BLOGS

เทคนิคสังเกตความต่างระหว่าง รถใช้น้ำมันปกติ VS ถูกขโมยน้ำมัน

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เทคนิคสังเกตความแตกต่างระหว่างรถใช้น้ำมันปกติกับรถถูกขโมยน้ำมัน มีจุดหลัก ๆ เช่น ระดับน้ำมันลดฮวบผิดปกติ เครื่องยนต์ผิดปกติตอนสตาร์ทใหม่ มีร่องรอยที่ไม่ปกติบริเวณฝาถังหรือหยดน้ำมันใต้ท้องรถ หรือกลิ่นน้ำมันฟุ้งรอบ ๆ รถ

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ มีขั้นตอนเทคนิคการสังเกตความแตกต่างระหว่างรถที่ใช้น้ำมันปกติกับรถที่ถูกขโมยน้ำมันแบบละเอียด พร้อมวิธีรับมือปัญหาขโมยน้ำมันในธุรกิจ ที่ใช้ได้ผลจริงและยั่งยืนในระยะยาว

Cartrack ผู้ให้บริการระบบจัดการยานพาหนะแบบครบวงจร นอกจากผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง GPS ติดตามรถแบบเทเลเมติกส์ ลูกค้าผู้ใช้งานยังเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีให้บริการหลายรูปแบบ รองรับการติดตั้งรถและเครื่องจักรใช้งานทุกรูปแบบ แม่นยำสูง และมาพร้อมระบบแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวน้ำมันที่สำคัญ ที่ช่วยให้เจ้าของรถไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญและจัดการได้ทันท่วงที

‍

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • รถฟลีทที่ใช้น้ำมันตามปกติ VS ถูกขโมยน้ำมัน แตกต่างกันอย่างไร?
  • หากสงสัยว่ามีการขโมยน้ำมันในธุรกิจ ควรทำอย่างไร?
  • เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ควบคุมการทุจริตน้ำมัน ตรวจจับการใช้น้ำมันผิดปกติ

‍

รถฟลีทที่ใช้น้ำมันตามปกติ VS ถูกขโมยน้ำมัน แตกต่างกันอย่างไร?

รถฟลีทที่ใช้น้ำมันตามปกติกับรถที่ถูกขโมยน้ำมัน มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน นิ เจ้าหน้าที่ชำนาญการด้านระบบน้ำมันเชื้อเพลิงรถและเซนเซอร์น้ำมันจาก Cartrack แนะนำวิธีดูง่าย ๆ เบื้องต้นคือ รถที่วิ่งปกติ กราฟน้ำมันควรจะค่อย ๆ ลดลง ส่วนรถที่ถูกขโมย กราฟน้ำมันจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

หากในช่วงที่กราฟมีระดับลดลงมีปัจจัยด้านล่างนี้ร่วมด้วย จะบ่งบอกถึงแนวโน้มที่เป็นการทุจริตมีมากขึ้น เริ่มจากก่อนน้ำมันตก รถมีการจอด ทั้งจอดดับเครื่องหรือจอดแบบสตาร์ทรถไว้ รวมถึงจุดที่รถจอด ไม่ใช่ที่หมายที่ควรจะจอด 

เมื่อสังเกตเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงมาดูภาพรวมและจุดสังเกตหลัก ๆ ที่ธุรกิจที่เป็นเจ้าของรถหรือผู้จัดการยานพาหนะสามารถตรวจสอบได้ ได้แก่

1. ระดับน้ำมันลดฮวบผิดปกติ

ข้อนี้เป็นสัญญาณหลักของรถที่ถูกขโมยน้ำมัน ต่อจากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญให้ดูระดับน้ำมันที่ลดลงข้างต้น หากพบว่าระดับน้ำมันลดลงอย่างผิดปกติ หรือลดลงมากในเวลาไม่นาน เช่น ภายในไม่กี่ชั่วโมง ชั่วข้ามคืน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากการขโมยน้ำมัน เพราะการขับขี่ปกติจะไม่สามารถทำให้น้ำมันลดลงมาก ๆ ในคราวเดียวได้ 

เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยการดูเกจ์น้ำมันตอนจอดที่โรงรถกับตอนเริ่มวันใหม่ที่ต้องใช้งานรถอีกครั้ง ว่าน้ำมันลดลงมากแค่ไหน หรือดูข้อมูลจากเซนเซอร์น้ำมันที่ติดตั้งที่รถคันนั้น ว่ามีผลบันทึกความเคลื่อนไหวของน้ำมันว่าอย่างไร

นอกจากนี้ ตรวจสอบดูมาตรวัดระยะทางหรือไมล์ของรถว่า สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่ลดลงไหม เพราะโดยปกติเราจะสามารถคาดการณ์รถใช้งานของเราได้ว่า ลดไปขีดระดับนี้เท่ากับวิ่งไปกี่กิโล 

หากลดลงมาก ๆ ไมล์ต้องแสดงผลการขับขี่มากระดับไหน หากไมล์วิ่งไม่สัมพันธ์กับน้ำมันที่หายไปอย่างชัดเจน ก็เป็นไปได้สูงว่าน้ำมันถูกขโมยหรือสูญหาย

2. เครื่องยนต์ผิดปกติตอนสตาร์ทใหม่

รถที่น้ำมันลดลงผิดปกติ จะมีอาการเครื่องยนต์สะดุดหรือสตาร์ทยากในตอนเริ่มต้นใช้งานใหม่ ผู้ดูแลรถส่วนมากไม่ได้มีเวลาตรวจสอบไมล์รถกับเกจ์น้ำมันทุกวัน แต่ก็สามารถทราบเหตุน่าสงสัยได้จากช่วงเริ่มต้นใช้รถ

สาเหตุเกิดจาก เวลาที่น้ำมันออกจากถังขณะจอด ไม่ว่าจะถูกดูดออกหรือรั่วออกจากถัง แรงดันในระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลง ทำให้เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง เครื่องยนต์จะติดยากกว่าปกติ มีอาการรอบเดินเบาไม่นิ่ง หรือเครื่องยนต์สะดุด คล้ายกับน้ำมันมาไม่ทันการจุดสตาร์ท

3. มีร่องรอยที่ไม่ปกติบริเวณฝาถังหรือหยดน้ำมันใต้ท้องรถ 

วิธีสังเกตสภาพรถที่ผิดปกติสามารถดูได้ที่บริเวณถังน้ำมันเช่นกัน จุดแรกคือ ฝาถังน้ำมัน ฝาจะมีรอยงัดแงะ รอยขีดข่วน หรือรอยบิดเบี้ยวบริเวณตัวล็อกฝาถังน้ำมัน หรือฝาปิดถังน้ำมันชั้นนอกและชั้นในที่ไม่เรียบร้อย โดยคนร้ายมักใช้วิธีงัดหรือสอดสายยางลงไปสูบน้ำมัน ซึ่งสามารถทิ้งรอยขีดข่วนไว้รอบรูเติมน้ำมันได้

จุดต่อมาคือ ใต้ถังน้ำมัน ช่องทางนี้เป็นวิธีที่หัวขโมยนิยมทำกับรถที่มีถังน้ำมันเป็นพลาสติกที่เจาะง่าย โดยใช้สว่านเจาะหรือใช้ของมีคมเจาะถังน้ำมันให้น้ำมันไหลออกมา แล้วเอาภาชนะรอง ให้สังเกตว่ามีรอยเจาะเป็นรูเล็ก ๆ ที่ตัวถังน้ำมัน หรือหากสงสัยว่าขโมยในพื้นที่บริษัทเลย ก็ให้ดูว่ามีเศษพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ตกอยู่ใต้ท้องรถหรือบริเวณใกล้ถังน้ำมันไหม

จุดสุดท้ายคือ คราบน้ำมันหยดบริเวณที่จอดรถ เพราะการสูบน้ำมันหรือเจาะถังน้ำมัน จะทิ้งร่องรอยคราบน้ำมันเปียกชื้นหรือนองซึมแถวพื้นใต้ท้องรถตรงจุดที่ติดตั้งถังน้ำมัน 

ที่สำคัญคือกลิ่นน้ำมันที่ฟุ้งกระจายบริเวณรถ เพราะหากไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ หรือจอดรถไว้หลายชั่วโมง ต้องไม่มีกลิ่นน้ำมันแล้ว ดังนั้นหากมีกลิ่น กลิ่นนั้นอาจมาจากน้ำมันที่หกตอนถูกลักลอบสูบ หรือรั่วซึมออกมาจากรอยเจาะนั่นเอง

พบเรื่องน่าสงสัยอื่นเกี่ยวกับน้ำมันรถของคุณที่ลดลงอย่างรวดเร็วอีกไหม? ปรึกษาเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อหาทางออกได้ฟรี คลิกที่นี่

‍

หากสงสัยว่ามีการขโมยน้ำมันในธุรกิจ ควรทำอย่างไร?

หากธุรกิจหรือผู้จัดการยานพาหนะสงสัยว่าเกิดการขโมยน้ำมันในธุรกิจ ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือมองว่าตัวเองคิดไปเอง เพราะมันมักเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุน้ำมันหาย 

และความเสียหายของการดูดน้ำมันอาจไม่ได้มีแค่ปริมาณน้ำมันที่ถูกขโมยเพียง 1 ครั้ง เพราะพฤติการณ์นี้มักเป็นเหตุต่อเนื่องซึ่งก่อเป็นค่าเสียหายมูลค่ามหาศาลได้

รวมถึงการกระทำลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนที่เป็นอาชญากรรมใหญ่ ที่เป็นภัยต่อผู้ประกอบการและระบบซื้อขายน้ำมันที่ถูกต้องตามกฎหมาย

‍

“แก๊งมดขยัน” โจรในคราบพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง จาก จ.มุกดาหาร ถูกจับกุมร่วมกับผู้ต้องหาอื่นรวม 3 คน ขณะกำลังลักลอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อกลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่นขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก ไทยโพสต์

‍

นอกจากนี้ การขโมยน้ำมันยังสร้างความเสียหายให้กับยานพาหนะด้วย เพราะมักมีการเจาะถังหรืองัดแงะอย่างไม่ถูกต้อง หรือขับขี่ไปในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างแน่นอน

เราทำอะไรได้บ้าง หากสงสัยหรือพบว่าธุรกิจถูกขโมยน้ำมัน ?

1. รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบย้อนหลัง

ธุรกิจควรเริ่มตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานให้แน่นหนาก่อน ตรวจสอบบัญชีค่าน้ำมันและระยะทางขับขี่ของรถแต่ละคัน เพื่อคำนวณอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย แล้วนำมาเทียบกับค่ามาตรฐานหรือคันอื่น ๆ ในเส้นทางเดียวกัน

ตรวจสอบใบเสร็จหรือบิลค่าน้ำมัน เช็กเวลาและสถานที่เติมน้ำมันในบิลว่า ตรงกับการเติมน้ำมันจริงไหม หากมี GPS ติดตามรถ ให้ตรวจเส้นทางย้อนหลังในนั้น ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ก็เช่น เวลาที่ระบุในใบเสร็จและเวลาการใช้งานรถไม่ตรงกัน รถไม่ได้อยู่ที่ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น รวมถึงปริมาณการเติมต่อครั้ง ตรงกับความจุของถังน้ำมันหรือไม่

หรือใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดภายในบริษัท ไซต์งาน หรือแม้แต่ปั๊มน้ำมัน เพราะโจรขโมยน้ำมันอาจจะแสดงพิรุธออกมาในช่วงที่อยู่ใกล้กับเป้าหมายการขโมยได้

‍

ใบเสร็จเติมน้ำมัน ใช้ตรวจสอบการใช้น้ำมันรถ การขโมยน้ำมันไม่ได้

‍

2. ติดตั้ง GPS พร้อมเซนเซอร์น้ำมัน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ตรวจสอบการใช้น้ำมันที่ได้ผลที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด และสะดวกที่สุด เพราะระบบ GPS ติดตามรถและเซนเซอร์น้ำมัน ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถังโดยเฉพาะ จะร่วมกันติดตามความเคลื่อนไหวของน้ำมันและการใช้รถอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการตรวจวัดที่แม่นยำมากที่สุด

การติดตามจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและอัตโนมัติ ไม่ว่าธุรกิจหรือเจ้าของรถอยู่ที่ไหน ก็สามารถดูข้อมูลการใช้รถและน้ำมันได้ โดยที่ไม่ต้องเฝ้าจับตาดูรถหรือการใช้รถด้วยตัวเองตลอดเวลา

หากเป็นระบบประสิทธิภาพสูงจะแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวน้ำมันที่สำคัญให้ธุรกิจทราบด้วย เช่น เติมน้ำมันเข้า น้ำมันลดลงผิดปกติ เป็นต้น

เมื่อติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเห็นข้อมูลการใช้รถและการใช้น้ำมันอย่างชัดเจนและละเอียด จนสามารถรู้และมั่นใจได้ว่า รถใช้งานถูกขโมยน้ำมันจริงหรือไม่ หากจริง เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เวลานั้นมีใครใช้งาน หรือต่อยอดสู่การสืบสวนหาความจริงได้อย่างถูกเส้นทางต่อไป

3. ใช้ระบบใช้จ่ายค่าน้ำมันที่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจน

ใช้ระบบบัตรเติมน้ำมันหรือ Fleet Card แทนการใช้เงินสด เนื่องจากบัตรเติมน้ำมันจะควบคุมประเภทน้ำมันที่เติม ปริมาณเติมต่อครั้ง หรือทะเบียนรถที่เติมได้อย่างชัดเจน 

อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจไม่ครอบคลุมกลโกงได้หมด หากคนร้ายใช้ร่วมมือกับพนักงานเติมน้ำมันและใช้วิธีการเติมใส่แกลลอนแยกที่เตรียมมา

4. ใช้อุปกรณ์ป้องกันถังน้ำมัน

ติดตั้งที่ล็อกฝาถังน้ำมันหรือตะแกรงกันดูดน้ำมันในคอถัง หรือติดซีลล็อกบริเวณน็อตถ่ายน้ำมันใต้ถังหรือฝาถัง ที่จะแสดงให้รู้ได้ทันทีหากมีการงัดแงะ แต่วิธีนี้ก็คล้ายกันกับบัตรเติมน้ำมัน ที่ยังมีช่องโหว่เรื่องการเติมใส่ภาชนะอื่นแทน

5. ใช้ขั้นตอนทางกฎหมายหรือประกาศระเบียบวินัยชัดเจน

ในกรณีที่พบหลักฐานที่ชัดเจน ธุรกิจควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เช่น สอบสวนภายในอย่างเป็นทางการ เรียกผู้ต้องสงสัยเข้าพบพร้อมชี้แจงด้วยหลักฐาน เช่น ใบเสร็จเติมน้ำมัน พิกัด GPS กราฟน้ำมัน หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีได้

หรือหากไม่พบหลักฐานที่ชัดเจน ธุรกิจสามารถใช้โอกาสนี้ในการวางระบบดูแลรถให้ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน และสร้างกติการะเบียบการใช้รถและทรัพยากรของบริษัทให้มีระบบที่ชัดเจนได้

ธุรกิจคุณเคยจับขโมยน้ำมันได้ไหม และจัดการอย่างไรต่อไป? หากต้องการวิธีหยุดวงจรขโมยน้ำมันแบบถาวร คลิกที่นี่เพื่อปรึกษาฟรี

‍

เจ้าของรถ คนขับ ในธุรกิจพึงพอใจ เมื่อติดเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำมันรถ

‍

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack หยุดการทุจริตน้ำมัน ตรวจจับการใช้น้ำมันผิดปกติ

ธุรกิจมีงานและลูกค้าให้ดูแลตลอดเวลา อย่าให้การขโมยน้ำมันหรือทุจริตน้ำมันขัดขวางความก้าวหน้าของธุรกิจคุณ ด้วยเซนเซอร์น้ำมันคุณภาพสูงจาก Cartrack ผู้ช่วยตัวจริงของธุรกิจมีรถใช้งาน

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดตามความเคลื่อนไหวของน้ำมัน เติมน้ำมันเข้าหรือลดลงผิดปกติก็ติดตามพร้อมแจ้งเตือน เพื่อให้ธุรกิจรู้ความเคลื่อนไหวและจัดการเหตุได้ทันท่วงที ในช่วงเวลาปกติก็บันทึกการใช้น้ำมันอย่างละเอียดและแม่นยำอยู่ตลอดเวลา

Analog

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบลูกลอยหรือ Analog (อนาล็อก) เซนเซอร์น้ำมันแบบพื้นฐานที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เทเลเมติกส์ ติดตั้งง่าย ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับการตรวจติดตามการใช้งานน้ำมันในระดับพื้นฐาน

CAN Bus

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบ CAN Bus (แคนบัส) เซนเซอร์น้ำมันที่อ่านข้อมูลโดยตรงจากสายสัญญาณ CAN Bus ของตัวรถ มีความแม่นยำสูงกว่า 90% เหมาะสำหรับรถที่มีเทคโนโลยี CAN Bus

Tube

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันแบบมีหัววัดระดับน้ำมัน มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า Tube (ทู้บ) หรือ Fuel Probe (ฟิวเอิล โพรบ) เป็นเซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถังน้ำมัน สำหรับรถหรือเครื่องจักรที่มีถังน้ำมันภายนอก ความแม่นยำของเซนเซอร์ประเภทนี้จะสูงถึง 98%

อยากรู้ว่ารถหรือเครื่องจักรใช้งานของคุณควรติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันแบบไหน หรืออยากหาวิธีลดการใช้น้ำมันสิ้นเปลือง ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง คลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

‍

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการตรวจสอบการขโมยน้ำมันรถฟลีทในธุรกิจ

ทำไมใบเสร็จเติมน้ำมันถึงไม่เพียงพอต่อการตรวจจับทุจริตน้ำมัน?

เพราะใบเสร็จน้ำมันเป็นข้อมูลที่สามารถปลอมแปลงได้ และเป็นข้อมูลจากพนักงานขับรถเพียงทางเดียว หากมีผู้ไม่หวังดีแฝงตัวอยู่ในธุรกิจ ทางเจ้าของหรือผู้รับผิดชอบจะไม่สามารถหาข้อมูลมาเทียบหรือตรวจสอบได้เลย

แม้ว่าการจดไมล์ที่หน้าปัดรถอาจจะใช้เป็นข้อมูลได้ แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่สะดวกเท่าใดนัก เพราะคุณต้องรอให้รถกลับมาถึงต้นทาง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น สภาพการจราจรที่ติดขัด หรือช่วงสั้น ๆ ที่คนขับสตาร์ทเครื่องจอดแช่ ปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นได้เหล่านี้ล้วนทำให้การตรวจจับทุจริตน้ำมันด้วยใบเสร็จน้ำมันเพียงอย่างเดียวทำได้ยาก

ธุรกิจที่เจ้าของขับรถบรรทุกเอง ยังจำเป็นต้องติดเซนเซอร์น้ำมันไหม?

แม้ว่าธุรกิจส่วนใหญ่จะนิยมติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันเพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้น้ำมันที่ผิดปกติหรือโดนขโมยน้ำมันอยู่หรือไม่เป็นเหตุผลหลัก แต่เซนเซอร์น้ำมันยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือควบคุมต้นทุนน้ำมันให้ธุรกิจได้

เพราะฉะนั้นธุรกิจที่เจ้าของขับรถบรรทุกเอง ไม่มีปัญหาเรื่องขโมยน้ำมัน แต่หากต้องการตรวจสอบน้ำมันทุกลิตรว่าถูกเติมและใช้ไปอย่างไรบ้าง เพื่อควบคุมต้นทุนให้ธุรกิจในระยะยาว ก็สามารถติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันได้ โดย Cartrack มีบริการจำหน่ายและติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันถึง 3 รุ่นด้วยกัน

หากต้องการติดตามการใช้น้ำมัน ติดแค่ GPS ได้ไหม?

ไม่ได้ เพราะ GPS ติดตามรถไม่สามารถตรวจสอบปริมาณน้ำมันในถังได้ อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบน้ำมันได้คือ เซนเซอร์น้ำมัน เท่านั้น

ส่วน GPS ติดรถทำได้เฉพาะการเก็บข้อมูลการใช้รถเบื้องต้น เช่น ความเร็วที่ใช้ ตรวจจับการเบรกรุนแรง ตรวจจับการสตาร์ทเครื่องจอดแช่ที่นานผิดปกติ และระบุตำแหน่งรถเรียลไทม์เท่านั้น

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

‍

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

คนขับรถใช้น้ำมัน คนขับขโมยน้ำมันรถ

ระดับน้ำมันลดฮวบผิดปกติ เครื่องยนต์ผิดปกติตอนสตาร์ทใหม่ Cartrack มีเทคนิคสังเกตความต่างของรถใช้น้ำมันปกติกับรถที่ถูกขโมยน้ำมันพร้อมวิธีรับมือที่ใช้ได้ผลจริง