GPS ติดตามรถยนต์

ทำไมต้องใช้ GPS ติดตามรถยนต์ ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารถยนต์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของมนุษย์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การขนส่งสิ่งของต่าง ๆ จากสถานที่หนึ่งไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดเวลามากขึ้นในการติดต่อธุรกิจประสานงาน นอกจากนี้รถยนต์ยังมีความสำคัญต่อทุก ๆ อาชีพ และนับวันยิ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้น แม้แต่ในถิ่นทุรกันดาร ชนบท ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถยนต์ในดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ รถยนต์จึงเปรียบเสมือนอีกหนึ่งปัจจัยจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบัน

เมื่อซื้อรถยนต์มาแล้วเราก็มักจะดูแลเอาใจใส่รถยนต์ของตนเองเป็นอย่างดี ทั้งขัดถูให้สีดูเงางามอยู่เสมอ อีกทั้งของประดับรถยนต์ต่าง ๆ ที่มักจะนำมาติดตั้งเพื่อความสวยงามตามแต่ใจของเจ้าของ แต่ไม่ว่าจะรักรถขนาดไหนบางครั้งก็อาจจะไม่สามารถป้องกันจากอุบัติเหตุ หรือการสูญเสียรถยนต์คันโปรดให้กับขโมยที่จ้องจะเอารถยนต์คันงามของคุณไปได้ แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาจึงทำให้เกิด GPS ติดตามรถยนต์ หรือที่เรียกกันว่า GPS Tracking ซึ่งเหมาะสำหรับติดตั้งในรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันจากการถูกโจรกรรม หรือติดตั้งไว้เพื่อติดตามป้องกันรถยนต์สูญหาย GPS ติดตามรถยนต์เกิดขึ้นจากการนำ GPS มาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ หลังจากที่เรามีอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณจากดาวเทียม GPS ก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้เพิ่มเติมสร้างฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอร์ฟแวร์ (Software) ทำงานร่วมกับระบบ GPS จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ GPS แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของความเสถียรและความแม่นยำ GPS ที่ใช้อยู่ในท้องตลาดปัจจุบันจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ GPS Navigator (อุปกรณ์และระบบนำทาง) และ GPS Tracking System (อุปกรณ์และระบบติดตามรถยนต์ ยานพาหนะหรือสัตว์เลี้ยง)

 

GPS ติดตามรถยนต์ หรือ GPS Tracking System (อุปกรณ์และระบบติดตามรถยนต์ ยานพาหนะหรือสัตว์เลี้ยง) คืออุปกรณ์รับข้อมูลตำแหน่งจากดาวเทียมโดยอ้างอิงจากดาวเทียมที่มีความแม่นยำสูงมากกว่า 3 ดวงขึ้นไปช่วยบอกพิกัดเป็นตัวเลขที่สามารถระบุได้ว่า GPS ติดตามรถยนต์ตัวนั้น ๆ อยู่จุดใดของโลก GPS ติดตามรถยนต์ สามารถแสดงข้องมูลการเคลื่อนไหวของรถยนต์ GPS Tracking System มีทั้งแบบใช้เซิร์ฟเวอร์ (Server) เสียค่าบริการรายเดือน แบบซิมการ์ด (SIM Card) เพื่อทำงานร่วมกับสัญญาณโทรศัพท์หรือเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งมีระบบการทำงาน 2 แบบเช่นกัน

  • GPS Tracking แสดงตำแหน่งเรียลไทม์ (Real Time) ทำงานโดยแจ้งตำแหน่งผ่านแอพพลิเคชั่น (Application) หรือเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ซึ่ง GPS Tracking แบบเรียลไทม์ (Real Time) จะมีราคาสูงถึงหลักหมื่นบาท รวมถึงต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ (Server) ด้วย ส่วนมากจึงใช้ติดรถยนต์เชิงพาณิชย์ รถที่ใช้ตามองค์กรต่าง ๆ หรือรถยนต์ราคาแพง เพราะมีฟีเจอร์ (Feature) อื่น ๆให้เลือกใช้งานเพิ่มเติม
  • GPS Tracking แสดงตำแหน่งไม่เรียลไทม์หรือกึ่งเรียลไทม์ ทำงานโดยแจ้งตำแหน่งผ่าน SMS จะมีราคาถูกกว่าอาจจะอยู่ที่หลักพันบาท รวมถึงไม่มีค่าบริการรายเดือน จึงนิยมติดตั้งในรถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพราะเพียงพอต่อความต้องการ เช่น แจ้งตำแหน่งในกรณีรถยนต์สูญหาย เป็นต้น เมื่อผู้ใช้ต้องการที่จะทราบตำแหน่งของรถแค่ส่งข้อความ SMS ผ่านมือถือเพื่อให้ GPS Tracking แจ้งพิกัดกลับมา ซึ่งผู้ใช้จะมีค่าบริการในการส่งข้อความ SMS ตามการใช้งานจริงที่เกิดขึ้น ส่วนของการเลือกซิมการ์ด (SIM Card) ก็แล้วแต่ผู้ใช้จะเลือกเป็นแบบเติมเงินหรือรายเดือนตามที่สะดวก แต่ถ้าเลือกแบบเติมเงินก็จะต้องคำนึงว่าเมื่อไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ GPS Tracking ก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่สามารบอกพิกัดตำแหน่งได้
 

การติดตั้ง GPS ติดตามรถยนต์

GPS ติดตามรถ แบบติดตั้งเอง ส่วนใหญ่การติดตั้งจะถูกซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ ของรถและเป็นชนิดที่มีแบตเตอรี่สำรองในตัวนาน ๆ หรือมีการต่อสายไฟในรถ รวมไปถึงการเสียบในช่องไฟ 12 V (โวลต์) ซึ่งแบบติดตั้งเองจะมีราคาถูก

GPS ติดตามรถ แบบติดตั้งเข้ากับระบบของรถยนต์ ราคาของการติดตั้งเข้ากับระบบของรถยนต์จะมีราคาแพงกว่าแบบติดตั้งเอง ซึ่งผู้ใช้จะได้รับการบริการจากทางร้านใช้ไฟต่อตรงกับแบตเตอรี่รถยนต์ ทำให้มีฟังก์ชั่นให้เลือกมากกว่าแบบติดตั้งเอง เช่น การตั้งขอบเขตที่รถยนต์สามารถวิ่งได้ หรือสั่งตัดการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น

 

อุปกรณ์ GPS Trackingใช้งานค่อนข้างง่าย เพียงแค่คุณมีซิมการ์ด(SIM Card) ที่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ คุณก็จะสามารถติดตามรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ IPhone ระบบปฏิบัติการณ์ Android และระบบ Win8 ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คุณโทรเข้าไปในหมายเลขในซิมเครื่องก็จะส่งบอกพิกัดของรถยนต์ให้เจ้าของรู้ตลอดเวลาว่ารถยนต์ของคุณอยู่ในตำแหน่งใดได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง GPS ติดตามรถยนต์บางรุ่นสามารถดูเส้นทางย้อนหลังได้ และสามารถกำหนดพื้นที่ในการวิ่งให้อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้อีกด้วย แต่หากคุณต้องการติดตามแบบ Real Time และต้องการให้เครื่องรับสัญญาณ GPS ทำหน้าที่สั่งดับเครื่องยนต์ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

 

วิธีการเลือกซื้อ GPS ติดตามรถยนต์

การเลือกใช้ GPS ติดตามรถยนต์นอกจากจะช่วยในเรื่องของการนำทางแล้วยังเป็นอีกช่องทางในการป้องกันรถหายซึ่งจัดได้ว่าเป็นผลดีมาก ๆ สำหรับการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบันที่คนเฝ้าระวังไม่สามารถรู้เท่าทันคนที่จ้องจะขโมย ซึ่ง GPS ที่ได้รับความนิยมที่สูงสุดในการป้องกันการถูกขโมยรถ คือ GPS Trackingแต่จะรู้ได้อย่างไรว่า GPS ติดตามรถยนต์ที่คุณเลือกติดตั้งไว้ในรถยนต์ของคุณ จะสามารถส่งสัญญาณที่อยู่ของรถยนต์ ทำให้ตำรวจสามารถตามจับขโมยและนำรถยนต์คันโปรดส่งคืนคุณได้ ซึ่งในท้องตลาดมีอุปกรณ์ GPS ติดตามรถยนต์ให้เลือกอยู่มากมายทีเดียว ทั้งนี้ผู้ใช้อาจจะต้องพบกับราคาที่แพงในระดับหนึ่ง และหากเลือกไม่ดีอาจจะเจอกับของปลอม ที่จะทำให้คุณเสียทั้งเงิน ทั้งเวลา ซ้ำยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ข้อมูลต่อไปนี้จึงเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ GPS ติดตามรถยนต์ ในการเลือกซื้อนั้นส่วนมากรูปร่างของเจ้าตัวอุปกรณ์ GPS Tracking จะมีลักษณะคล้าย ๆ กันหมดแต่จะควรจะเลือกอย่างไร

  • พิจารณาจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ บริษัทจะต้องให้ข้อมูล สามารถอธิบายข้อสงสัยของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีเนื่องจาก GPS Tracking เน้นเรื่องบริการหลังการขาย เมื่อคุณติดตั้งอุปกรณ์ GPS แล้วจะต้องมีการดูแลรักษาในระยะยาว
  • พิจารณาจากคุณภาพของอุปกรณ์ ประเทศที่ผลิต สำหรับใครที่ชอบของมียี่ห้อ หรือต้องการของแบรนด์นั้น แบรนด์นี้ ใช้หลักนี้ในการเลือกซื้อ GPS เพื่อการใช้งานไม่ได้ เนื่องจากการเลือกซื้อ GPS เพื่อการใช้งานสำคัญสุดเลยคือ ต้องอย่าดูที่ยี่ห้อ เพราะจากข้างต้น มีจำนวนคนไม่น้อยที่ยังยึดติดอยู่กับยี่ห้อ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว GPS Tracking นั้นเหมือน ๆ กันหมด คือทำมาจากประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีจากประเทศไต้หวันบ้างปะปนกันไป แม้กระทั่งยี่ห้อดัง ๆ ก็อาจเป็นของเลียนแบบได้ ของแบบนี้ไม่ใช่เรื่องจากของพวกนักก๊อปหากเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากประเทศจีน ระยะการใช้งานจะค่อนข้างสั้น ส่งข้อมูลไม่ต่อเนื่องทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลไม่เสถียรและไม่แม่นยำ ซึ่งประเทศที่แนะนำจะเป็น ประเทศไต้หวัน คุณภาพจะสูงกว่า การใช้งานของอุปกรณ์จะดีกว่า สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเสถียรและแม่นยำกว่า มีความแข็งแรง ทนทาน
  • พิจารณาจากสเปคเครื่อง สำคัญสุดในการเลือกซื้อ GPS ที่ผู้ใช้จะต้องดู คือจะต้องเจาะจงที่สเปคภายใน เพราะ GPS จะทำงานได้แม่นยำมากน้อยเพียงใดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์แค่เพียงชิ้นเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ใช้ร่วมด้วย อาทิเช่น ชิปดาวเทียม ส่วนใหญ่ในบ้านเรายังเอาตัว GPS ที่ใช้ชิป Star Sirf III มาหลอกขายผู้บริโภคกันอยู่ โดยอวดอ้างสรรพคุณว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้ช่วยให้การเดินทางราบรื่น หรือสามารถใช้งานให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร มองๆ แล้วยังเป็นปัญหา เรื่องความคลาดเคลื่อนในเส้นทาง และมีอาการรวนบ่อย ๆ
  • พิจารณาจากราคา ในการเลือกอุปกรณ์ GPS Tracking ของดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไปสำหรับราคาของ GPS Tracking จริง ๆ แล้วราคาแบบกลาง ๆ จะอยู่ในช่วงไม่เกินไปจาก 2,000-3,000 บาทเท่านั้น หากราคาต่ำกว่านั้นไม่แนะนำ เนื่องจากเป็นรุ่นเก่าที่สำคัญส่วนประกอบหลักยังเป็น Star Sirf III อยู่แต่ถ้าแพงมากกว่า 3,000 บาทนั้นแสดงว่ามีการเสริมด้วยลูกเล่น หรือฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเข้ามาเยอะมาก ๆ กรณีนี้หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาที่แพงมากก็ได้เอาที่พอใช้งานได้ เพราะอย่างไรก็สามารถที่จะป้องกันรถหายได้ 100 %
  • พิจารณาจากค่าใช้จ่ายรายปี เนื่องจาก GPS Tracking ต้องมีการส่งข้อมูลตลอดเวลาผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อบอกตำแหน่งจึงต้องมีการส่งข้อมูลผ่านระบบโทรศัพท์เป็นข้อความ SMS โดยมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการ หากผู้ใช้ทั่วไปที่จะขอเปิดใช้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) แบบ Unlimited จะราคาค่อนข้างสูงกว่าดังนั้นหากต้องการดูแบบออนไลน์ (Online) ค่าใช้จ่ายรายปีไม่ควรแพงเกินไปหรือถูกจนเกินไป เพราะหากแพงเกินไปจะมีผลหากไม่ได้ใช้งานระบบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากถูกเกินไปต้องพิจารณาจากการให้บริการและระบบซอร์ฟแวร์ (Software) ว่าแสดงข้อมูลต่อเนื่องหรือไม่ ค่าบริการทั่วไปจะอยู่ที่ 3,500 – 4,000 บาท
  • ขอทดลองใช้งานซอร์ฟแวร์ (Software) เพื่อดูว่าตอบโจทย์กับท่านหรือไม่ การใช้งานยากง่ายอย่างไร ส่วนไหนที่ไม่เข้าใจสามารถสอบถามกับบริษัทผู้จัดจำหน่าย เพราะบางโปรแกรมมีรายละเอียดที่ค่อนข้างสับซ้อน
 

GPS ติดตามรถยนต์ เลือกแบบไหนดีกว่ากัน ?

หากสุดท้ายแล้วคุณยังไม่รู้ว่าจะเลือก GPS ติดตามรถยนต์แบบไหนดี ? หากคุณนำไปใช้กับรถยนต์ที่เป็นยานพาหนะส่วนตัว อุปกรณ์ GPS Tracker แบบติดตั้งเองและใส่ซิมการ์ด (SIM Card) โดยต่อไฟเข้ากับตัวรถ เลือกหาจุดซ่อนได้เองตามสะดวก โดยซิมการ์ด (SIM Card) ที่ใช้ควรที่จะจ่ายเป็นรายปี ซึ่งในการส่งข้อความ SMS เพื่อบอกพิกัดแต่ละครั้งจะเสียค่าบริการเพียงแค่ 3 บาทเท่านั้น แต่หากว่าคุณต้องการที่จะนำ GPS Trackingไปใช้กับรถยนต์ในเชิงพาณิชย์ คุณควรที่จะเลือกแบบติดตั้งเข้ากับระบบของรถยนต์เพื่อจะสามารถควบคุมตัวรถได้ตามที่คุณต้องการเมื่อต้องนำรถไปใช้งานในด้านของการทำธุรกิจต่าง ๆ

 
 

GPS ติดตามรถบรรทุก

อีกทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามเข้ากับรถบรรทุกยังช่วยให้องค์กรสามรถตรวจสอบการการใช้งานของตัวรถ และการทำงานของพนักงานได้ เนื่องจากจะสามารถลดความล่าช้า และลดเวลาที่เกิดจากการวิ่งนอกเส้นทางโดยสามารถรู้ตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลา บริษัทจะสามารถติดต่อคนขับได้ทันทีเมื่อวิ่งรถออกนอกเขตพื้นที่ที่จำกัด ป้องกันการนำรถไปใช้ส่วนตัว ป้องกันการจอดรถติดเครื่องไว้นาน ๆ ทำให้เปลืองน้ำมันและเกิดการเสื่อมสภาพของตัวรถ ป้องกันการทุจริตน้ำมัน เนื่องจากมีการตรวจวัดระดับน้ำมันตลอดเวลาและเมื่อมีงานใหม่เข้ามาสามารถจัดรถที่ใกล้ที่สุดเข้าไปได้ทันทีทำให้ประหยัดค่าน้ำมันรถ สามารถตรวจจับความเร็วตลอดเวลาเพื่อป้องกันการขับรถเร็วที่จะทำให้เกิดการเผาผลาญน้ำมันและลดอัตราการเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ลดเวลาการทำงานของพนักงานในการบันทึกการใช้งานรถและป้องกันการทุจริตจากการบันทึกด้วยคน เพราะเวลาและเส้นทางการวิ่งจะถูกบันทึกเองอัตโนมัติ ทำให้การใช้รถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพราะรถทุกคันอยู่ในการควบคุมตลอดเวลา นอกจากนี้ยังทำให้ลูกค้าคุณเกิดความเชื่อมั่นต่อการขนส่งหรือบริการและช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

 

คุณสมบัติพื้นฐานของ GPS Tracking ติดตามรถบรรทุก

  • Chipset 3G สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง
  • Buzzer เสียงแจ้งเตือนอัตโนมัติภายในห้องโดยสาร
  • Aluminium Case ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม แข็งแรง ทนทานต่อการผุกร่อน
  • GPS&GSM Antenna เสาสัญญาณขนาดใหญ่ออกและพัฒนาเพื่อส่งข้อมูลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • SOS Button ปุ่มกดแจ้งเตือนฉุกเฉินในกรณียานพาหนะชำรุด บกพร่อง หรือเกิดอุบัติเหตุ
  • Switch On-Off ออกแบบสวิทซ์ เปิด-ปิด ให้อยู่ภายในตัวเครื่อง เพื่อป้องกันการทุจริต
 

การตั้งค่าแจ้งเตือนอัตโนมัติและการตรวจเช็คสถานะต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบจะต้องทำการแจ้งเตือนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังนี้ เมื่อรถมีความเร็วเกินกำหนด รถถูกตัดสายไฟหรือถูกตัดสายสัญญาณ คนขับรถไม่รูดบัตรใบขับขี่ รถมุ่งไปยังพื้นที่อันตรายสุ่มเสี่ยง เช่น ชายแดน/จุดPOI เป็นต้น และรถออกนอกเส้นทางที่กำหนด นอกจากนี้การตรวจเช็คสถานะต่าง ๆ ก็สำคัญไม่ว่าจะเป็นสถานะของเครื่องยนต์การ ติด/ดับ ของเครื่อง สถานะแบตเตอรี่ เชื่อต่อ/ถูกตัดออก ความเร็วของรถ ณ เวลาปัจจุบัน ตำแหน่งของรถที่ต้องตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือทุกสถานะของรถที่สามารถเลือกเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการ ระยะทางการใช้งานในแต่ละวัน และสุดท้ายข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ 6-12 เดือน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ GPS Tracking ติดตามรถบรรทุกจะต้องสามารถแจ้งเตือนและตรวจเช็คอยู่เสมอ

จึงทำให้เห็นว่าการที่กรมการขนส่งทางบกมีข้อกฎหมายบังคับใช้ให้รถบรรทุกทุกคันติด GPS Trackingส่งผลดีต่อการควบคุมการจราจรและช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมไปถึงช่วยผู้ประกอบการในการลดต้นทุนการเดินรถของบริษัท และต้นทุนทางโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานพร้อมทั้งสถานะของรถบรรทุกที่ถูกนำไปใช้งานในแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันการทุจริตต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา

 

GPS มอเตอร์ไซค์

นอกเหนือจากรถยนต์และรถบรรทุกที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถแล้ว รถมอเตอร์ไซค์ก็เป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ GPS Trackingเข้ากับตัวรถ เนื่องจากในสภาวะปัจจุบันที่การจราจรบนท้องถนนเมืองกรุงที่เต็มไปด้วยรถยนต์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนของทุก ๆ วัน วิถีการคมนาคมของผู้ใช้รถใช้ถนนจึงต้องมีหลากหลายกันออกไป ซึ่งทางเลือกหนึ่งที่ถูกใช้เมื่อยามที่ต้องการความเร่งรีบในชีวิตนั่นก็คือ รถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งตอนนี้การใช้รถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการรับ-ส่งผู้โดยสาร หรือที่เรียกกันว่า “วินมอเตอร์ไซค์” อีกต่อไปปัจจุบันมีการนำรถมอเตอร์มาทำอยู่ในรูปแบบของการขนส่งสิ่งของ พัสดุต่าง ๆ รวมไปถึงการนำมาทำในรูปแบบของการขนส่งอาหาร ซึ่งเมื่อก่อนจะมีเฉพาะร้านอาหารที่ทำเป็นระบบ Delivery เท่านั้น แต่ปัจจุบันสามารถส่งอาหารได้ทุกชนิด ทุกประเภทและยังสามารถเลือกช่วงเวลาในการจัดส่งได้ตามที่ต้องการ รถมอเตอร์ไซค์จึงถูกนำมาใช้ในการช่วยลดระยะเวลา ทำให้ชีวิตคนกรุงที่มีความเร่งรีบสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้กันในรูปแบบของเชิงธุรกิจพาณิชย์แล้ว ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด บางบ้านหรือบางครอบครัวก็เลือกที่จะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้สักคันที่บ้านเพื่อไว้ใช้ในยามที่ต้องออกไปข้างนอกแบบเร่งด่วนหรือกลัวว่าจะไม่ทันนัดหมาย และด้วยราคาที่ไม่ได้แพงมากนักทุกคนจึงสามารถมีไว้ครอบครองได้ แต่ก็ยังไม่พ้นที่จะมีคนขโมยรถมอเตอร์ไซค์นำไปขายในตลาดมือสอง หรือส่งออกไปยังประเทศเพื่อบ้าน เพราะด้วยรถที่มีขนาดเล็กสามารถยกไปได้ง่ายรถมอเตอร์ไซค์จึงเป็นยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมมากที่สุดในปัจจุบัน ดังนั้นด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาจึงทำให้เกิด GPS Tracker ติดตามรถมอเตอร์ไซค์เพื่อช่วยป้องกันรถหาย โดยการทำงานของ GPS ติดตามรถมอเตอร์ไซค์จะสามารถบ่งบอกสถานะ ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือและยังทำการตัดการ Start ของรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกขโมยไปได้

 

คุณสมบัติของ GPS ติดตามรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องมี !

  • ดูแลควบคุมพนักงาน คนขับมอเตอร์ไซค์ (กรณีใช้ในเชิงธุรกิจพาณิชย์)
  • ดูตำแหน่งปัจจุบันของรถได้ตลอดเวลาไม่ต้องกังวลกลัวรถจะสูญหาย
  • สามารถตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถ ความเร็ว/เส้นทาง
  • ตรวจสอบตำแหน่งการจอดรถ ป้องกันกรณีที่ถูกนำรถไปเข้าอู่หรือร้าน เพื่อนำชิ้นส่วนอะไหล่ไปขาย
  • สั่งตัด Start กรณีรถถูกขโมย
  • สามารถเข้าใช้ระบบได้จากคอมพิวเตอร์ (Computer) ทุกเครื่องที่มีอินเทอร์เนต (Internet)
  • สามารถเข้าใช้ระบบได้จากมือถือ iPhone/Android
  • กันน้ำ กันฝน กันฝุ่น ชาร์จอัตโนมัติไม่ต้องเสียเวลานำไปเสียบปลั๊ก

การติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถมอเตอร์ไซค์นั้นจึงนิยมมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะป้องกันขโมยที่มาทำการโจรกรรมรถแล้วยังสามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลสถานะของรถมอเตอร์ไซค์ได้อีกด้วยในรูปแบบของการนำรถมอเตอร์ไซค์มาใช้ในการขนส่งสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่น(Application) ต่าง ๆ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อให้บริการด้วยรถมอเตอร์ไซค์ เช่น Grab Bike, Line Man, Lalamove, Food Panda เป็นต้น ทำให้การติดตั้ง GPS ติดตามรถมอเตอร์ไซค์มีความสำคัญเพิ่มมากยิ่งขึ้น

จากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เห็นว่า GPS Tracking ติดตามรถ สามารถนำมาใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ หลาย ๆ ผู้ใช้ที่ติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถ เพื่อป้องกันรถสูญหาย เป็นการป้องกันเหตุล่วงหน้า ซึ่งจากแผนที่ที่แม่นยำและมีความเสถียรจึงทำให้ตำรวจหรือผู้เสียหายสามารถรู้ทุกความเคลื่อนไหวของรถนำมาซึ่งการติดตามรถที่ถูกขโมยไปได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ในเชิงพาณิชย์ยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถทราบทุกความเคลื่อนไหวของรถเพื่อที่จะสามารถติดตามรถได้ในกรณีที่เกิดเหตุที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อน นอกจากนี้เราจึงได้รวบข้อมูลการเลือกซอร์ฟแวร์ (Software) สำหรับ GPS ติดตามรถและประโยชน์ของการติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถ ดังต่อไปนี้

 

การเลือกซอร์ฟแวร์ (Software) สำหรับ GPS ติดตามรถ

โปรแกรมที่ใช้งานบนหน้าเว็บ

ข้อดี คือ สามารถอัพเดตโปรแกรมได้ง่ายไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมทีละเครื่องและไม่มีค่าใช้จ่าย License

ข้อเสีย คือ ฟังก์ชั่นการทำงานน้อยกว่าแบบติดตั้งโปรแกรม การใช้งานหน้าเว็บบางรายอาจใช้งานได้รวดเร็ว บางรายอาจทำงานได้ช้าต้องรอข้อมูลนาน เพราะทำงานผ่านเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) กลางเพียงเครื่องเดียวขึ้นอยู่กับการจัดระบบของผู้ให้บริการ

โปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์

ข้อดี คือ มีฟังก์ชั่นการใช้งานมากกว่า อาจจะทำงานให้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการออกแบบ

ข้อเสีย คือ ไม่สามารถดูจากภายนอกได้ต้องดูบนจอคอมพิวเตอร์ที่ลงโปรแกรมเท่านั้น

 

ประโยชน์ของการติดตั้งอุปกรณ์ GPS ติดตามรถ

บริษัทที่มักจะนำเทคโนโลยี GPS มาใช้นั้นส่วนใหญ่อย่างที่บอกจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ เนื่องจากช่วงแรก ๆ ที่เทคโนโลยีตัวนี้เข้ามาในประเทศไทยมีราคาอุปกรณ์ที่สูงมาก เมื่อพิจารณาจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นถือว่าไม่คุ้มค่า ทั้งนี้พิจารณาจากมูลค่าของสินค้าที่จะถูกขนส่ง แต่ในปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ก็ได้นำระบบ GPS มาใช้กับการขนส่งมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสินค้าที่จะต้องบรรทุกขนส่งนั้นมีมูลค่าสูง เช่น รถขนเงินสด รถขนรถยนต์ เป็นต้น และเมื่อมีการนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายราคาของระบบ GPS จึงถูกลดลงมา ซึ่งมีราคาชุดละประมาณหลักพันบาทต่อการติดตั้งรถหนึ่งคัน และต้องเสียค่าบริการ GPRS ในการรับส่งข้อมูลกับผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เฉลี่ยประมาณเดือนละ 500 บาท ซึ่งระบบที่นิยมใช้มักเป็นระบบติดตามแบบ Real Time รองรับการทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเห็นทั้งข้อดี – ข้อเสียจากการติดตั้งได้ดังนี้

  • ในแง่ของการดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินรถ ซึ่งเกิดจากการประหยัดค่าน้ำมันและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง อันเนื่องมาจากการออกนอกเส้นทาง,การติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้เป็นเวลานาน,การขับรถเร็วซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงการลักลอบดูดน้ำมันไปขายของพนักงานขับรถ
  • ป้องกันการนำรถไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะช่วยลดพฤติกรรมการใช้งานรถที่ไม่เหมาะสม เช่น การจอดพักนานเกินควร,การจอดรถติดเครื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะข้อมูลเหล่านี้ผู้ประกอบการจะสามารถเห็นได้นาทีต่อนาที
  • เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในทรัพย์สิน ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะสม
  • บริหารเวลาการทำงานของรถได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ใช้งานรถได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเดินรถให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถประมาณเวลาในการเดินทางได้
  • สามารถตรวจสอบคุณภาพการจัดส่งได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์วัดอุณหภูมิในห้องเย็นทำให้สินค้าที่ลูกค้าได้รับมีคุณภาพสูงเนื่องจากอุปกรณ์ GPS ตอดตามรถสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิ -30 ถึง +80องศาเซลเซียส โดยใช้กับการขนส่งอาหารทะเลแช่แข็ง เป็นต้น
  • เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้าและการแข่งขันทางธุรกิจ ผู้ประกอบการจะรู้สึกดีเพราะสามารถติดตามรถของทางบริษัทได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถบอกกำหนดการกับลูกค้าได้
 

สรุป GPS ติดตามรถ เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ดับเพลิง, การใช้งานในกองทัพและธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ซึ่งจากหน่วยงานที่กล่าวมาจะใช้ระบบการติดตามตำแหน่งรถยนต์หรือยานพาหนะทั้งสิ้น ซึ่งระบบติดตามรถยนต์หรือยานพาหนะโดยทั่วไปแล้วจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุหรือสัญญาณโทรศัพท์, อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS รวมทั้งเสาอากาศเพื่อรับสัญญาณ GPS โดยระบบเน็ตเวิร์ค (Network) จะเชื่อมต่อผ่านระบบสัญญาณวิทยุหรือโทรศัพท์ไปยังระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่แสดงผลตำแหน่งของรถยนต์หรือยานพาหนะนั้นเพื่อให้ทราบว่ารถยนต์หรือยานพาหนะนั้นอยู่ที่ตำแหน่งใด โดย GPS ติดตามรถจะมีระบบการวิเคราะห์และจะไปแสดงตำแหน่งให้สอดคล้องกับแผนที่โลก ซึ่งระบบติดตามยานพาหนะเป็นอีกระบบหนึ่งที่สามารถใช้เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพของขั้นตอนการจัดส่งสินค้าหรือบริการต่างๆ ของบริษัท โดยระบบการติดตามรถยนต์หรือยานพาหนะที่เรียกกันว่า GPS Tracking จะทำให้การบริหารและจัดการงานเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ทั้งยังลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไปได้อีกด้วย

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค