กล้องติดรถ DVR + GPS ต่างจากกล้องติดรถทั่วไปอย่างไร? ธุรกิจมีรถใช้งานติดกล้อง DVR + GPS ได้ประโยชน์อะไร? กล้องติดรถ DVR มีกี่แบบ? รวมคำถามพบบ่อย-คำตอบเรื่องกล้องติดรถไว้แล้วที่นี่
ใช้ได้ แต่อาจแตกต่างกันตามความต้องการใช้งาน โดยรถยนต์ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กอาจนิยมติดตั้งเฉพาะกล้องติดหน้ารถ และกล้องติดหลังรถเพียงอย่างละตัว สำหรับรถบรรทุกจะเหมาะกับการติดกล้องด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เพราะมี จุดอับสายตาของรถ มากกว่า
สำหรับกล้อง DVR Cartrack รองรับการติดตั้งกล้องสูงสุดถึง 8 ตัว ติดตั้งได้ทั้งด้านในและด้านนอกตัวรถ เช่น ด้านหน้าบริเวณคอนโซลรถ ด้านข้างรถบริเวณถังน้ำมัน ด้านหลังรถบริเวณตู้สินค้า ฯลฯ จึงเหมาะสำหรับใช้งานกับทั้งรถยนต์ รถบรรทุก รถมอเตอร์ไซค์
DVR ย่อมาจากคำว่า Digital Video Recorder เป็นอุปกรณ์สำหรับบันทึกและเก็บข้อมูลวิดีโอ สำหรับต่อเข้ากับกล้องติดรถ
โดย DVR ที่ทาง Cartrack ให้บริการ เป็นแบบมีช่องเชื่อมต่อ 4 และ 8 ช่อง และยังมีระบบ GPS ติดตามรถ ในตัว จึงสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งภาพที่บันทึก พิกัดตำแหน่ง และข้อมูลการใช้รถเบื้องต้น เช่น ความเร็วที่ใช้ ช่วงที่มีการสตาร์ทรถจอดแช่นิ่งอีกด้วย
กล้อง Mobile DVR คือกล้องแบบเดียวกับกล้อง DVR แต่จะติดตั้งกับวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ไปมาได้ อย่างยานพาหนะหรือเครื่องจักร เช่น รถบรรทุกก่อสร้าง รถพ่วง รถขนส่งโลจิสติกส์
กล้องติดรถส่วนมากไม่ใช่กล้องที่บันทึกภาพได้ตลอดเวลา จะทำงานเฉพาะช่วงที่มีการสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น เนื่องจากตัวกล้องต้องอาศัยการทำงานของระบบไฟฟ้ารถ แม้จะเป็นกล้องที่มีแบตเตอรี่ในตัวก็ไม่สามารถบันทึกต่อเนื่องได้ตลอดเวลา เนื่องจากกล้องติดรถเป็นกล้องขนาดเล็ก ขนาดของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้จึงจำกัด
หากต้องการกล้องวงจรปิดติดรถที่สามารถบันทึกภาพได้ตลอดเวลา ควรมองหากล้องติดรถที่มีคุณสมบัติ Parking Mode หรือเป็นกล้องที่รองรับการขยายเวลาทำงานแม้เครื่องยนต์ดับสนิท
กล้องหน้ารถบันทึกในห้องโดยสารติดได้ทั้งด้านหน้าบริเวณคอนโซลรถ มุมส่องออกถนนหรือส่องหาผู้ขับขี่ หรือติดภายในห้องโดยสารบริเวณด้านหลัง เพื่อใช้เก็บภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร หรือติดตามพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบว่ามีการนำบุคคลภายนอกมาโดยสารรถที่ใช้งานในเวลาทำงานหรือไม่ เป็นต้น
ไม่จำเป็น อย่างเช่น กล้องจีพีเอสที่ Cartrack ให้บริการจำหน่ายและติดตั้ง เป็นกล้องที่มีระบบ Telematics และ GPS Tracking ในตัว จึงใช้งานเป็นกล้องติดรถแบบทั่วไป และตรวจสอบข้อมูลการใช้รถบนระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) ได้ในเวลาเดียวกัน
แตกต่างกันที่คุณสมบัติของกล้อง โดยกล้อง CCTV ทั่วไปนิยมติดตั้งในพื้นที่อาคาร เช่น บริเวณบ้าน สำนักงาน ร้านค้า แต่กล้องติดรถนิยมใช้เพื่อติดตั้งใช้งานกับยานพาหนะโดยเฉพาะในมุมต่าง ๆ ทั้งใช้เป็น กล้องหน้ารถ กล้องหลัง กล้องสำหรับมองด้านข้างรถ เป็นต้น
นอกจากกล้องติดรถ ยังมีกล่อง GPS ติดตามรถที่สามารถติดตามข้อมูลการใช้รถ บันทึกเส้นทาง วันและเวลาที่มีการขับขี่ รวมถึงระบุพิกัดตำแหน่งของรถได้อีกด้วย
กล้องรถบรรทุก Cartrack สามารถทำได้มากกว่าการบันทึกภาพ เพราะเป็นกล้องติดรถที่มีระบบ GPS ติดตามรถในตัว ดูภาพสดบน ระบบจัดการยานพาหนะ แบบเรียลไทม์ได้ รวมถึงดูย้อนหลังและดาวน์โหลดฟุตเทจภาพจากกล้องออกมาเก็บไว้ได้
หากผู้ใช้งานต้องการกล้องติดรถที่ทำได้มากกว่าการบันทึกภาพ แต่ให้ข้อมูลการใช้รถที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐาน เช่น ลดหย่อนเบี้ยประกัน หรือเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์กรณีเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี กล้องรถบรรทุก Cartrack ก็ถือว่าเป็นกล้องที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแน่นอน
กล้องหน้ารถ (Dash Cam) Cartrack ราคาเริ่มต้นที่ 650 บาท/เดือน สำหรับกล้องมุมมองส่องถนน (Road Vision) ที่มีความจุต่ำสุด หากต้องการติดตั้งจำนวนกล้องมากขึ้น ความจุมากขึ้น หรือต้องการบริการเสริมพิเศษอื่น ๆ (Add-on) ราคาสุทธิของกล้องอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้งาน

