรถ เพื่อทำงานร่วมกับเซนเซอร์น้ำมันด้วย

ส่วนระบบจัดการน้ำมัน เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลที่เซนเซอร์น้ำมันตรวจสอบได้ และนำมาแสดงผลให้ผู้ใช้งานระบบมองเห็นข้อมูลภาพรวมทั้งหมด โดยจะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ รวมถึงดึงข้อมูลออกมาเป็นรายงานได้ เช่น ฟีเจอร์ Mifleet สำหรับบันทึกค่าใช้จ่ายการใช้น้ำมัน ข้อมูลการเติมน้ำมันและใช้น้ำมันรูปแบบกราฟ เป็นต้น

ติดตั้งระบบจัดการน้ำมันกับรถประเภทใดได้บ้าง?

ระบบจัดการน้ำมันใช้งานได้กับรถหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก รถตู้ รถบรรทุก รถโดยสาร รถกระบะตู้ทึบขนาดกลาง ไปจนถึงรถบรรทุก หรือรถพ่วงขนาดใหญ่

โดยจุดประสงค์เพื่อช่วยจัดการควบคุมต้นทุนค่าน้ำมัน ให้ธุรกิจมีรถ หรือบริษัท หน่วยงาน และองค์กรที่มีรถใช้งานจำนวนมาก หรือมีความกังวลว่าจะเกิดการทุจริตน้ำมัน แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันเพื่อทำงานร่วมกับระบบจัดการน้ำมันรถ สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้

ระบบจัดการน้ำมันกับ Cartrack ราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่?

ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 379 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับรูปแบบระบบที่เหมาะสำหรับรถหรือเครื่องจักรของคุณ ท่านที่สนใจติดตั้งใช้งานระบบจัดการน้ำมันกับ Cartrack สามารถสอบถามข้อมูลการบริการและราคาได้โดยตรงกับเจ้าหน้าที่ Cartrack เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่แนะนำรูปแบบเซนเซอร์น้ำมันที่เหมาะสมกับรถของคุณ

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

การจัดการน้ำมันรถในธุรกิจ

บริหารจัดการรถดีขนาดนี้ แต่ทำไมค่าน้ำมันยังพุ่งสูงทุกเดือน? ปัญหานี้มักไม่ได้เกิดจากราคาน้ำมันในตลาดอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดการน้ำมันรถที่มีปัญหาซ่อนอยู่