ทำไมธุรกิจมีรถถึงควรติดเซนเซอร์น้ำมันให้กับรถด้วย? เซนเซอร์น้ำมันช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงมั้ย? อุปกรณ์ประหยัดน้ำมันมีแบบไหนบ้าง รวมคำถามที่พบบ่อยเรื่องเซนเซอร์น้ำมันและคำตอบไว้ที่นี่แล้ว
เซนเซอร์น้ำมันแต่ละแบบจะมีรูปแบบการทำงานที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น
โดยเซนเซอร์แต่ละแบบจะเหมาะใช้งานกับรถต่างประเภทกัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายก่อนติดตั้ง
มีแอปพลิเคชันที่ช่วยคำนวณอัตราการใช้น้ำมัน การเติมน้ำมัน เช่น Road Trip MPG Lite, Fuelio, Fuel Log รวมถึงสูตรคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่คุณสามารถคำนวณได้ด้วยตนเอง แต่สูตรและแอปพลิเคชันเหล่านี้มักจะต้องกรอกข้อมูลด้วยมือและอ้างอิงข้อมูลจากใบเสร็จ เพื่อค่าผลลัพธ์ที่แม่นยำ
แต่หากคุณมีรถใช้งานจำนวนมาก หรือใช้งานขนส่งหลากหลายแบบ หรือมีคนขับหลายคนต่อคัน การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack จะแม่นยำที่สุดกว่าวิธีที่กล่าวข้างต้น
เพราะการคำนวณการใช้น้ำมันจะคำนวณประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน ดูแต่ละเที่ยวขนส่ง ดูจากคนขับ มีรายงานการใช้รถใช้น้ำมันรายวัน รายเดือน หรือตามค่าที่กำหนดเองได้เลย มองเห็นภาพรวมการใช้น้ำมัน และลดต้นทุนค่าเติมน้ำมันได้จริง ใช้งานง่าย ผ่านแอปพลิเคชันระบบจัดการน้ำมันและจัดการยานพาหนะจาก Cartrack ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android
การจอดรถและสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ ทำให้รถกินน้ำมัน แม้ว่าจะกินน้ำมันไม่เท่ากับการขับขี่ปกติ แต่เพราะมีการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลา สำหรับรถบรรทุกจอดแช่ 1 ชม. สามารถกินน้ำมันได้ตั้งแต่ 0.76-4 ลิตร ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ สภาพรถและเครื่องยนต์ และเปิดแอร์หรือไม่ อุณหภูมิเท่าไหร่แรงลมมากแค่ไหน ดังนั้น หากต้องการจอดรถพัก หรือจอดไปทำธุระ การดับเครื่องจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด
ทำได้ เพราะเซนเซอร์น้ำมัน Cartrackจะติดตั้งใช้งานร่วมกับ GPS ซึ่งสามารถจับตำแหน่งรถและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น เช่น หากรถจอดแช่นิ่ง แต่สตาร์ทติดเครื่องไว้เป็นเวลาหลายนาที ระบบก็จะส่งแจ้งเตือนว่ามีการจอดแช่ติดเครื่องยนต์ให้เจ้าของรถทราบทันที
การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันช่วยแก้ปัญหาการขโมยน้ำมันได้ เพราะมีข้อมูลการเติมเข้าและการใช้น้ำมันอยู่ตลอดเวลา หากระดับน้ำมันในถังลดลงอย่างผิดปกติ เจ้าของรถก็ทราบได้ทันที โดยนำข้อมูลรายงานการใช้น้ำมันรถในระบบมาตรวจสอบได้
จริง ๆ แล้วไม่มีอุปกรณ์ใดที่ช่วยประหยัดน้ำมันได้โดยตรง ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการใช้รถและการขับขี่ เช่น ไม่สตาร์ทเครื่องจอดทิ้งไว้ ไม่บรรทุกของหนัก ไม่ขับเร่งเครื่องตลอดเวลา
แต่หากเป็นระบบจัดการน้ำมัน จะสามารถควบคุมและลดการใช้น้ำมันสิ้นเปลืองได้ อย่างระบบจัดการยานพาหนะและจัดการน้ำมันจาก Cartrack แจ้งเจ้าของรถหากมีการจอดรถแช่ทิ้งไว้นาน มีการใช้ความเร็วเกินกำหนด มีความเสี่ยงขโมยน้ำมันด้วยการดูดน้ำมัน การเติมน้ำมัน และสามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงพฤติกรรมคนขับรถได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือช่วยหยุดการทุจริตน้ำมัน ยืดอายุการใช้งานให้รถ และช่วยประหยัดน้ำมันรถได้อย่างมีระบบและยั่งยืน
ปัญหาการขโมยน้ำมันในธุรกิจมักเกิดจากรูปแบบการตรวจสอบที่หละหลวม เช่น การอ้างอิงค่าเติมน้ำมันจากใบเสร็จ คำบอกเล่าของพนักงานขับรถ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือขาดการติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าของรถหรือเจ้าของธุรกิจที่ไม่ได้อยู่กับตัวรถตลอดเวลา จะไม่สามารถมองเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือตรวจสอบได้เลยว่าสิ่งที่ทราบนั้นเป็นจริงหรือไม่
แต่เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack จะมีการวัดระดับน้ำมันในถังตลอดเวลา 24 ชม. และบันทึกค่าทั้งหมดไว้ในระบบ ทำให้ตรวจสอบข้อมูลเท็จจริงได้ หากระดับน้ำมันในถังลดลงอย่างผิดปกติ หรือมีการขับรถไปในเส้นทางที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณของการทุจริต ก็สามารถตรวจสอบได้หมด เจ้าของรถจะสามารถรู้และจัดการเหตุทุจริตได้ทันท่วงที
ทำได้ เพราะเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack จะติดตั้งใช้งานร่วมกับ GPS ติดตามรถ หากมีการสตาร์ทรถและจอดรถนิ่งไว้ ระบบจะส่งแจ้งเตือนกิจกรรมนี้ไปยังเจ้าของรถหรือผู้ที่มีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบทันที โดยสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้อบรมหรือตักเตือนให้พนักงานขับรถเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จำเป็น เนื่องจากเซนเซอร์น้ำมันต้องอาศัยการทำงานร่วมกับ GPS ติดตามรถ ในการเก็บข้อมูลตำแหน่งรถ ความเร็วรถที่ใช้ พฤติกรรมการขับขี่ และนำข้อมูลจากทั้ง 2 อุปกรณ์มาวิเคราะห์การใช้งานรถร่วมกัน เพื่อสรุปข้อมูลประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน
มี โดยเจ้าของรถหรือผู้ที่ต้องรับผิดชอบยานพาหนะใช้งานในธุรกิจ สามารถล็อกอินเข้าใช้งานระบบฟลีท หรือระบบจัดการยานพาหนะของ Cartrack ได้ และดึงข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงของรถแต่ละคันออกมา หรือดาวน์โหลดเป็นรายงานได้ง่าย ๆ

