เพราะทุกครั้งที่คนขับรถในธุรกิจขับรถออกไปปฏิบัติหน้าที่ คุณในฐานะเจ้าของรถหรือผู้รับผิดชอบดูแลฟลีทรถเหล่านี้ จะไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถบ้าง คนขับใช้ความเร็วเกินไหม ใช้น้ำมันสิ้นเปลืองไหม กว่าจะรู้ก็ตอนที่เห็นใบเสร็จค่าน้ำมันหรือใบค่าปรับแล้ว และก็ไม่รู้จะเริ่มแก้ไขปัญหานี้ยังไง ถ้าอย่างนั้นลองมารู้จัก ระบบ Telematics (เทเลเมติกส์) จาก Cartrack ที่อาจช่วยคุณได้ในบทความตอบคำถามพบบ่อยตอนนี้
ทำได้ ธุรกิจสามารถติดตามพฤติกรรมของคนขับได้จากทางไกลผ่านระบบ Telematics ซึ่งระบบ Telematics Cartrack สามารถติดตามได้ไกลหลักพันกิโลในรัศมีทั่วประเทศไทย
มี ซึ่งก็คือระบบ Telematics นั่นเอง ระบบนี้นอกจากจะเก็บและติดตามข้อมูลการใช้รถและพฤติกรรมของคนขับแล้ว ยังมีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เมื่อคนขับขับขี่ด้วยความเร็วที่เกินที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย สำหรับระบบ Telematics Cartrack ผู้ใช้งานสามารถเลือกรับการแจ้งเตือนได้จากหลายช่องทาง เช่น ข้อความ Push Nitification บนแอปฯ Cartrack หรือทางอีเมล ทางแอปพลิเคชัน Telegram ทางแอปพลิเคชัน LINE* (*มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
พฤติกรรมการขับขี่ที่ระบบ Telematics ตรวจสอบได้ ได้แก่ ความเร็วที่ใช้ การเบรกรถกะทันหัน การสตาร์ทรถจอดแช่นานผิดปกติ ซึ่งระบบจะเก็บข้อมูลทั้งหมดนี้และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์
พฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถ มีผลโดยตรงต่อต้นทุนของบริษัท กล่าวคือ หากพนักงานขับรถใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับและแตะเบรกกะทันหันเป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้รถสึกหรอเร็วขึ้น ธุรกิจต้องเสียค่าซ่อมบำรุงไวกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันด้วย
นอกจากนี้ พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีของคนขับยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรโดยตรง หากธุรกิจตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้ได้โดยตรง และใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นหลักฐานในการแจ้งให้พนักงานปรับปรุงพฤติกรรม ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ ก็จะช่วยควบคุมและลดต้นทุนเหล่านี้ให้ธุรกิจที่มีรถฟลีทได้
ส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะโดยตรง ได้แก่ ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงประจำปี ค่าปรับจากการขับรถผิดกฎหมาย
ถูกต้อง เพราะระบบ Telematics เป็นเพียงซอฟต์แวร์เท่านั้น คุณจะต้องติดตั้งกล่อง GPS ติดตามรถ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์เก็บและส่งข้อมูลไปให้ระบบ Telematics สำหรับระบบ Telematics Cartrack คุณจะสามารถใช้งานได้ใน แอปพลิเคชัน Cartrack บนสมาร์ทโฟนมือถือระบบ Android และ iOS หรือบนเว็บไซต์ Fleetweb
ระบบ Telematics จะเป็นการเก็บพฤติกรรมการใช้รถ เช่น ความเร็ว ระยะเวลาที่เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทไว้โดยที่รถไม่เคลื่อนที่ หรือช่วงที่มีการเหยียบเบรกกะทันหันและรุนแรง ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ทั้งสิ้น
ขณะที่กล้อง DMS (Driver Monitoring System) จะเป็นการติดตามและแจ้งเตือนพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับคนขับรถโดยตรง เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย อาการง่วง เสี่ยงหลับใน การใช้โทรศัพท์มือถือ การสูบบุหรี่ การพยายามใช้วัตถุบังเลนส์กล้อง
รูปแบบการติดตามพฤติกรรมนี้จึงเป็นจุดที่ระบบ Telematics และกล้อง DMS ทำงานต่างกันและใช้แทนกันไม่ได้นั่นเอง
คนขับจะไม่ทราบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ไว้ที่ตำแหน่งไหนในรถ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของอุปกรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม Cartrack ขอแนะนำให้ทางเจ้าของรถหรือผู้รับผิดชอบรถฟลีทที่ใช้งานในธุรกิจ แจ้งให้พนักงานขับรถรับทราบและยอมรับว่าจะมีการใช้อุปกรณ์ GPS และระบบ Telematics เพื่อตรวจสอบและบันทึกพฤติกรรมขณะใช้รถ เพื่อป้องกันการละเมิดกฎหมาย PDPA
ระบบ Cartrack Telematics และ GPS ติดตามรถ ราคาเริ่มต้นรายเดือนอยู่ที่ 379 บาท/เดือน หรือประมาณ 3,999 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกใช้งาน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดทั้งหมดได้กับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย Cartrack โดยกรอกหมายเลขโทรศัพท์ของคุณที่ หน้าติดต่อเรา เลือกเมนู "ฝ่ายขาย" แล้วรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาทำการได้เลย ระหว่างวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น.
ระบบ Telematics Cartrack รองรับการใช้งานรถทุกประเภท ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถตู้ รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ รถพ่วง ทั้งรถน้ำมันและ รถไฟฟ้า EV สามารถติดตั้งใช้งานกับ GPS และระบบ Telematics Cartrack ได้ทั้งหมด

