ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถบรรทุกที่กำลังมองหา GPS ติดรถ ที่กรมขนส่งรับรอง และเครื่องรูดใบขับขี่ เพื่อติดตั้งตามกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบก หรือ DLT ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งครั้งแรก หรือติดตั้งซ้ำแต่เปลี่ยนผู้ให้บริการ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ลองมาอ่านบทความตอบคำถามพบบ่อยตอนนี้จากคาร์แทรค (Cartrack) กัน เราพร้อมไขข้อสงสัยให้คุณแล้ว
รถที่ต้องติดตั้ง GPS ตามกฎหมาย DLT ได้แก่ รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป รถลากจูง รถพ่วง รถบรรทุกวัตถุอันตราย รถโดยสารสาธารณะ เช่น รถตู้ รถเมล์ รวมถึงรถที่มีน้ำหนักรวมเกิน 10 ตัน หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง เจ้าของรถจะต้องดำเนินการติดตั้ง GPS เพื่อส่งข้อมูลผู้ขับขี่และข้อมูลการใช้รถเข้าไปยังหน่วยงาน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าทำผิดกฎหมาย
จำเป็น เพราะ DLT กำหนดให้รถบรรทุกบางประเภทต้องติดตั้ง GPS เพื่อส่งข้อมูลการใช้รถ รวมถึงเครื่องรูดใบขับขี่ เพื่อส่งข้อมูลของคนขับ และจำนวนชั่วโมงทำงานเข้าไปทาง DLT ซึ่งการติด GPS เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถระบุตัวตนของคนขับได้
ดังนั้น เจ้าของรถบรรทุกหรือผู้ประกอบการที่มีรถบรรทุกจึงต้องติดทั้ง GPS และเครื่องรูดใบขับขี่เพื่อให้ส่งข้อมูลได้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เสี่ยงทำผิดกฎหมายและถูกปรับภายหลัง
การใช้ GPS ติดรถทั่วไปที่กรมการขนส่งทางบกไม่ได้รับรองอาจทำให้คุณได้กล่อง GPS ที่ไม่มีคุณภาพ สัญญาณระบุพิกัดตำแหน่งไม่เสถียร การเก็บข้อมูลไม่แม่นยำ หากเป็นรถที่ต้องติด GPS ตามกฎหมายที่กรมขนส่งฯ กำหนดก็อาจเสี่ยงที่ข้อมูลจะไม่ถูกลิงก์เข้ากรมขนส่งฯ โดยตรง กลายเป็นทำผิดกฎหมายและอาจต้องโทษจ่ายค่าปรับได้
ขึ้นอยู่กับรูปแบบ GPS ติดรถที่คุณเลือกใช้บริการ หากเป็นสินค้า Cartrack เราให้ บริการ GPS ทั้งแบบรายปีและแบบซื้อขาด ทั้ง 2 รูปแบบจะต้องต่ออายุค่าบริการสัญญาณ GPS ทุกปี ต่างกันตรงที่ความเป็นเจ้าของกล่อง GPS เมื่อเลิกใช้บริการ โดยรูปแบบซื้อขาดจะได้กล่องไปเลย ไม่ต้องถอดกล่องหลังสัญญาสิ้นสุดลง แต่รูปแบบรายปีจะต้องถอดกล่องออกจากรถหลังสัญญาสิ้นสุด
มี หลังการติดตั้ง GPS ติดรถ เจ้าหน้าที่ Cartrack จะดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูลจากกล่อง GPS ของคุณให้ส่งไปที่กรมขนส่งฯ อัตโนมัติ ทั้งนี้ การเชื่อมต่อจะสำเร็จก็ต่อเมื่อคุณไม่เคยมีประวัติการลิงก์ข้อมูลกับกล่อง GPS อื่นอยู่ก่อน หากเคยเชื่อมต่อ ทางผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการยกเลิกด้วยตนเอง ทาง Cartrack จึงจะสามารถเชื่อมต่อกล่องใหม่ให้ได้
ดูได้บนระบบจัดการยานพาหนะ ซึ่งเข้าใช้งานได้บน แอปพลิเคชัน Cartrack สำหรับมือถือสมาร์ทโฟน และเว็บไซต์ Fleetweb สำหรับคอมพิวเตอร์ เฉพาะเจ้าของรถหรือผู้ใช้บริการที่มี Username และ Password เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าใช้งานได้
ระบบของ Cartrack ที่ใช้บันทึกข้อมูลจะถูกเรียกว่า ระบบจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management System เรียกสั้น ๆ ว่า "ระบบฟลีท" ซึ่งเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง จัดเก็บข้อมูลไว้บนระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ Cloud ไม่เสี่ยงต่อการสูญหายได้ง่าย
ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในระบบฟลีทจะเข้าดูได้ผ่านการลงชื่อเข้าใช้และกรอกรหัส ที่ผู้ใช้งานเป็นผู้กำหนดด้วยตนเองเท่านั้น หากไม่มีรหัสก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้ ดังนั้นจึงมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลรถและคนขับของธุรกิจคุณได้อย่างแน่นอน
ช่วยได้แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นการติด GPS Cartrack เพราะนอกจากจะส่งข้อมูลไปให้ DLT ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว คุณยังสามารถเช็กตำแหน่งรถบรรทุกแบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลาบนระบบฟลีท โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลจากคนขับเพียงอย่างเดียว หรือใช้แอปพลิเคชันของหน่วยงานภายนอกใด ๆ
ระบบฟลีท Cartrack ยังมีความเสถียรสูง เพราะใช้ดาวเทียม 4-5 ดวงในการจับพิกัดตำแหน่ง ทำให้ค่าความคลาดเคลื่อนของตำแหน่งที่แสดงในระบบต่ำ ติดตามได้แม่นยำและตลอดเวลา
นอกจากนี้ทาง Cartrack ยังมีบริการกู้คืนยานพาหนะที่ถูกขโมย หรือ Stolen Vehicle Recovery (SVR) ซึ่งเป็นบริการเสริมของเรา โดยจะมีทีมเฝ้าระวังและติดต่อหาเจ้าของรถทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติกับรถ เช่น รถมุ่งหน้าไปในพื้นที่ชายแดนประเทศ ช่วยลดโอกาสรถถูกขโมยหาย เป็นการปกป้องทรัพย์สินของคุณให้ปลอดภัยเมื่อใช้งาน GPS
ผู้ใช้บริการที่ติดตั้ง GPS กับ Cartrack สามารถตรวจสอบได้โดยโทรติดต่อเข้ามาทางหมายเลข 02-136-2929 และเลือกติดต่อ "ฝ่ายบริการลูกค้า" ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลให้คุณ
โดยปกติแล้วภายหลังการติดตั้ง GPS เสร็จเรียบร้อย ทาง Cartrack จะดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูล GPS ติดรถบรรทุกกับกรมการขนส่งทางบกให้คุณทันที แต่หากพบปัญหาใด ๆ สามารถโทรสอบถามที่หมายเลขด้านบนได้เช่นกัน
เพราะ Cartrack มีระบบ GPS ที่เสถียร ระบุพิกัดแม่นยำสูง รายงานผลแบบเรียลไทม์ ราคา GPS สมเหตุสมผล มีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย ติดตั้งใช้งานร่วมกับเครื่องรูดใบขับขี่ เซนเซอร์น้ำมัน หรือกล้องติดรถเพิ่มเติมได้ พร้อมบริการหลังการขาย รับประกันสินค้า GPS ตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงการอบรมการใช้ระบบฟลีท แม้ผู้ใช้งานจะไม่คุ้นเคยกับการใช้งานระบบและเทคโนโลยีมาก่อนก็สามารถใช้เป็นได้

