คาร์แทรค (Cartrack) ลิสต์มาให้ครบกับบทความตอบคำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ กล้องติดรถยนต์ แบบมี GPS กล้องนี้มีประโยชน์ยังไง คุ้มค่าและแตกต่างจากกล้องติดรถทั่วไปตรงไหน รวมคำถามน่าสนใจที่ผู้สนใจติดตั้งกล้อง GPS ควรอ่านก่อนตัดสินใจ
กล้องติดรถยนต์ที่มี GPS เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดกล้องบันทึกภาพ ไว้เป็นหลักฐานและเพื่อความปลอดภัย รวมถึงต้องการติดตามตำแหน่งรถเบื้องต้น แต่ไม่ได้ต้องการติดตั้ง GPS แยก หรือไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลการใช้รถให้กรมการขนส่งทางบก การติดเฉพาะกล้องที่มี GPS ก็ถือว่าเพียงพอ
กล้องติดรถยนต์ที่มีระบบ GPS สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะขับขี่ พร้อมกับระบุตำแหน่งรถได้ ทำให้ผู้ใช้งานระบบสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ พร้อมดูภาพจากกล้องได้ในเวลาเดียวกัน
GPS ที่มาพร้อมกล้องติดรถยนต์จะทำได้เพียงการดูข้อมูลเบื้องต้น เช่น ตำแหน่งรถ ความเร็วที่ใช้ แต่อุปกรณ์ GPS ติดตามรถที่เป็นกล่องแยกจะให้ข้อมูลได้ละเอียดกว่า รวมถึงใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้มากกว่า เช่น ฟีเจอร์ Geofencing สำหรับกำหนดเขตพื้นที่จำลองและรับแจ้งเตือนเมื่อรถผ่านเข้า-ออกพื้นที่นั้น ๆ
กล้องติดรถยนต์ GPS นิยมติดบริเวณด้านหน้ารถในตำแหน่งที่ไม่บดบังทัศนวิสัยของคนขับ เช่น คอนโซลรถ หรือตรงกระจกมองด้านหน้า
ข้อมูลที่สามารถดูจากกล้องติดรถยนต์ GPS ได้ ได้แก่
ทำได้ หากรถอยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต GPS ในกล้องติดรถยนต์จะระบุตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ไว้ในระบบ ทำให้คุณเห็นตำแหน่งจริงที่รถจอดหรือขับเคลื่อนอยู่
แต่หากรถเคลื่อนที่อยู่ในบริเวณอับสัญญาณ คุณจะมองเห็นตำแหน่งสุดท้ายที่รถจอดหรือเคลื่อนที่ และเมื่อรถเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่ที่มีสัญญาณ ระบบก็จะแสดงตำแหน่งอัปเดตเรียลไทม์อีกครั้งอัตโนมัติ
กล้องติดรถยนต์ของ Cartrack ที่มี GPS จะมีเฉพาะรุ่นกล้องมุมมองเดียว (Road Vision) ที่ส่องออกนอกถนน และกล้องสองมุมมอง (Dual Vision) ที่ส่องออกนอกถนนและภายในห้องโดยสาร ซึ่งกล้องทั้ง 2 รุ่นนี้จะไม่มีเทคโนโลยี AI ในตัวกล้อง
กล้องติดรถยนต์พร้อม GPS แบบ 2 มุมมอง สามารถใช้ติดตามพฤติกรรมคนขับรถได้ เพราะกล้องมุมหนึ่งจะส่องออกนอกถนน ส่วนอีกด้านจะส่องเข้าภายในห้องโดยสาร แต่ผู้ใช้งานระบบจะต้องตรวจสอบภาพฟุตเทจทั้งหมดด้วยตนเองเท่านั้น ไม่มีการแจ้งเตือนพฤติกรรมเสี่ยงเฉพาะเหมือนใน กล้องติดรถ DMS (Driver Monitoring System) ที่มีระบบ AI
กล้องติดรถยนต์มี GPS จะไม่บันทึกภาพต่อเนื่อง ตลอดเวลา รวมถึงกล้องติดรถรุ่นอื่น ๆ ด้วย ส่วนใหญ่แล้วกล้องจะดับตามเครื่องยนต์หรือทำงานต่ออีก 5 นาที เมื่อเครื่องยนต์ดับลง แต่กล้องบางรุ่นจะสามารถตั้งค่า Parking Mode เพื่อให้กล้องทำงานต่อนานกว่านั้นหลังจากดับเครื่องได้
ทั้งนี้ มีข้อควรระวังคือ ยิ่งตั้งค่าให้กล้องทำงานขณะรถจอดนานเท่าไหร่ กล้องติดรถก็จะยิ่งกินแบตเตอรี่เท่านั้น และส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่รถมากขึ้นด้วย แนะนำให้ตั้งค่าการทำงานในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือใช้งานกล้องเฉพาะช่วงที่รถวิ่งปกติจะดีที่สุด
ราคากล้องติดรถยนต์ GPS Cartrack เริ่มต้นที่ 650 บาทต่อเดือน โดยราคานี้ยังไม่ใช่ราคาสุทธิ สามารถสอบถามรายละเอียดโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย Cartrack เพียงกรอกข้อมูลติดต่อเข้ามาที่ หน้าติดต่อเรา เลือกเมนู "ฝ่ายขาย" และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

