กล้องติดรถ กลายเป็นอุปกรณ์ที่รถทุกคันควรมี โดยเฉพาะรถบรรทุกซึ่งเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ เพราะด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่พัฒนาขึ้นมาก กล้องจึงไม่เพียงแต่บันทึกภาพบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังช่วยติดตามพฤติกรรมการขับขี่ได้อีกด้วย มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับกล้องติดรถบรรทุกที่คุณควรรู้ เราได้รวมมาไว้ให้แล้วในบทความรวมคำถามพบบ่อยจากคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้
ทำได้ โดยทั่วไปแล้วหากเป็นกล้องติดรถบรรทุกแบบดูออนไลน์ได้ ผู้ใช้งานก็สามารถดูภาพจากกล้องติดรถบรรทุกแบบเรียลไทม์ได้ เพียงแค่อุปกรณ์ที่ใช้เป็นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่มีแอปฯ ระบบจัดการกล้อง และสัญญาณอินเทอร์เน็ต
สำหรับกล้องติดรถบรรทุก Cartrack เป็นกล้องติดรถที่แสดงภาพเรียลไทม์ ดูออนไลน์ได้ ผู้ใช้งานสามารถ Log-in เข้าสู่ระบบผ่านทาง แอปพลิเคชัน Cartrack หรือเว็บไซต์ Fleetweb เพื่อดูภาพบนระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
Cartrack ให้บริการกล้องติดรถทั้งแบบกล้องทั่วไป เช่น Road Vision, Dual Vision, Multi Vision สำหรับบันทึกภาพบริเวณต่าง ๆ ของรถ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกรถ ติดตั้งได้มากสุด 8 กล้องต่อรถหนึ่งคัน
รวมถึง กล้องระบบ AI อัจฉริยะ สำหรับติดตามพฤติกรรมผู้ขับขี่ เรียกว่ากล้อง ADAS และกล้อง AI สำหรับตรวจจับการขับขี่และแจ้งเตือนวัตถุด้านหน้ารถ เรียกอีกอย่างว่า กล้อง DMS
ไม่ต้อง หากกล้องติดรถบรรทุกเป็นกล้องติดรถมี GPS ในตัว การติดตั้งเพียงกล้องติดรถบรรทุกตัวเดียวก็เพียงพอ สามารถใช้ติดตามตำแหน่งรถและข้อมูลการใช้รถอื่น ๆ เบื้องต้นได้แบบเรียลไทม์ เช่น ความเร็วที่ใช้ ช่วงเวลาที่เบรกกะทันหัน ช่วงเวลาที่มีการสตาร์ทรถจอดแช่
ผู้ที่ไม่เคยใช้งานกล้องติดรถมาก่อน อาจมีความเข้าใจว่า กล้องติดรถบรรทุกแบบไร้สาย สะดวกกว่าในการติดตั้งและใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กล้องติดรถที่ไม่มีสายจะต้องอาศัยแหล่งไฟจากแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่บรรจุในกล้อง ทำให้ต้องถอดไปชาร์จบ่อยครั้ง อาจไม่สามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ตามที่ต้องการ
ในขณะเดียวกัน กล้องติดรถแบบมีสายจะสามารถบันทึกภาพได้ยาวนานกว่า เพราะมีสายไฟไว้เชื่อมต่อกล้องเข้ากับระบบไฟฟ้าของรถ ทำให้มีไฟไปเลี้ยงแบตเตอรี่กล้องตลอดเวลา ส่วนเรื่องสายไฟของกล้องนั้น หากติดตั้งแบบเก็บสายไฟให้เรียบร้อย สายไฟก็จะไม่เกะกะรบกวนการขับขี่หรือสร้างความรำคาญใจในการใช้งานอย่างแน่นอน
กล่าวได้ว่า กล้องติดรถแบบไร้สายอาจดีกว่าด้านความสะดวกในการติดตั้ง แต่ด้านการใช้งานที่ต่อเนื่อง กล้องติดรถแบบมีสายจะตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า
กล้องหลังติดรถบรรทุก สามารถติดที่บริเวณตู้สินค้าด้านบน มุมมองส่องให้เห็นถนนด้านหลัง หรือเพื่อดูการเปิด-ปิดประตูตู้สินค้าก็ได้ หรือบริเวณตู้สินค้าด้านล่างก็ได้ เพื่อใช้ติดตาม จุดบอดสายตา ของรถบรรทุก
ไม่สามารถดูได้ เนื่องจากระบบจัดการยานพาหนะต้องอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่น Wi-Fi หรือเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G/4G ในการส่งและดาวน์โหลดข้อมูล หากอุปกรณ์ที่ใช้งาน เช่น สมาร์ทโฟนมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้ใช้งานก็ไม่สามารถดูข้อมูลภาพวิดีโอจากกล้องติดรถได้
ผู้ที่สนใจใช้บริการติดกล้องรถบรรทุกกับ Cartrack สามารถทำได้ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน คือ ติดต่อแจ้งข้อมูลความต้องการติดกล้อง ส่งเอกสารและนัดติดตั้ง และชำระค่าบริการหลังการติดตั้ง ขั้นตอนทั้งหมดนี้สามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของคุณผ่านแบบฟอร์มบนหน้าเว็บไซต์ Cartrack จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปให้คำแนะนำ ในช่วงเวลาทำการของเรา ระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น.
ใช้ได้ โดยกล้องติดรถระบบ AI Camera ที่ Cartrack ให้บริการจะมี 2 รุ่น คือกล้อง AI สำหรับตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้ารถ หรือ กล้อง ADAS และกล้อง AI สำหรับตรวจจับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ หรือ DMS ซึ่งสามารถติดตั้งใช้งานกับรถบรรทุกได้ทั้งหมด
การติดกล้องที่รถบรรทุกไม่ได้ส่งผลเสียต่อประกันรถ เช่น ทำให้ประกันรถขาด กลับกันยังเป็นผลดีต่อผู้ใช้รถอีกด้วย เช่น ช่วยให้เคลมประกันง่ายขึ้น หรือลดเบี้ยประกันอีกด้วย* (*ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท)
ราคาเริ่มต้นของกล้องหน้าติดรถบรรทุก Cartrack เริ่มต้นที่ 650 บาท/เดือน สำหรับกล้องมุมมองเดียว หรือ Road Vision พร้อมความจุของเมมโมรี่กล้อง 256GB (ราคานี้ยังไม่ใช่ราคาสุทธิ) หากต้องการติดตั้งบริการเสริมอื่น ๆ (Add-on) เพิ่มเติม แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคาหรือให้แนะนำแพ็กเกจที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด
โดยแจ้งหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของคุณได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์กล้องติดรถ หรือ หน้าติดต่อเรา เลือกเมนู "ฝ่ายขาย"

