สนใจติดกล้องรถบรรทุกกับ Cartrack อยู่หรือเปล่า ลองมาอ่านคำถามสำคัญเกี่ยวกับฟีเจอร์ ราคา ความสำคัญของกล้องติดรถที่คุณอาจมองข้าม รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ในบทความตอนนี้ เผื่อใช้เป็นแนวทางและตัวช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ทำได้ ผู้ใช้งานกล้องติดรถบรรทุก Cartrack สามารถเข้าสู่ระบบผู้ใช้งานและ เรียกดูภาพจากกล้องติดรถแบบออนไลน์ ได้ทุกเวลาที่ต้องการ ผ่านแอปพลิเคชัน Cartrack หรือเว็บไซต์ Fleetweb เพราะภาพที่กล้องบันทึกได้จะถูกนำไปอัปโหลดไว้ในระบบ Cloud และยังสามารถเลือกดาวน์โหลดฟุตเทจภาพวิดีโอที่ต้องการเก็บไว้ได้ด้วย
ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ใช้งานกล้องติดรถบรรทุก Cartrack เข้าไปโหลดวิดีโอที่ต้องการเก็บไว้ก่อนล่วงหน้าที่เวลาจะถูกบันทึกทับ (สามารถสอบถามหรือศึกษาเวลาเหล่านี้ได้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหรือเจ้าหน้าที่อบรมการใช้งาน) เพราะระบบกล้องมีการทำงานแบบบันทึกวนทับ หรือ Loop Recording เมื่อบันทึกภาพจนเต็มความจุเมมโมรี่แล้ว กล้องจะบันทึกภาพใหม่ทับภาพเก่าโดยอัตโนมัติ
กล้องติดรถบรรทุก Cartrack ไม่ใช่ กล้องติดรถแบบไร้สาย เนื่องจากต้องใช้สายไฟเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าของรถ เพื่อใช้แบตเตอรี่ในการทำงานและชาร์จไฟกล้อง แต่ช่าง Cartrack ที่ดำเนินการติดตั้งจะเก็บสายไฟมิดชิดที่สุด ดังนั้นจึงไม่บดบังทัศนวิสัยหรือรบกวนการขับขี่ของผู้ขับขี่อย่างแน่นอน
Cartrack มีระบบกล้องติดหน้ารถบรรทุกให้เลือกถึง 5 รุ่น ได้แก่ Road Vision กล้องมุมมองถนน, Dual Vision กล้องติดหน้ารถมุมมองถนนและห้องโดยสาร, Multi Vision ระบบกล้องติดรถรอบคัน ทั้งด้านหน้ารถและจุดต่าง ๆ ของรถ สูงสุด 4 ตัว
รวมถึงกล้องระบบ AI อีก 2 รุ่น ได้แก่ AI Dash Pro ซึ่งคล้ายกับกล้องรุ่น Multi Vision แต่จะมีการนำระบบ AI เข้ามาใช้ในการทำงานด้วย และ AI Multi Vision ติดตั้งได้สูงสุด 8 ตัว ทั้งกล้องหน้ารถและตามจุดต่าง ๆ ของรถ
สำหรับกล้องหลังติดรถบรรทุก ทาง Cartrack มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ กล้อง Multi Vision, AI Dash Pro และ AI Multi Vision ซึ่งเลือกติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ของรถได้มากถึง 18 จุด สูงสุดไม่เกิน 8 มุมมอง ติดตั้งได้ทั้งบริเวณหัวรถด้านนอก ด้านบนตู้สินค้า ด้านข้าง หรือด้านล่างตู้สินค้าบริเวณท้ายรถ
โดยรายละเอียดตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งสามารถสอบถามและปรึกษากับทางช่างได้ เพราะจะมีขั้นตอนการตรวจสอบจุดติดตั้งกล้องติดรถก่อนติดตั้งจริง
ไม่ต้อง เพราะกล้องติดรถบรรทุก Cartrack เป็นกล้องที่มีระบบ GPS ในตัวอยู่แล้ว จึงทำได้ทั้งเก็บบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะขับขี่ รวมถึงเก็บข้อมูลพิกัดรถ และวัน-เวลาที่มีการขับขี่ของรถแต่ละคัน
ยกเว้นกรณีที่ต้องการ ติดตามข้อมูลการใช้น้ำมัน หรือต้องการติดตั้งเซนเซอร์อุณหภูมิ หรือเซนเซอร์เฉพาะทางอื่น ๆ ถึงจำเป็นต้องติดตั้ง GPS เพิ่ม เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นจำเป็นต้องทำงานร่วมกับ GPS จึงจะเก็บข้อมูลไปบันทึกไว้ในระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) ได้
ขึ้นอยู่กับขนาดความจุหรือเมมโมรี่ของกล้อง เช่น หากผู้ใช้บริการเลือกติดตั้งกล้องความจุต่ำสุดที่ Cartrack ให้บริการ คือ 256GB ก็จะดูข้อมูลย้อนหลังได้นานสุด 48 ชั่วโมง ตามจำนวนเวลาที่กล้องทำงาน
จำเป็น หากเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพราะรถขนาดใหญ่มักมี จุดบอดสายตา ที่อาจเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเมื่อเกิดความเสียหายกับรถก็ไม่มีภาพหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
ดังนั้น แนะนำว่าการติดกล้องรถบรรทุกรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยและรักษาผลประโยชน์ให้เจ้าของรถมากกว่าการไม่ติดกล้อง
ไม่ว่าจะมีรถใช้งานกี่คันก็สามารถดูภาพจากกล้องติดรถ รวมถึงข้อมูลการใช้รถของรถทุกคันที่ติดตั้งอุปกรณ์ได้บนระบบ Fleet Management ระบบเดียว โดยเข้าดูข้อมูลได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนมือถือ iOS และ Android ผ่าน แอปพลิเคชัน Cartrack และบนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ Fleetweb
กล้องติดรถบรรทุก Cartrack จะหยุดทำงานหลังจากที่มีการดับเครื่องยนต์ ไปแล้ว 5 นาที แต่สามารถเลือกตั้งค่าในระบบจัดการยานพาหนะให้กล้องทำงานต่อได้สูงสุด 18 ชั่วโมง เนื่องจากกล้องของเรามีระบบ Parking Mode
ทั้งนี้ ผู้ใช้งานมีข้อควรระวังคือ การตั้งค่าขยายเวลาการทำงานของกล้องจะส่งผลต่อแบตเตอรี่รถโดยตรง เพราะกล้องติดรถ Cartrack ต่อเข้ากับระบบไฟของรถและใช้แบตเตอรี่ในการทำงานนั่นเอง
ราคากล้องติดรถบรรทุก Cartrack เริ่มต้นที่ 650 บาท/เดือน* (*ไม่ใช่ราคาสุทธิ) โดยราคาเริ่มต้นนี้จะเป็นราคาสำหรับกล้องมองถนนและระบบจัดการยานพาหนะ หากต้องการบริการเสริม (Add-on) เพิ่มเติม เช่น มุมมองภาพอื่น ๆ ฟีเจอร์ต่าง ๆ ขนาดความจุของกล้อง ก็อาจมีค่าบริการแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจและรูปแบบกล้องที่เลือกติดตั้ง

