บทความตอบคำถามพบบ่อยตอนนี้จากคาร์แทรค (Cartrack) เราได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับการติดตั้ง GPS รถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและเงื่อนไขการติด GPS ที่กรมการขนส่งทางบก (DLT) กำหนดไว้อย่างชัดเจน ป้องกันการทำผิดกฎหมายและต้องเสียค่าปรับหรือมีปัญหาในการต่อภาษีภายหลัง
มีผล สำหรับรถบรรทุกที่อยู่ใต้เงื่อนไขรถบรรทุกที่กรมการขนส่งทางบก (DLT) บังคับให้ติด GPS เช่น รถบรรทุกที่บรรทุกน้ำหนัก 10 ตันขึ้นไป หรือรถบรรทุกวัตถุอันตราย หรือรถโดยสารสาธารณะ หากรถ 6 ล้อของคุณเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งก็จำเป็นต้องติด GPS หากไม่ติดจะถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย จะไม่สามารถต่อภาษีรถประจำปีได้
การตรวจสภาพรถบรรทุก 6 ล้อ คือการนำรถไปตรวจสภาพกับ ตรอ. ซึ่งการตรวจสภาพรถจะเน้นที่อุปกรณ์และอะไหล่ส่วนต่าง ๆ ของรถบรรทุกที่เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่มีการต่อเติม GPS ติดรถจะไม่ถูกนำมาพิจารณาในส่วนนี้
ตามประกาศ กฎหมาย GPS รถบรรทุกที่ต้องติด GPS ติดตามรถ ได้แก่ รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป รถบรรทุกวัตถุอันตราย รถขนส่งสาธารณะ รวมถึงรถที่บรรทุกน้ำหนัก 10 ตันขึ้นไป แม้ว่ารถบรรทุก 6 ล้อจะยังไม่มีการบังคับใช้แต่หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ก็จำเป็นต้องติด GPS เพื่อส่งข้อมูลการใช้รถเข้าไปยัง DLT ไม่มีข้อยกเว้น
ขึ้นอยู่กับว่ารถบรรทุก 6 ล้อนั้นเข้าเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบก (DLT) บังคับให้ติด GPS หรือไม่ เพราะแม้ว่ารถทั้ง 2 ประเภทจะมีความต่างกัน กล่าวคือ รถบรรทุก 6 ล้อ ป้ายขาว เป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล
ส่วนรถบรรทุกป้ายเหลือง เป็นรูปแบบรถบรรทุกไม่ประจำทาง ใช้รับจ้างขนส่งโลจิสติกส์ หรือใช้เป็นรถขนส่งสาธารณะได้ แต่หากบรรทุกของน้ำหนักเกิน 10 ตัน หรือใช้เป็นรถบรรทุกโดยสาร ก็เข้าเงื่อนไขต้องติด GPS ติดตามรถนั่นเอง
หากไม่อยู่ในเงื่อนไขรถบรรทุกที่ต้องติด GPS เจ้าของรถสามารถพิจารณาติดหรือไม่ติด GPS ได้ตามสมควร
ทั้งนี้ มีข้อที่ควรทราบคือ กรมการขนส่งทางบกจะมีโครงการบางอย่างที่ต้องใช้ข้อมูลการใช้รถเป็นหลักฐานและเอกสารประกอบการเข้าร่วมโครงการ สำหรับรถบรรทุก <10 ล้อ จะต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE เพื่อเก็บข้อมูลทุกครั้งที่มีการเดินรถ หากไม่มีข้อมูลส่วนนี้ก็อาจเสียสิทธิ์ไป
ดังนั้น Cartrack จึงขอแนะนำให้เจ้าของรถเลือกติด GPS ติดตามรถไว้ดีกว่า เพื่อประโยชน์หลาย ๆ ด้าน และเพื่อเตรียมรับสำหรับกฎหมายติด GPS ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
GPS Cartrack จะมีทั้งการระบุตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ รวมถึงการเก็บข้อมูลการใช้รถที่สำคัญ เช่น ความเร็ว การสตาร์ทจอดแช่ การเบรกกะทันหัน ซึ่งการมีอุปกรณ์ที่บันทึกหลักฐานการใช้รถเป็นลายลักษณ์อักษร จะเป็นประโยชน์สำหรับรถใหญ่แบบรถบรรทุกเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
นอกจากนี้ คุณยังสามารถดาวน์โหลดข้อมูลการใช้รถออกมาเป็นรายงานได้จากระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System) เพื่อนำไปแจ้งให้พนักงานปรับปรุงการขับขี่ หากพบว่าพนักงานขับรถคนใดที่มีพฤติกรรมขับขี่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตราย
GPS รถบรรทุก 6 ล้อ Cartrack ราคารายปีเริ่มต้นที่ 3,999 บาทต่อปี หรือ 379 บาท/เดือน แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพื่อเลือกแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณมากที่สุด
รถบรรทุก 6 ล้อสามารถติด GPS มากกว่า 1 เครื่องได้ แต่หากมีการลิงก์ข้อมูลเข้ากรมขนส่ง DLT ข้อมูลจะลิงก์ผ่านกล่อง GPS ได้เพียงกล่องเดียวหรือเครื่องเดียวเท่านั้น
ไม่ได้ GPS นำทางไม่สามารถใช้แทน GPS ติดตามรถได้ เพราะรูปแบบการทำงานเป็นคนละแบบ GPS นำทางมักเป็นแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือหรือโปรแกรมที่ติดมากับตัวรถบางรุ่น และใช้เพื่อนำทางเส้นทางที่ต้องการไปเท่านั้น
ส่วน GPS ติดตามรถสามารถระบุตำแหน่งรถโดยไม่ต้องอยู่กับตัวรถได้ บันทึกข้อมูลการใช้รถ และส่งข้อมูลเข้ากรมการขนส่งทางบกได้อัตโนมัติ เป็นคุณสมบัติที่ GPS นำทางไม่สามารถทำได้
แนะนำให้เลือกพิจารณาจากข้อดีและข้อจำกัดในการติดตั้ง เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหรือได้ของไม่มีคุณภาพ
การซื้อ GPS กับบริษัทที่ให้จำหน่ายโดยตรง ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีบริการที่ครบวงจร รับประกันสินค้า ฝ่ายดูแลลูกค้าหลังการขาย รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ เช่น การออกหนังสือรับรองเพื่อต่อภาษีรถประจำปี บริษัทที่จำหน่าย GPS โดยตรงอย่าง Cartrack ก็เป็นหนึ่งในผู้บริการที่มีบริการจำหน่ายพร้อมติดตั้ง GPS โดยช่างผู้เชี่ยวชาญด้วย
แต่หากต้องการความสะดวก ไว ราคาถูก การซื้อ GPS ติดรถบรรทุกจากร้านค้าออนไลน์ก็อาจตอบโจทย์ เพราะสามารถสั่งซื้อและนำมาติดตั้งได้เลย แต่มีข้อจำกัด คือ หากไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อ คุณอาจได้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการรับประกันสินค้า หรือซ้ำร้ายคือ GPS ไม่ส่งข้อมูลเข้ากรมขนส่งฯ สำหรับรถบรรทุกที่ต้องติดตั้ง GPS ตามกฎหมาย

