BLOGS

ทำไม 'เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน' แบบเจาะถัง ดีสำหรับรถบรรทุก?

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

รถบรรทุกส่วนใหญ่จะได้รับการแนะนำให้ติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน เพื่อวัดผลประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ว่าใช้งานได้คุ้มค่าหรือถูกต้องหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน

โดยเจ้าของรถบรรทุกมักได้รับการแนะนำว่า สำหรับรถบรรทุกแล้ว เซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถัง เหมาะสมที่สุดแล้ว เรื่องนี้จริงหรือไม่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้มีคำตอบมาฝาก

Cartrack บริษัทผู้ให้บริการระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เครื่องมือยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักของเราได้แก่ GPS ติดตามรถ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน กล้องติดรถตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ ฯลฯ โดย Cartrack เป็นบริษัทรับติดตั้ง GPS ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก (DLT) หากต้องการควบคุมยานพาหนะรอบด้าน เลือก Cartrack เป็นพันธมิตรธุรกิจของคุณ

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • 'เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน' แบบเจาะถัง เป็นอย่างไร?
  • ทำไมเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังถึงดีสำหรับรถบรรทุก?
  • ประโยชน์รอบด้านที่ธุรกิจใช้รถบรรทุกจะได้รับ เมื่อติดเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง
  • เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดตั้งลงถังน้ำมัน วัดปริมาณน้ำมันความแม่นยำสูง

ทำไมเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังถึงดีสำหรับรถบรรทุก?

เหตุผลเพราะเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังให้ค่าการวัดผลที่แม่นยำสูงสำหรับรถบรรทุกหรือรถขนส่งเชิงพาณิชย์ และเข้ากับลักษณะกายภาพของรถที่มีถังน้ำมันอยู่ที่ด้านนอกของตัวถังรถ โดยประโยชน์ของเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังสำหรับรถบรรทุก มีดังนี้

1. ป้องกันและจับทุจริตน้ำมันได้แม่นยำ

นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุด เพราะรถบรรทุกวิ่งระยะไกลมักเจอปัญหาน้ำมันหายระหว่างทาง เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังมักจะส่งสัญญาณเป็นดิจิทัลที่มีความละเอียดสูงมากถึง 98% 

เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ GPS ติดตามรถ แบบประสิทธิภาพสูงหรือแบบ Telematics จะทำให้เจ้าของรถรู้ทันทีหากน้ำมันลดฮวบผิดปกติขณะจอดรถหรือสตาร์ทรถไว้

2. นิ่งไม่แกว่งหรือทนความสะเทือน

ถังน้ำมันของรถบรรทุกมีความยาวและใหญ่มาก เวลาเลี้ยว เบรก หรือวิ่งบนทางขรุขระ น้ำมันจะกระฉอกรุนแรงตามไปด้วย

ถ้าใช้ลูกลอยแบบก้านธรรมดา เข็มน้ำมันจะแกว่งไปมา แต่เซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถังจะวัดค่าจากพื้นที่ผิวสัมผัสของน้ำมันในแท่งตรง ๆ และมีระบบซอฟต์แวร์ช่วยคำนวณค่า ทำให้ได้ตัวเลขปริมาณน้ำมันที่นิ่งและเสถียรตลอดการเดินทาง

3. มีความทนทานสูงมาก

ข้อนี้เป็นข้อดีสำหรับเซนเซอร์น้ำมันรุ่นนี้ ในขณะที่ลูกลอยติดรถทั่วไปจะมีหน้าสัมผัสและก้านขยับขึ้นลงได้ เมื่อใช้ไปนาน ๆ บนรถบรรทุกที่สั่นสะเทือนตลอดเวลา ชิ้นส่วนเหล่านี้จะสึกหรอหรือหักพังได้ง่าย 

แต่เซนเซอร์น้ำมันแบบแท่งหรือท่อที่เจาะฝังลงไปในถังจะไม่มีชิ้นส่วนไหนขยับ หรือขยับน้อยมาก ทำให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ดีเซลและสภาพถนนได้นานหลายปี

4. ออกแบบมาให้พอดีกับถังน้ำมันรถบรรทุก

ถังน้ำมันรถบรรทุกแต่ละรุ่นมีความลึกไม่เท่ากัน ซึ่งเซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถังส่วนใหญ่สามารถตัดความยาวของแท่งให้พอดีกับความลึกของถังน้ำมันนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้วัดน้ำมันได้ตั้งแต่หยดแรกที่ก้นถังไปจนถึงเต็มถังแบบครบถ้วน

รถบรรทุกใช้งานของธุรกิจคุณเป็นรุ่นใด หากมีข้อสงสัยอื่น ๆ เกี่ยวกับการติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง คลิกเพื่อกรอกข้อมูลรับคำปรึกษาฟรีได้ที่นี่

'เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน' แบบเจาะถัง เป็นอย่างไร?

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง หรือ Tube-type fuel level sensor คืออุปกรณ์ที่ใช้วัดปริมาณน้ำมันในถังของยานพาหนะหรือเครื่องจักร 

อุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถังลักษณะนี้จะแตกต่างจากเซนเซอร์น้ำมันหรือระบบเช็กน้ำมันแบบมาตรฐานทั่วไป ที่มักจะมีวัตถุหรือลูกลอยแกว่งไกวอยู่ภายนอกเพื่อตรวจจับของเหลว โดยเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังหรือแบบท่อนี้จะเก็บชิ้นส่วนหรือกลไกเอาไว้ภายในกระบอกสูบแนวตั้งแทน

ซึ่งด้วยลักษณะของเซนเซอร์ที่ดูเหมือนกระบอกสูบแนวตั้งยาว ๆ นี้เอง ทำให้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง เรียกอีกชื่อว่า เซนเซอร์น้ำมันแบบท่อ ก็ได้เช่นกัน

รถบรรทุกขนส่งของกำลังขนของจากโกดังสินค้า

ประโยชน์รอบด้านที่ธุรกิจใช้รถบรรทุกจะได้รับ เมื่อติดเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง

การติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง โดยปกติจะทำงานร่วมกับระบบ GPS ติดตามรถหรือระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System) เพื่อไม่ได้เพียงแค่ดูว่าน้ำมันเหลือเท่าไหร่ แต่ใช้บริหารต้นทุนและผลกำไรของธุรกิจมีขนส่งและโลจิสติกส์อย่างชัดเจน โดย Cartrack แบ่งประโยชน์รอบด้านออกเป็น 4 ด้านหลัก ๆ

1. ด้านการควบคุมต้นทุนและการเงิน

สิ่งที่ทุกธุรกิจให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ต้นทุน และค่าน้ำมันรถใช้งานในธุรกิจ คิดเป็นประมาณ 40% ของต้นทุนทั้งหมด ซึ่งเซนเซอร์น้ำมันที่มีประสิทธิภาพจะช่วยจัดการช่องโหว่ทางต้นทุนที่เกิดจากค่าน้ำมันได้ทันที

  • หยุดทุจริตน้ำมันทั้งหมด: เซนเซอร์น้ำมันจะป้องกันการขโมยน้ำมัน ทั้งการดูดน้ำมันจากถังไปขายและการเติมไม่ครบหรือสวมบิล เพราะระบบจะติดตามปริมาณน้ำมัน บันทึกปริมาณน้ำมันที่เพิ่มเข้าถังอย่างละเอียดเทียบกับใบเสร็จค่าน้ำมัน และแจ้งเตือนเมื่อมีการทำธุรกรรมน้ำมันหรือน้ำมันลดลงผิดปกติ
  • ตรวจสอบพฤติกรรมขับขี่ที่สิ้นเปลืองถึงต้นตอ: เซนเซอร์น้ำมันจะทำงานร่วมกับระบบจัดการยานพาหนะหรือ GPS ติดตามรถแบบ Telematics แบบเรียลไทม์ ทำให้บันทึกพฤติกรรมการขับขี่ทั้งหมด โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่ดี ระบบจะแสดงออกมาเลย เช่น จอดแช่นาน เหยียบคันเร่งบ่อย ขับซิ่ง ทำให้ธุรกิจรู้ได้ว่าทำไมน้ำมันหมดไวและเพราะเหตุผลอะไร นอกจากนี้ยังสรุปอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันลิตรต่อกม. ออกมาเป็นรายงานให้อีกด้วย

2. ด้านการบริหารจัดการรถและเวลาทำงาน

เซนเซอร์น้ำมันพร้อมกับระบบจัดการยานพาหนะช่วยบริหารจัดการรถและเวลาการทำงานของคนขับรถได้พร้อม ๆ กัน

  • ประเมินประสิทธิภาพรถ: ระบบจะเก็บข้อมูลการใช้รถไว้ด้วย ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนในการทำงานจริงที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เช่น รถรุ่นไหนใช้น้ำมันเท่าไหร่ วิ่งเส้นทางไหนกินน้ำมันมากกว่า ข้อมูลตรงนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อรถใช้งานคันใหม่ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับธุรกิจ
  • วางแผนการบริหารแรงงานคน: นอกจากน้ำมัน แรงงานคนก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่เซนเซอร์น้ำมันและระบบช่วยได้ เพราะธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะจะมีข้อมูลการใช้รถไว้ใช้วางแผนจัดสรรแรงงานคนให้เข้ากับงานขนส่งและรถใช้งานได้อย่างราบรื่น

3. ด้านความโปร่งใสและบรรยากาศการทำงาน

ทุกข้อมูลการทำงานถูกกางออกมาชัดเจน 100% บนระบบจัดการน้ำมันที่เป็นระเบียบและเป็นกลาง

  • ลดการพิพาทและความขัดแย้ง: หากเกิดเหตุน้ำมันหาย ธุรกิจสามารถค้นพบคำตอบได้จากเซนเซอร์น้ำมันเป็นระบบดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูง บันทึกข้อมูลน้ำมันตลอดเวลา เป็นหลักฐานที่โปร่งใสและยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องกล่าวหาหรือคอยจับผิดให้เสียกำลังใจหรือขาดการเชื่อใจในการทำงาน
  • อบรมถูกต้อง ให้รางวัลถูกคน: ธุรกิจมีข้อมูลการใช้น้ำมันของรถอย่างชัดเจน ถ้าการใช้น้ำมันไม่ถูกต้องที่เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ ธุรกิจก็สามารถอบรมการขับขี่ที่ถูกต้องได้อย่างถูกจุดและถูกตัวคนขับรถ
    ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจก็จะมีข้อมูลการขับขี่ที่ถูกต้องของคนขับ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานการทำงานที่ดีและให้รางวัลตอบแทนกับพวกเขาได้

4. ด้านความปลอดภัยของการทำงานและสินค้า

  • แจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์: หากเกิดเหตุการณ์น้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วขณะที่รถใช้งานหรือจอดอยู่ที่ไหนสักที่ เช่น โดนดูดขโมยน้ำมัน เซนเซอร์น้ำมันที่มีระบบจัดการยานพาหนะจะส่งสัญญาณ Push notification เข้าสู่ระบบให้ธุรกิจทราบทันที จนสามารถประสานงานช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ป้องกันน้ำมันหมดกลางทาง: ลดความเสี่ยงที่รถส่งสินค้าหรือรถใช้งานจอดหยุดข้างทาง เนื่องจากน้ำมันหมด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการส่งสินค้าล่าช้า สินค้าเสียหาย หรือความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนบนถนน

การติดตามระดับน้ำมันจากเซนเซอร์น้ำมันเจาะถังรถบรรทุก

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดตั้งลงถังน้ำมัน วัดปริมาณน้ำมันความแม่นยำสูง

ติดตามแม่นยำ วัดผลมั่นใจ ธุรกิจมีรถเลือกใช้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง Cartrack ระบบติดตามน้ำมันแม่นยำสูงถึง 98% หยุดต้นทุนน้ำมันรั่วไหลหรือการใช้รถสิ้นเปลือง ลดต้นทุนค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายด้านขนส่งโดยรวมได้สูงถึง 20% ตั้งแต่เดือนแรกที่ใช้*

  • หยุดทุจริตน้ำมัน ขโมยน้ำมัน บิลน้ำมันปลอม ทุกรูปแบบ
  • ตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่สิ้นเปลือง และแก้ไขการขับขี่ให้ถูกต้องแบบตรงจุด
  • แจ้งเตือนการขับขี่ที่ผิดปกติแบบเรียลไทม์ ช่วยดูแลรถ คนขับ และทรัพย์สินได้อย่างปลอดภัย
  • ป้องกันเหตุขัดข้องเรื่องน้ำมัน เช่น น้ำมันหมดกลางทาง เติมน้ำมันสะเปะสะปะ
  • ใช้รถได้ถูกต้อง เพราะมีข้อมูลการใช้งานรถ จนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเลือกซื้อรถได้อย่างถูกต้องตามการใช้งานจริง
  • บริหารจัดการคนขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ อบรมและให้รางวัลการขับขี่ได้ถูกต้อง

ธุรกิจใดที่สนใจติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน GPS ติดรถบรรทุก กล้องรถบรรทุก หรือจะเป็นอุปกรณ์สำหรับวัดผลการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อธุรกิจ สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น. ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS สำหรับรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

หมายเหตุ: *ค่าเฉลี่ยจากลูกค้าที่ติดตั้งจริงและให้ข้อมูลการดำเนินงานกับ Cartrack

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง

การติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังส่งผลต่อประกันรถหรือไม่?

การติดตั้ง เซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถัง จะมีการเจาะถังน้ำมันเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ลงถังโดยตรง ดังนั้นจึงส่งผลต่อประกันบริเวณถังน้ำมันเท่านั้น และไม่ส่งผลต่อประกันรถทั้งหมด

ทั้งนี้ แนะนำให้เจ้าของรถสอบถามบริษัทประกันอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายในการให้บริการของบริษัทประกันแต่ละเจ้าอาจแตกต่างกันออกไป

หากสงสัยว่ามีการขโมยน้ำมันในธุรกิจ ควรเลือกติดอุปกรณ์อะไรเพื่อตรวจสอบ?

หากสงสัยว่ามีการขโมยน้ำมันเกิดขึ้นในธุรกิจ แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์น้ำมันและ กล้องติดรถด้านข้างตัวรถ บริเวณถังน้ำมัน

โดยเซนเซอร์น้ำมันจะเป็นอุปกรณ์ที่วัดปริมาณน้ำมันในถังได้แบบละเอียดและรายงานผลรูปแบบกราฟเรียลไทม์ไว้ในระบบจัดการยานพาหนะ ทำให้ผู้ใช้งานระบบสามารถตรวจสอบปริมาณน้ำมันได้

ส่วนกล้องติดรถบรรทุกที่ด้านข้างจะช่วยให้เจ้าของรถเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณถังน้ำมันทั้งหมด เพราะสามารถตั้งค่าเวลาให้กล้องทำงานต่อเนื่องได้แม้เครื่องยนต์จะถูกดับลงก็ตาม* (*สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง)

รถประเภทอื่น ๆ สามารถติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถังได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับว่ารถประเภทนั้นมีถังน้ำมันภายนอกรถหรือไม่ ซึ่งจะเป็นลักษณะหลักของรถที่สามารถใช้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ รถพ่วง

ส่วนรถขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น รถตู้ รถกระบะตู้ทึบ รถยนต์ ที่มีถังน้ำมันอยู่ภายใน แนะนำให้ติดเซนเซอร์รูปแบบอื่น เช่น เซนเซอร์อนาล็อก หรือเซนเซอร์ CAN Bus จะเหมาะสมกว่า

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

รถบรรทุกส่วนใหญ่มักถูกแนะนำให้ติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง เพื่อวัดผลประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด จริงมั้ย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น