BLOGS

GPS ติดตามรถกระบะ เพื่อการพาณิชย์ ต้องเลือกยังไงดี?

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ธุรกิจมีรถใช้งานจำนวนไม่น้อย ใช้รถกระบะหรือรถปิคอัพ (Pickup) ในงานขนส่ง เพราะลักษณะรถที่ตอบโจทย์การใช้งานขนส่งอย่างดีเยี่ยม แล้วแบบนี้ถ้าอยากติด GPS ติดรถ ต้องติด GPS แบบไหนดี บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้จะมาแนะนำเรื่อง GPS ติดตามรถกระบะ ต้องเลือกยังไง ควรรู้อะไรบ้าง และคำถามที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

Cartrack ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการยานพาหนะเพื่อธุรกิจแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยานพาหนะ ตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และลดต้นทุนทางธุรกิจ เครื่องมือยอดนิยมของเรา ได้แก่ GPS ติดตามรถแบบ Telematics กล้องติดรถ เซนเซอร์เฉพาะทาง ฯลฯ ด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบและบริการที่ยอดเยี่ยมมากกว่า 20 ปี ลูกค้า Cartrack ต่างมั่นใจและวางใจใช้ Cartrack เพื่อดูแลธุรกิจ

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • GPS ติดตามรถกระบะ จำเป็นต่อธุรกิจแค่ไหน?
  • คุณสมบัติ GPS รถกระบะ อะไรบ้าง ที่เหมาะกับรถใช้ในการพาณิชย์?
  • GPS รถกระบะ ติดได้ทั้งรถน้ำมันและรถไฟฟ้าหรือไม่?
  • ทำไมถึงควรใช้ GPS ติดตามรถกระบะ พร้อมระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack?

GPS ติดตามรถกระบะ จำเป็นต่อธุรกิจแค่ไหน?

หากคุณทำธุรกิจที่ใช้รถกระบะ ไม่ว่าจะเพื่อขนส่งสินค้าหรือให้พนักงานขับไปหน้างาน ความสำคัญของ GPS จะไม่ได้เป็นแค่เครื่องติดตามรถ แต่เป็นเครื่องมือลดต้นทุนที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยความจำเป็นหรือความสำคัญของ GPS แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ๆ คือ

1. ด้านควบคุมต้นทุนและน้ำมัน

GPS ติดตามรถกระบะช่วยจัดการการใช้รถและพฤติกรรมการขับขี่ ซึ่งนี่คือจุดที่ช่วยให้ธุรกิจคุณคืนทุนค่าติดตั้ง GPS ได้เร็วมาก ๆ

  • ลดการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้: ระบบ GPS แจ้งเตือนได้หากรถจอดติดเครื่องนานเกินไป ซึ่งสิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ
  • ลดการใช้รถนอกเส้นทาง: ติดตามเส้นทางการใช้รถอย่างละเอียดและแม่นยำ รวมถึงสร้างกรอบพื้นที่การใช้รถได้ จึงป้องกันพนักงานนำรถไปใช้ทำธุระส่วนตัว ซึ่งช่วยลดทั้งค่าน้ำมันและค่าเสื่อมสภาพรถ
  • ป้องกันการทุจริต: เมื่อติดตั้งร่วมกับเซนเซอร์น้ำมัน สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจนมากที่สุดว่ามีการดูดน้ำมันออกไหม หรือมีการเบิกบิลเงินค่าน้ำมันเกินจริงหรือเปล่า

2. การบริหารจัดการเวลาการใช้รถ

  • วางแผนเส้นทาง: ระบบ GPS ติดรถมีฟีเจอร์วางแผนเส้นทางการขับขี่ ช่วยเลือกเส้นทางที่สั้นและเร็วที่สุด ลดปัญหาการส่งของล่าช้าและมีข้อมูลการจัดส่งเพื่อแจ้งกับผู้รับสินค้าได้อย่างแม่นยำ
  • อัปเดตกับลูกค้าได้ทันที: เมื่อลูกค้าอยากรู้ว่าของถึงไหนแล้ว คุณสามารถเช็กข้อมูลการเดินทางของรถจากระบบแล้วตอบได้ทันที นอกจากนี้ระบบยังส่งสถานะการจัดส่งให้กับลูกค้าได้ด้วย เพิ่มความเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

3. ความปลอดภัยและพฤติกรรมการขับขี่

  • ลดอุบัติเหตุ: รับการแจ้งเตือนเข้าระบบเมื่อรถขับเร็วเกินกำหนด เบรกกะทันหัน ฯลฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ
  • ติดตามรถเมื่อถูกโจรกรรม: หากรถหาย ธุรกิจสามารถติดตามได้ทันทีว่ารถอยู่ที่ไหน และสั่งตัดสตาร์ท (หมายถึง สั่งหยุดการสตาร์ทรถใหม่หากรถมีการดับเครื่อง) ผ่านระบบที่อยู่บนสมาร์ทโฟนมือถือได้ทันที และแจ้งพิกัดให้ตำรวจตามรอยได้ด้วยเช่นกัน

4. การจัดการเชิงกฎหมายและภาษี

  • ปฏิบัติตามข้อบังคับจากกรมขนส่ง (DLT): สำหรับรถบางประเภท เช่น รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป หรือรถนำไปใช้งานสาธารณะ กฎหมายบังคับให้ต้องติด GPS ที่เชื่อมต่อกับกรมขนส่งด้วย
  • รายงานสรุป: ระบบ GPS ติดตามรถกระบะจะบันทึกประวัติการเดินทางของรถทั้งหมดไว้ ซึ่งนำมาใช้ทำรายงานส่งบัญชีหรือวางแผนซ่อมบำรุงตามระยะทางจริงได้แม่นยำกว่าและเร็วกว่าการรวบรวมข้อมูลจากสมุดจด

การใช้ GPS ติดตามรถกระบะกับรถในธุรกิจขนส่งพัสดุ-สินค้า

คุณสมบัติ GPS รถกระบะ อะไรบ้าง ที่เหมาะกับรถใช้ในการพาณิชย์?

สำหรับการใช้งานรถกระบะเชิงพาณิชย์หรือเพื่อธุรกิจขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะขนส่งสินค้าหรือรถบริษัท นี่คือ คุณสมบัติที่ GPS ติดตามรถกระบะที่ต้องมีในปี 2026 เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

1. ติดตามและแจ้งเตือนแบบอัจฉริยะและเรียลไทม์

คุณสมบัติของ GPS รถกระบะที่ดีต้องแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์สำหรับงานขนส่ง การส่งข้อมูลต้องมีความถี่และเร็วมาก

นอกจากนี้ยังต้องสามารถกำหนดพื้นที่ในการใช้รถ โดยใน GPS หรือระบบจัดการยานพาหนะจะมีฟีเจอร์ Geofencing หรือ กรอบพื้นที่จำลอง เพื่อแจ้งเตือนทันทีเมื่อรถเข้าออกพื้นที่ที่กำหนด เช่น คลังสินค้า หรือพื้นที่ต้องห้าม เช่น จุดขายน้ำมันเถื่อน ชายแดน เพื่อควบคุมไม่ให้พนักงานนำรถไปใช้ส่วนตัว

นอกจากนี้ยังควรแจ้งเตือนเข้าสู่ระบบเรื่องการจอดแช่ติดเครื่อง แจ้งเตือนหากจอดติดเครื่องทิ้งไว้นานเกินกำหนด หรือการขับรถเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เช่น ขับซิ่ง ออกตัวกระชาก เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและลดอุบัติเหตุด้วย

2. จัดการต้นทุนน้ำมันหรือพลังงานไฟฟ้า

GPS ติดรถกระบะควรรองรับการติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันสำหรับรถใช้น้ำมัน เพื่อทำงานร่วมกันในการตรวจสอบการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถได้แบบละเอียด ป้องกันการขโมยน้ำมันหรือการทุจริตบิลค่าน้ำมัน

หรือติดตามสถานะแบตเตอรี่สำหรับรถกระบะไฟฟ้า ต้องสามารถติดตามและแสดงสถานะแบตเตอรี่และระยะทางที่วิ่งได้คงเหลือ เพื่อให้สามารถวางแผนการชาร์จระหว่างวันไม่ให้งานสะดุด

3. วิเคราะห์พฤติกรรมคนขับ

ระบบจัดการของ GPS รถขนส่งควรวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ที่เก็บมาได้ เช่น ขับรถเร็ว เบรกกะทันหัน ออกตัวกระชาก หรือเข้าโค้งแบบอันตราย และให้คะแนนการขับขี่เพื่ออบรมแก้ไขการขับขี่ให้ถูกต้องได้อย่างตรงจุด หรือประเมินให้รางวัลอย่างเหมาะสม ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและค่าปรับได้อย่างชัดเจน

4. มีระบบยืนยันตัวตนและการเชื่อมต่อกับกรมขนส่งฯ

ตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก หากเป็นรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปหรือรถขนส่งสาธารณะบางประเภท ต้องติดตั้งเครื่องรูดใบขับขี่แถบแม่เหล็ก เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลการใช้รถกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนอย่างหนึ่ง

หรือหากไม่ใช่รถที่กฎหมายบังคับให้มีเครื่องรูดบัตรใบขับขี่ GPS ติดตามรถกระบะที่มีประสิทธิภาพควรมีอุปกรณ์แท็กไอดี หรือฟีเจอร์ใช้รถส่วนกลาง เพื่อระบุว่าใครเป็นคนขับในรอบเวลานั้น ๆ เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบในทรัพย์สินของบริษัท

5. บำรุงรักษาเชิงรุก

ท้ายสุด ระบบติดตามรถกระบะที่ครบรอบด้าน ควรสามารถแจ้งเตือนเรื่องสำคัญ เช่น การเช็กระยะ เวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเตือนเช็กสภาพตามระยะทางจริง ด้วยการอ่านค่าข้อมูลของรถที่ส่งเข้าสู่ระบบแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องคอยดูตามรถทีละคันหรือจดมือเอง ซึ่งขาดความแม่นยำ 

การอ่านรหัสความผิดปกติของเครื่องยนต์จาก OBD-II ได้ทันที ทำให้ซ่อมแซมได้ก่อนรถจะเสียกลางทาง

รวมถึงแจ้งเตือนงานธุระเกี่ยวกับรถ เช่น ต่อภาษี ต่อใบอนุญาตขับขี่ ของรถแต่ละคัน ก็ควรสามารถทำได้จากระบบเช่นกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถในที่เดียว

Cartrack มีตารางสรุปกลุ่มธุรกิจกับฟีเจอร์ GPS ติดรถกระบะที่ต้องมี และอุปกรณ์เสริมกับ GPS เพื่อการใช้งานรถอย่างมีประสิทธิภาพให้ด้วย

ประเภทธุรกิจ ฟีเจอร์ / อุปกรณ์เสริมที่ต้องมี
ขนส่งสินค้าทั่วไป ติดตามแบบเรียลไทม์ สร้างกรอบพื้นที่จำลองได้ สรุปรายงานการใช้รถรายวันได้
ขนส่งสินค้ามูลค่าสูง ระบบตัดสตาร์ทระยะไกล ปุ่มแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน เซนเซอร์เปิดปิดประตูรถ กล้องติดรถ
รถเช่า / รถบริษัท กรอบพื้นที่จำลอง แจ้งเตือนรถเคลื่อนที่โดยไม่ได้อนุญาต แจ้งเตือนเช็กระยะ
รถไฟฟ้า EV สถานะแบตเตอรี่ (SOC) ตำแหน่งสถานีชาร์จไฟ

GPS รถกระบะ ติดได้ทั้งรถน้ำมันและรถไฟฟ้าหรือไม่?

GPS รถกระบะ ติดตั้งได้ทั้งคู่ ทั้งรถน้ำมันและรถไฟฟ้า โดยจุดที่แตกต่างกัน จะอยู่ที่วิธีการดึงประเภทข้อมูลที่ต้องการดู

ติดตั้ง GPS รถกระบะแบบน้ำมัน

สำหรับการติดตั้งในรถน้ำมันหรือรถสันดาป ส่วนใหญ่จะเน้นการเชื่อมต่อกับระบบไฟของรถ ต่อสายไฟเข้ากับแบตเตอรี่โดยตรง หรือเสียบผ่านพอร์ต OBD-II ข้อมูลที่ได้ก็เช่น ตำแหน่งรถ ความเร็วการขับขี่ พฤติกรรมการขับขี่ 

การติดตั้ง GPS ติดรถกระบะที่เป็นรถน้ำมันยังสามารถติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันเพิ่มเติมได้ด้วย ซึ่งก็เป็นฟีเจอร์ยอดนิยมสำหรับรถกระบะขนส่งอยู่แล้ว

ติดตั้ง GPS รถกระบะไฟฟ้า (EV)

ส่วนการติดตั้ง GPS ติดตามรถกระบะที่เป็นรถไฟฟ้า มักเชื่อมต่อผ่านพอร์ต OBD-II เพื่อดึงข้อมูลจากระบบ CANbus ของรถโดยเฉพาะ ซึ่งข้อมูลที่ได้ นอกจากตำแหน่ง GPS ก็จะสามารถบอกสถานะแบตเตอรี่ (SOC) ระยะทางที่วิ่งได้คงเหลือ และอุณหภูมิของแบตเตอรี่ได้ด้วย

ทิศทางรถกระบะ..น้ำมันดิ่ง ไฟฟ้าพุ่ง

Cartrack มีข้อมูลเสริมที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจว่า จะขยายธุรกิจด้วยรถกระบะน้ำมันหรือรถกระบะไฟฟ้าดี โดยเฉพาะช่วงที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาน้ำมันขึ้นราคาและเสี่ยงขาดแคลนเช่นนี้

โดยทิศทางของรถกระบะทั้งสองแบบในไทย คือ แนวโน้มของรถกระบะไฟฟ้าในปี 2569 นี้ มีทิศทางที่บวกมากพิเศษ ตรงข้ามกับรถกระบะแบบน้ำมันอย่างสิ้นเชิง

ข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถกระบะไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 153.67% สะท้อนความต้องการในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งมาจากยอดการจดทะเบียนรถใหม่ที่เป็นรถไฟฟ้าหรือกลุ่มไฮบริดต่าง ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น และยอดการจดทะเบียนใหม่ของรถไฟฟ้านี้ก็มีส่วนมาจากมาตรการทางภาษีสรรพสามิตที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ของภาครัฐด้วย

ทิศทางนี้สวนทางกับรถกระบะน้ำมันอย่างชัดเจน โดยข้อมูลศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินยอดขายตลาดรถกระบะบรรทุก 1 ตันในปี 2569 หดตัว 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนสำคัญมีผลมาจากราคารถกระบะน้ำมันและภาษีจดทะเบียนรถใหม่ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ใช้รถมองหาตัวเลือกรถแบบอื่นหรือเลือกใช้เป็นรถกระบะไฟฟ้าแทน

รถกระบะใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อการขนส่งผู้โดยสาร

ทำไมถึงควรใช้ GPS ติดตามรถกระบะ พร้อมระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack?

หากธุรกิจมีรถกระบะใช้งาน อยากควบคุมต้นทุนขนส่งและน้ำมัน บริหารจัดการเวลาการใช้รถ ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับให้ปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎหมายขนส่ง ติดตั้ง GPS ติดตามรถกระบะ Cartrack จัดการความต้องการเหล่านี้ได้จริงในงบประมาณที่คุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ พิสูจน์แล้วด้วยลูกค้าระดับธุรกิจมากกว่า 125,000 เจ้าที่วางใจให้ Cartrack บริหารจัดการยานพาหนะเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

ธุรกิจใดสนใจติดตั้ง GPS ติดรถกระบะ รถกระบะตู้ทึบหรือไม่มีหลังคา GPS รถตู้ และรถประเภทต่าง ๆ หรือจะเป็นอุปกรณ์เสริมอย่างกล้องติดรถมี GPS ในตัว กล้องติดรถตรวจจับพฤติกรรมคนขับ AI Camera สอบถามได้ฟรี ที่สำคัญ ติดตั้งตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรงเพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการใช้ GPS รถกระบะ

GPS รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ ติดได้ไหม ผิดกฎหมายหรือเปล่า?

GPS รถกระบะสำหรับรถใช้งานในธุรกิจสามารถติดตั้งได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ติดตั้งกับรถที่เป็นเจ้าของเองขับเอง หรือมีการแจ้งกับพนักงานขับรถว่ามีการติดตั้ง GPS ติดตามตำแหน่งรถ โดยพนักงานต้องรับทราบและยินยอม ไม่เช่นนั้นอาจผิดกฎหมาย PDPA รวมถึงกฎหมายแพ่งและอาญาได้ เนื่องจาก GPS ติดตามรถส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการบันทึกเสียงและเป็น GPS ติดตามรถที่ดักฟังเสียง ได้

GPS ติดตามรถกระบะ Cartrack ราคากี่บาท?

GPS ติดตามรถกระบะ Cartrack ราคา เริ่มต้นที่ 379 บาท/เดือน หรือ 3,999 บาท/ปี แต่ทาง Cartrack ยังมีให้บริการ GPS อีกหลายแพ็กเกจราคาที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ สามารถกรอกข้อมูลติดต่อได้ที่ หน้าติดต่อเรา บนเว็บไซต์ Cartrack เลือก “ฝ่ายขาย” จะมีเจ้าหน้าที่ Cartrack ติดต่อกลับไปให้รายละเอียดเพิ่มเติมกับคุณโดยตรง ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น.

ติดกล้องรถกระบะแล้ว จำเป็นต้องติด GPS รถกระบะอีกไหม?

การติดกล้องติดรถทั่วไปมักต้องติดตั้ง GPS รถเพิ่มเติม เพราะอุปกรณ์ทั้งสองมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน โดยกล้องติดรถจะทำหน้าที่บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะขับรถ ส่วน GPS จะเป็นอุปกรณ์ติดตามและแจ้งตำแหน่งรถ

แต่หากติดตั้งกล้องรถกระบะกับ Cartrack คุณไม่จำเป็นต้องหาซื้อ GPS รถกระบะมาติดอีก เพราะกล้อง Cartrack มีระบบ GPS ติดตามรถในตัว

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

พนักงานกำลังนำพัสดุ-สินค้าลงจากท้ายรถกระบะขนส่ง

ธุรกิจมีรถใช้งานจำนวนมากใช้รถกระบะหรือรถปิคอัพ (Pickup) ในงานขนส่ง ถ้าอยากติด GPS ติดตามกระบะต้องเลือกยังไง คุณสมบัติ GPS ไหนที่เหมาะกับกระบะน้ำมัน-ไฟฟ้า