คำถามที่ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งหลายคนสงสัยคือ มีวิธีอะไรไหมที่ช่วยให้ผู้คนผ่านพ้นยุคน้ำมันแพงนี้ไปได้? หรือธุรกิจที่มีรถขนส่งเป็นหลักในการทำงานจะใช้ “เซนเซอร์น้ำมัน” ช่วยได้หรือไม่? หลังโลกกำลังเผชิญภาวะราคาน้ำมันแพงล่าสุดที่ปรับตัวแบบพุ่งทะยานทีเดียว 25% ไปแตะ 119.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลครั้งแรกในรอบ 4 ปี และผันผวนต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา จากปกติราคาน้ำมันจะทรงตัวอยู่ที่ 75-80 ดอลลาร์ฯ สาเหตุหลักมาจากภาวะสงครามอิหร่าน-สหรัฐ ที่ระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกอย่างไม่มีกำหนด และโลกยังมองไม่เห็นแนวโน้มของจุดสิ้นสุดการปะทะครั้งนี้
นอกจากนี้ น้ำมันแพงจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจมีรถใช้งานมากกว่าแค่ “ต้นทุนน้ำมันแพงขึ้น” อย่างไรบ้าง? ธุรกิจจะรับมืออย่างไรถ้าปัญหาน้ำมันแพงยังยืดเยื้อ? และความรู้คำแนะนำที่ใช้ได้จริง ทั้งหมดติดตามได้ในบทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้
Cartrack ผู้ให้บริการระบบจัดการยานพาหนะแบบอัจฉริยะและครบวงจรในไทย เครื่องมือยอดนิยมของเรา ได้แก่ GPS ติดตามรถแบบเทเลเมติกส์ เซนเซอร์น้ำมันพร้อมระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์จัดการต้นทุนขนส่งและเส้นทางการขนส่ง ฯลฯ ลูกค้าระดับธุรกิจมากกว่า 125,000 แห่ง เลือก Cartrack เป็นเครื่องมือควบคุมและจัดการการใช้น้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะ Cartrack คือผู้นำระบบจัดการยานพาหนะที่ครบทั้งเทคโนโลยี คุณภาพ และการบริการตลอดอายุการใช้งาน
สำหรับธุรกิจขนส่งที่ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่อย่างรถบรรทุก 10 ล้อ รถบรรทุก 12 ล้อ รถสิบล้อพ่วง ฯลฯ ผลกระทบจากน้ำมันแพงไม่ได้หยุดอยู่แค่ค่าเติมน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ลามไปถึงโครงสร้างการลงทุนหรือเงินหมุนในธุรกิจ การปฏิบัติงาน และผลประกอบการในระดับที่วิกฤตกว่าปกติ
สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ค่าน้ำมันอาจเป็น 10-20% ของค่าใช้จ่าย แต่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ค่าน้ำมันคือ 40-60% ของค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด เพราะรถประเภทนี้ใช้น้ำมันเยอะกว่าด้วยลักษณะเครื่องยนต์และระยะทางวิ่งที่ยาวไกลเป็นหลักร้อยหลักพันกิโลเมตรต่อเที่ยว
ดังนั้น เมื่อตลาดปรับราคาน้ำมันขึ้นเพียง 1 บาท รถบรรทุกที่กินน้ำมันและวิ่งระยะไกล จะมีต้นทุนพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักหมื่นต่อคันต่อเดือนทันที
นอกจากนี้ เมื่อต้นทุนหลักพุ่งขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาค่าขนส่งกับลูกค้าได้ทันที กำไรที่เคยมีเพียงน้อยนิดอาจกลายเป็นขาดทุนได้ในชั่วข้ามคืน
รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่ได้เติมน้ำมันทีละ 1,000-2,000 บาท เหมือนรถกระบะ แต่การเติมเต็มถังหนึ่งครั้งอาจต้องใช้เงินหลัก 15,000 - 25,000 บาท
การที่น้ำมันขึ้นราคา ทำให้ธุรกิจต้องอัดฉีดค่าน้ำมันเพิ่ม กระแสเงินสดอาจจะขาดมือได้ในช่วงนี้ เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ใช้วิธีเก็บเงินแบบเครดิตเทอม ธุรกิจต้องรอ 30-90 วัน กว่าจะได้เงินจากลูกค้า
ไม่เหมือนค่าน้ำมันต้องจ่ายล่วงหน้าหรือจ่ายสดที่หน้าปั๊ม เท่ากับว่า ธุรกิจต้องสำรองเงินสดหมุนเวียนมากขึ้นมหาศาลเพื่อเติมน้ำมันให้รถออกวิ่งได้
เมื่อน้ำมันมีมูลค่าสูงขึ้น ก็ล่อตาล่อใจให้อยากทุจริตมากขึ้น พนักงานขับรถที่คิดไม่ซื่ออาจหันมาทุจริตด้วยการดูดน้ำมันขาย หรือร่วมมือกับปั๊มออกบิลปลอม เพื่อกินส่วนต่างราคาที่ก้อนใหญ่ขึ้น
ภาวะน้ำมันราคาขึ้นบีบให้ธุรกิจต้องรอให้สินค้าเต็มรถถึงจะออกเดินทางได้ เพื่อให้คุ้มทุนที่สุด หรืองดวิ่งรถเปล่ากลับ ทำให้ความรวดเร็วในการบริการลดลง ลูกค้าต้องรอนานขึ้น
จากสถานการณ์ความไม่สงบในตลาดน้ำมันโลก บวกกับแนวโน้มราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ โดยธรรมชาติ รถบรรทุกรุ่นเก่าที่กินน้ำมันสูงจะมีมูลค่าขายต่อมือสองตกลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีใครอยากรับภาระต้นทุนจากค่าน้ำมัน และความเสื่อมของรถก็ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติด้วย
นอกจากนี้ เมื่อต้นทุนขนส่งลงไปกับค่าน้ำมันมากขึ้น ก็อาจเบียดบังค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าบำรุงรักษา
ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกยืดระยะเวลาเช็กระยะหรือเปลี่ยนยางออกไป เพื่อประหยัดเงินไปจ่ายค่าน้ำมัน แต่ผลเสียที่อยู่เบื้องหลังคือ ความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่าง: สรุปผลกระทบปัญหาน้ำมันแพงเชิงตัวเลข

เมื่อปัญหาน้ำมันแพงกลายเป็นความท้าทายระยะยาว ธุรกิจที่ใช้รถบรรทุกหรือมีฟลีทรถและเครื่องจักรใช้งานประจำ จำเป็นต้องปรับตัวจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นการวางโครงสร้างใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืน นี่เป็น 5 กลยุทธ์รับมือด้วยการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยี ที่ธุรกิจสามารถประยุกต์ใช้ได้
การใช้ระบบจัดการน้ำมัน คือ ตัวช่วยประหยัดน้ำมันที่วัดผลได้และเห็นผลเร็วที่สุด โดยมีอยู่ 3 ระบบหลัก ๆ
วางแผนการขนส่งอย่างชัดเจน ใช้ระบบวางแผนการขับขี่เพื่อเลือกเส้นทางที่สั้นและเลี่ยงรถติด
นอกจากนี้ธุรกิจควรหาวิธีบริหารจัดการให้รถไม่วิ่งเที่ยวเปล่าขากลับ โดยการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อรับสินค้ากลับมาด้วย เพื่อช่วยเฉลี่ยต้นทุนน้ำมันต่อเที่ยวให้ถูกลงมาก
รวมถึง ตรวจสอบการจัดวางสินค้าบนรถไม่ให้หนักเกินพิกัด หรือจัดวางในลักษณะที่ลดแรงต้านลม เพราะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและกินน้ำมันเพิ่มขึ้นได้
ในการตกลงกับลูกค้า ธุรกิจควรมีข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมน้ำมัน ที่ปรับขึ้นลงตามราคาตลาดโลกอย่างชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจไม่ต้องแบกรับภาระส่วนต่างเพียงลำพัง
อีกทั้งหาช่องทางทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าหรือซื้อในปริมาณมาก เพื่อล็อกราคาน้ำมันไว้ ให้สามารถมีน้ำมันในราคาสมเหตุสมผลใช้ในระยะเวลาหนึ่ง
ยิ่งน้ำมันแพง ยิ่งต้องดูแลรถให้สมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา เพราะรถที่สภาพไม่สมบูรณ์คือ เครื่องสูบน้ำมันดี ๆ นี่เอง เช่น ลมยางที่อ่อนกว่ากำหนดเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นได้
หรือตัวกรองอากาศและหัวฉีด หากอุดตันหรือสกปรกก็จะทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ การตรวจเช็กตามระยะอย่างเคร่งครัดช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้ในระยะยาว
จากการประเมินว่า ในอนาคตค่าน้ำมันจะไม่กลับไปราคาถูกลงกว่าราคาเฉลี่ยอีกและมีแนวโน้มสูงขึ้น การพิจารณาใช้พลังงานทางเลือก เช่น รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าหรือการใช้เชื้อเพลิงผสม ก็เป็นวิธีที่ดี อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนทางภาษีของภาครัฐด้วย

น้ำมันแพงกะทันหัน น้ำมันดีเซลขาดตลาด คนขับขโมยน้ำมัน ไม่ว่าปัญหาไหน ธุรกิจก็ควบคุมและลดต้นทุนน้ำมันได้
ด้วยเซนเซอร์น้ำมันคุณภาพสูง Cartrack ระบบจัดการน้ำมันที่มีผลลัพธ์ยืนยันจริง ว่าได้ผลดีและไวที่สุด มาพร้อมกับระบบติดตามรถแบบเทเลเมติกส์ เก็บข้อมูลการใช้รถอย่างละเอียด
รวมถึงฟีเจอร์ MiFleet (ไมฟลีท) รวมและบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายของงานขนส่งได้ในที่เดียว ใช้งานได้กับการจ่ายค่าน้ำมันด้วยบัตรเติมน้ำมันหรือเงินสด เห็นจุดรั่วไหลของค่าใช้จ่ายและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากธุรกิจสนใจติดตั้งระบบติดตามรถ GPS เช่น GPS รถยนต์ GPS รถบรรทุกก่อสร้าง หรือกล้องติดรถใช้งานในธุรกิจที่มี GPS ในตัว สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
YouTube: CartrackThailand
TikTok: cartrack.thailand
LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

ตลาดน้ำมันโลกแปรปรวน ราคาน้ำมันไทยก็ปั่นป่วนตาม ถ้าปัญหาน้ำมันแพงยืดเยื้อ ธุรกิจมีรถจะรับมืออย่างไร? เซนเซอร์น้ำมันช่วยได้ไหม? รวมกลยุทธ์รับมือน้ำมันแพงระยะยาว