BLOGS

คาลิเบรทน้ำมัน คืออะไร มีประโยชน์ต่อการติดตามน้ำมันรถยังไง?

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

การคาลิเบรทน้ำมัน (Fuel calibration) คือ การจับคู่ข้อมูลดิบเกี่ยวกับน้ำมันกับปริมาตรน้ำมันจริงในถัง โดยคำนึงถึงรูปทรงและขนาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของถังน้ำมันแต่ละใบ ด้วยระบบหรือเซนเซอร์น้ำมัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เจ้าของรถสามารถตรวจสอบและติดตามระดับน้ำมันได้อย่างแม่นยำและระบุการใช้น้ำมันหรือรถที่ไม่มีประสิทธิภาพได้

นอกจากนี้ การจับคู่ข้อมูลน้ำมันที่ถูกต้องในถังยังช่วยสกัดการลักลอบดูดน้ำมันไปขาย ซึ่งยังมีการทำกันอย่างโจ่งแจ้งไม่เกรงกลัวกฎหมายในหมู่คนรับจ้างขับรถที่ใช้น้ำมันของบริษัท โดยกรณีล่าสุดที่ตำรวจทางหลวงจับได้ที่ภาคใต้ มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งกรณีแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันและทั่วประเทศ แล้วคุณคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับคุณได้หรือไม่?

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้จะมาอธิบายว่า การคาลิเบรทน้ำมันคืออะไร เป็นประโยชน์ต่อการตรวจติดตามน้ำมันในยานพาหนะได้อย่างไร และความรู้ที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้คุณใช้ยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน หยุดการทุจริต และเพิ่มกำไรเข้ากระเป๋าของคุณได้แบบอัตโนมัติ

Cartrack ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการยานพาหนะแบบครบวงจร เพื่อลดต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและงานขนส่งโดยรวมทั้งหมด เราออกแบบและพัฒนาเครื่องมือตรวจจับเฉพาะเพื่อให้การติดตามเป็นไปอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่สุดต่อการดำเนินงานของธุรกิจมีรถในทุกอุตสาหกรรม

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • การคาลิเบรทน้ำมัน คืออะไร?
  • การคาลิเบรทน้ำมันเป็นประโยชน์ต่อการติดตามน้ำมันอย่างไร?
  • ปัจจัยอะไรบ้างที่สิ้นเปลืองน้ำมันรถมากกว่าที่คิด?
  • เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน VS เซนเซอร์ CANBus ตัวไหนติดตามน้ำมันแม่นยำกว่า?
  • ติดตามน้ำมันรถแบบแม่นยำด้วยเซนเซอร์น้ำมัน 3 รุ่นจาก Cartrack

การคาลิเบรทน้ำมัน คืออะไร?

การคาลิเบรทน้ำมัน คือกระบวนการสอนระบบจัดการยานพาหนะของเราให้รับรู้อย่างแม่นยำว่า มีน้ำมันอยู่กี่ลิตรในถัง ณ ระดับความสูงต่าง ๆ 

เพราะแม้รถหรือเครื่องจักรของคุณจะมีเกจ์วัดน้ำมันอยู่แล้ว แต่เกจ์เหล่านั้นก็ไม่ได้แม่นยำ 100% สำหรับรถใช้งานในธุรกิจ เพราะถังน้ำมันไม่ได้มีแค่ขนาดหรือรูปทรงเดียว และบ่อยครั้งมักจะถูกติดตั้งในลักษณะที่ลาดเอียง

การคาลิเบรทน้ำมันเป็นประโยชน์ต่อการติดตามน้ำมันอย่างไร?

เนื่องจากถังน้ำมันส่วนใหญ่ไม่ได้มีรูปทรงที่เรียบง่ายสมบูรณ์แบบ บางถังมีส่วนโค้ง ส่วนนูน และบางถังก็มีรูปทรงแปลก ๆ เพื่อให้เข้ากับโครงสร้างชิ้นล่างหรือแชสซีของตัวรถ 

ปริมาณน้ำมันที่คุณคิดว่ามีอยู่จึงอาจคลาดเคลื่อนได้ ตัวอย่างเช่น ความสูง 1 เซนติเมตรที่ก้นถังอาจเท่ากับน้ำมัน 4 ลิตร ในขณะที่ความสูง 1 เซนติเมตรที่ส่วนบนของถังอาจคิดเป็นน้ำมันถึง 9 ลิตร

การคาลิเบรทน้ำมันจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับเจ้าของรถหรือผู้จัดการยานพาหนะ โดยวิธีการคาลิเบรทน้ำมันในถัง สามารถทำได้ 2 วิธีหลัก ๆ 

  1. วิธีแรก คือ การสูบน้ำมันออกจากถังจนหมด เพื่อกำหนด "จุดศูนย์" เมื่อถังว่างเปล่าแล้ว ค่อยทำการเติมน้ำมันกลับเข้าไปช้า ๆ ทีละน้อย เช่น ครั้งละ 5 / 10 / 20 ลิตร เพื่อให้ระบบสามารถบันทึกระดับความสูงที่น้ำมันสัมผัสกับเซนเซอร์ได้อย่างแม่นยำในทุก ๆ ครั้งที่เติมเข้าไป
  2. วิธีที่สอง คือ การเติมน้ำมันให้เต็มถัง 100% ซึ่งระบบจะอ่านค่านี้เป็น "เต็มถัง" จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยน้ำมันออกจากถังช้า ๆ เป็นระดับ เช่น 75%, 50%, 25% หรือใช้น้ำมันไปตามปกติก็ได้ จนกระทั่งถังว่างเปล่า ทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง ระบบจะเรียนรู้และบันทึกว่ามีปริมาณน้ำมันอยู่เท่าใดในแต่ละจุด

หลังจากใช้วิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้นแล้ว ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปสร้างเป็นแผนผังหรือตารางเทียบค่า เพื่อให้ระบบรับรู้ได้ทันทีว่า หากระดับน้ำมันอยู่ที่ 12.5 เซนติเมตร หรือคิดเป็น 15% บนเซนเซอร์ นั่นหมายความว่าคุณมีน้ำมันเหลืออยู่ในถัง 105 ลิตร เป็นต้น

อัตราการกินน้ำมันที่ผิดปกติ สัญญาณว่าต้องคาลิเบรทน้ำมัน

ปัจจัยอะไรบ้างที่สิ้นเปลืองน้ำมันรถมากกว่าที่คิด?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ หากคุณไม่ได้ตรวจติดตามสิ่งเหล่านี้ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของรถคุณจะพุ่งสูงทะลุเพดานอย่างแน่นอน

การจอดแช่ติดเครื่องยนต์นานเกินไป 

เมื่อคนขับปล่อยให้เครื่องยนต์ของยานพาหนะทำงานทิ้งไว้ในขณะที่จอดรถหรือรถติดนิ่งอยู่กับที่ พวกเขากำลังเผาผลาญน้ำมันและเข้าข่ายการจอดติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานเกินไป โดยเฉลี่ยแล้ว รถที่จอดติดเครื่องทิ้งไว้จะใช้น้ำมันราว ๆ 0.76 ถึง 2.65 ลิตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ถูกต้อง 

วิธีที่คนขับขับขี่ยานพาหนะของคุณแบบไม่ถูกต้องบนท้องถนนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้สูญเสียน้ำมัน พฤติกรรมการขับขี่เหล่านี้ เช่น

  • การเบรกอย่างรุนแรง
  • การออกตัวกระชาก เร่งความเร็วอย่างรวดเร็ว
  • การเร่งเครื่องยนต์หรือเบิ้ลเครื่อง
  • การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด
  • การขับรถเร็วเกินกำหนด
  • การจัดวางสิ่งของในตัวรถอย่างไม่ถูกต้อง
  • การใช้เกียร์ที่ไม่เหมาะสม
  • การละเลยสัญญาณเตือนให้ซ่อมบำรุง

การไม่วางแผนเส้นทางหรือวางแผนเส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ 

หากเส้นทางเดินรถของรถคุณไม่ได้รับการจัดสรรหรือจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ยานพาหนะของคุณก็จะเผาผลาญน้ำมันไปโดยไม่จำเป็น 

การไม่วางแผนเส้นทางที่ดีให้คนขับ จะทำให้พวกเขาต้องไปจอดแช่อยู่บนถนนที่ติดขัด ใช้เส้นทางอ้อม หรือต้องวิ่งรถไปกลับจุดเดิมหลายรอบ ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองน้ำมันแล้ว ยังทำให้อายุการใช้งานของรถคุณสั้นลงด้วย

การโจรกรรมน้ำมัน 

สาเหตุหลักอย่างหนึ่งของการสูญเสียน้ำมันคือ การโจรกรรมน้ำมัน เนื่องจากคุณไม่ได้ไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยในรถทุกคัน จึงยากที่จะรู้ว่าน้ำมันถูกขโมยไปเมื่อใด สัญญาณต่อไปนี้สามารถบ่งชี้ถึงการโจรกรรมน้ำมันได้

  • ระดับน้ำมันลดลงฮวบฮาบโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม
  • ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างการเติมน้ำมันกับการใช้
  • ค่าน้ำมันสูงผิดปกติแบบไม่มีสาเหตุที่มา
  • มีร่องรอยการดัดแปลงหรือพยายามงัดแงะถังน้ำมันหรือตัวล็อกฝาถังน้ำมัน
  • รูปแบบการเติมน้ำมันที่เปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ
  • เปลี่ยนเส้นทางเดินรถโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม
  • นำรถไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกเวลาทำการ

การขาดการบำรุงรักษายานพาหนะ

หากคุณไม่ได้ดูแลบำรุงรักษากองรถของคุณอย่างสม่ำเสมอ รถเหล่านั้นจะกินน้ำมันมากกว่าที่จำเป็น เช่น

  • ถ้าเครื่องยนต์ไม่ได้ทำงานในระดับที่สมบูรณ์ที่สุด มันก็จะต้องเผาผลาญน้ำมันมากขึ้น
  • ถ้ายางรถยนต์ไม่ได้เติมลมอย่างเหมาะสม แรงต้านการหมุนของล้อจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าต้องใช้น้ำมันมากขึ้นเพื่อรักษาความเร็วรถเอาไว้
  • ถ้าหัวฉีดน้ำมัน กรองน้ำมัน หรือปั๊มเชื้อเพลิงชำรุดเสียหาย ก็จะนำไปสู่ระบบการเผาไหม้ที่ไม่มีประสิทธิภาพ

คุณพบปัจจัยสิ้นเปลืองน้ำมันอื่น ๆ อีกไหม? ต้องการวิธีแก้ปัญหาสิ้นเปลืองน้ำมันอย่างเด็ดขาด ปรึกษาฟรีกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยคลิกที่นี่

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน VS เซนเซอร์ CAN Bus ตัวไหนติดตามน้ำมันแม่นยำกว่า?

ยานพาหนะของคุณมีการติดตั้งระบบ CAN Bus มาให้ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งเปรียบเสมือนระบบประสาทส่วนกลางของตัวรถ 

แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องการข้อมูลที่แม่นยำอยู่ตลอดเวลา เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันก็ยังคงเป็นเครื่องมือตรวจติดตามระดับน้ำมันที่ให้ข้อมูลนั้นได้

เมื่อคุณนำระบบคาลิเบรทน้ำมันเข้ามาใช้งานร่วมด้วย คุณจะมีข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าน้ำมันทุกหยดในถังอยู่ที่ไหน และจะรู้ได้ทันทีเมื่อมีน้ำมันหายไปแม้เพียงไม่กี่หยด

ด้านล่างนี้คือตารางเปรียบเทียบระหว่างระบบ CAN Bus กับ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันโดยเฉพาะ ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน

CAN Bus ติดตั้งมากับรถ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันโดยเฉพาะ
การติดตั้ง ติดตั้งมากับตัวรถอยู่แล้ว โดยใช้งานผ่านระบบสายไฟและลูกลอยวัดน้ำมันเดิมของตัวรถ ต้องติดตั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้วิธีเจาะถังน้ำมันหรือติดตั้งเข้าไปในถังโดยตรง และต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ความแม่นยำ แม่นยำโดยประมาณที่ 85%-90% เหมาะสำหรับใช้แจ้งเตือนเมื่อ “น้ำมันใกล้หมด” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึก แม่นยำสูงถึง 98% ถึง 99.5% ช่วยให้คุณได้ตัวเลขการวัดที่เที่ยงตรงแม่นยำจนถึงน้ำมันหยดสุดท้าย
ตรวจจับการขโมยน้ำมัน ประสิทธิภาพการตรวจจับต่ำมาก มีโอกาสสูงมากที่จะตรวจไม่พบการลักลอบสูบน้ำมันออกทีละน้อย หรือการดูดน้ำมันที่มีปริมาณต่ำกว่า 10 ลิตร ประสิทธิภาพสูงมาก เซนเซอร์วัดน้ำมันสามารถตรวจจับได้ทันที แม้ระดับน้ำมันจะลดลงเพียงนิดเดียวก็ตาม
จุดบอดที่ตรวจไม่ถึง จุดบอดมีสูง เนื่องจากก้านลูกลอยไม่สามารถเข้าถึงส่วนบนสุดหรือก้นถังน้ำมันได้อย่างแท้จริง จุดบอดน้อยมากหรือแทบจะไม่มี เพราะแกนเซนเซอร์ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะให้ยาวครอบคลุมความลึกทั้งหมดของถังน้ำมันแต่ละใบ
ความเชื่อถือได้ ความน่าเชื่อถือแบบผันผวน เนื่องจากชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ เช่น ก้านลูกลอย อาจสึกหรอหรือติดขัดได้เมื่อเวลาผ่านไป ความน่าเชื่อถือสูงมาก เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวเลย และใช้สนามไฟฟ้าในการตรวจจับระดับน้ำมัน
คาลิเบรท พื้นฐานมาก เนื่องจากพึ่งพาแผนผังค่าระบบ 'ถังว่างเปล่า-ถึง-เต็มถัง' ซึ่งเป็นระบบทั่วไปที่มาจากโรงงานผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว ก้าวหน้าและแม่นยำสูงมาก เนื่องจากมีการคาลิเบรทแบบปรับแต่งเฉพาะตามรูปทรงจริงของถังน้ำมันใบนั้น ๆ และใช้วัดน้ำมันอย่างละเอียดเป็นรายลิตรในทุกระดับของถัง
รถที่เหมาะกับการใช้งาน รถขนส่งเล็กหรือรถรับส่งผู้โดยสารจำนวนไม่มาก รถบรรทุกวิ่งระยะไกล เครื่องจักรหนัก รถขนาดใหญ่ หรือรถที่ใช้งานในพื้นที่เสี่ยงขโมยน้ำมันสูง

เซนเซอร์น้ำมันที่คาลิเบรทจะวัดปริมาณน้ำมันแม่นยำ

ติดตามน้ำมันรถแบบแม่นยำด้วยเซนเซอร์น้ำมัน 3 รุ่นจาก Cartrack

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack เป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำมันที่ล้ำสมัยและครอบคลุมสำหรับรถและเครื่องจักรของคุณ ตั้งแต่วัดปริมาณน้ำมันในถังไปจนถึงการติดตามต้นทุน (MiFleet) 

ผู้ใช้งาน Cartrack อย่างคุณจะมองเห็นภาพรวมทั้งหมดว่าน้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มยานพาหนะถูกใช้งานอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจทางธุรกิจโดยใช้ข้อมูลเป็นหลัก ในการปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การตรวจติดตามน้ำมันด้วยการคาลิเบรทน้ำมัน Cartrack มีเซนเซอร์น้ำมันให้คุณเลือกใช้ 3 รูปแบบด้วยกัน มาเจาะลึกรายละเอียดแบบสรุปย่อไปพร้อมกันเลย

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบหัววัดระดับน้ำมัน

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบหัววัดระดับน้ำมัน หรือแบบ Tube หรือ Fuel Probe คือ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันชนิดพิเศษที่ต้องเจาะติดตั้งเข้าไปในถังน้ำมันภายนอกหรือถังน้ำมันมาตรฐานของตัวรถ 

โดยตัวหัววัดหรือโพรบ (Probe) จะหย่อนอยู่ภายในถังเพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบเช็คน้ำมันในถังที่ประสิทธิภาพสูงมาก และจะเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ระบบติดตามรถแบบเทเลเมติกส์ (Telematics) ของ Cartrack 

ระบบเซนเซอร์น้ำมันนี้จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลที่บันทึกได้ไปยังแพลตฟอร์มระบบจัดการยานพาหนะของคุณ และจะแสดงหน้าแดชบอร์ดตรวจสอบสถานะน้ำมันโดยเฉพาะ

ความแม่นยำของหัววัดระดับน้ำมันสูงที่สุด แม่นยำถึง 98% แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ อุปกรณ์นี้อาจทำให้การรับประกันของถังน้ำมันรถสิ้นสุดลง เนื่องจากต้องมีการเจาะเข้าไปที่ถังน้ำมัน แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขการประกันกับบริษัทประกันอีกครั้งก่อนติดตั้ง

ทำไมคุณถึงควรเลือกหัววัดระดับน้ำมัน (Fuel Probe):

  • ให้ความแม่นยำสูงสุด
  • มีระบบตรวจจับการโจรกรรมและการแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ
  • เหมาะสำหรับรถและเครื่องจักรใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ เช่น การทำเหมืองแร่และการก่อสร้าง

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบ CAN Bus 

Cartrack ออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์คลิปหนีบสายไฟชนิดพิเศษ ที่สามารถอ่านข้อมูลน้ำมันได้โดยตรงจากสายสัญญาณ CAN Bus ของตัวรถ 

คลิปหนีบนี้จะเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์เทเลเมติกส์ จากนั้นข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งตรงไปยังหน้าแสดงผลบนหน้าแดชบอร์ดระบบบริหารจัดการยานพาหนะของคุณ 

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบ CAN Bus แสดงข้อมูลตัวรถแบบเรียลไทม์รวมถึงข้อมูลบนแผงหน้าปัดที่เที่ยงตรง มีความแม่นยำค่อนข้างสูงที่ 90% แต่มีข้อกำหนดคือ ยานพาหนะของคุณจะต้องมีเทคโนโลยี CAN Bus ติดตั้งมาจากโรงงานอยู่แล้วจึงจะใช้งานได้ 

ทำไมคุณถึงควรเลือกระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบ CAN Bus:

  • ได้รับข้อมูลตัวรถที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่อ
  • ติดตั้งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
  • เหมาะสำหรับรถเช่าซื้อหรือรถเช่าดำเนินงาน เนื่องจากไม่ใช่การติดตั้งแบบถาวร

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบอนาล็อก (Fuel Analog) 

ระบบเซนเซอร์น้ำมันแบบอนาล็อกมีลักษณะสายสัญญาณที่ใช้หนีบเข้ากับระบบสายไฟวัดน้ำมันเดิมของตัวรถ โดยจะมีการส่งกระแสแรงดันไฟฟ้าผ่านสายนี้เพื่อบันทึกข้อมูลและส่งผ่านไปยังอุปกรณ์เทเลเมติกส์ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังแดชบอร์ดระบบบริหารจัดการยานพาหนะของคุณ

เซนเซอร์ระบบอนาล็อกนี้มีความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 80% และหากปั๊มน้ำมันหรือปั๊มติ๊กหยุดทำงาน ข้อมูลที่ได้รับก็อาจมีความคลาดเคลื่อนได้

ทำไมคุณถึงควรเลือกเซนเซอร์ระบบอนาล็อก:

  • ต้นทุนต่ำ ประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ติดตั้งง่าย
  • เหมาะสำหรับการตรวจติดตามในระดับพื้นฐาน

สำหรับธุรกิจขนส่ง การขับรถบรรทุกให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างแท้จริง ต้องวางแผนและลงมือทำอย่างมีกลยุทธ์ และการคาลิเบรทน้ำมันกับระบบเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack สามารถช่วยบริหารจัดการรถได้อย่างชัดเจนและยั่งยืนระยะยาว

หากธุรกิจสนใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันประสิทธิภาพสูงและทนทาน หรือระบบ GPS ติดตามรถ สำหรับรถประเภทต่าง ๆ ติดตั้งตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการคาลิเบรทน้ำมัน

Cartrack มีบริการคาลิเบรทน้ำมันให้สำหรับลูกค้าที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันไหม?

มี Cartrack มีบริการคาลิเบรทตัวเซนเซอร์น้ำมันให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ พร้อมคำแนะนำในการคาลิเบรทน้ำมันที่ลูกค้าสามารถทำได้ เพื่อความเสถียรในการใช้งานและให้เซนเซอร์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพของมัน

ควรคาลิเบรทน้ำมันอุปกรณ์เซนเซอร์น้ำมันทุกกี่เดือน?

ปกติแล้ว การคาลิเบรทเซนเซอร์น้ำมันจะทำเฉพาะครั้งแรกที่เริ่มใช้งาน แต่หากพบว่าเซนเซอร์มีการทำงานที่ผิดปกติ โดยสังเกตจากตัวเลขของปริมาณน้ำมันที่เซนเซอร์น้ำมันวัดได้ หากไม่ตรงกับที่เติมและใช้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าควรจะต้องคาลิเบรทตัวเซนเซอร์ใหม่

โดยลูกค้าผู้ใช้บริการระบบเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack สามารถส่งบิลน้ำมันที่เติมมาให้ทางเจ้าหน้าที่ Cartrack ดำเนินการคาลิเบรทให้ได้

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack รุ่นไหนบ้างที่จำเป็นต้องคาลิเบรทเซนเซอร์น้ำมันก่อนใช้งาน?

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ที่จำหน่ายทั้ง 3 รุ่น จำเป็นต้องคาลิเบรทเซนเซอร์น้ำมันก่อนเริ่มใช้งาน โดยรูปแบบการคาลิเบรทจะแตกต่างกัน ดังนี้

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบเจาะถัง หรือ Probe/Tube จะต้องคาลิเบรทที่หน้างาน ภายหลังติดตั้งอุปกรณ์เรียบร้อย เนื่องจากตัวอุปกรณ์ที่จะถูกติดตั้งลงในถังน้ำมัน จะมีรูกลวงตรงกลางให้น้ำมันผ่านเข้าไป อุปกรณ์จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ระดับน้ำมันสูงสุดและต่ำสุดในถังก่อนใช้งานจริง เพื่อให้การวัดระดับน้ำมันเป็นไปอย่างแม่นยำสูงสุด

ส่วนเซนเซอร์น้ำมันแบบอนาล็อก (Analog) และ CANBus ลูกค้าผู้ใช้บริการสามารถส่งบิลน้ำมันตามมาภายหลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ Cartrack ดำเนินการตั้งค่าการคาลิเบรทให้ได้

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

การคาลิเบรทเซนเซอร์น้ำมันทำให้อุปกรณ์ทำงานแม่นยำ

คาลิเบรทน้ำมันได้ ก็หยุดขโมยน้ำมันได้ จริงหรือ? คาลิเบรทน้ำมันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกันแน่ และความรู้ที่น่าสนใจ ที่ธุรกิจมีรถใช้งานของตัวเองไม่ควรพลาด!