ปัญหาขโมยน้ำมันรถ เป็นอีกหนึ่งข่าวร้ายสำหรับธุรกิจมีรถในประเทศไทย ซึ่งมีปรากฏให้เห็นตามหน้าข่าวอยู่บ่อยครั้ง กลโกงของผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ธุรกิจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่คุณสามารถแก้ไขและป้องกันสิ่งนี้ได้ หาคำตอบได้ในบทความตอบคำถามพบบ่อยของคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้
ธุรกิจสามารถป้องกันปัญหา การขโมยน้ำมันรถ ได้ด้วยการติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับตรวจสอบการใช้น้ำมันในถัง ทั้งการเติมและการใช้ เมื่อธุรกิจมีข้อมูลการใช้น้ำมันทั้งหมดตามจริงแล้ว ก็จะรู้สาเหตุว่าน้ำมันถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง หรือมีความผิดปกติและเสี่ยงเกิดการทุจริตขึ้นหรือไม่
อุปกรณ์ที่ช่วยดูแลเรื่องขโมยน้ำมันรถได้จริง คือ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน โดยเซนเซอร์จะทำหน้าที่ตรวจวัดระดับน้ำมันที่เติมลงในถังและรายงานปริมาณน้ำมันที่ถูกใช้ ทำให้รู้ทันทีหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น
หากมีใครมายุ่งกับถังน้ำมัน การติดตั้งกล้องติดรถก็อาจช่วยเก็บภาพเป็นหลักฐานที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกที่มีถังขนาดใหญ่อยู่นอกตัวรถ
GPS ติดรถเป็นอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งและบันทึกข้อมูลการใช้รถทั่วไป เช่น ความเร็วที่ใช้ ช่วงที่รถจอดติดเครื่องโดยไม่มีการเคลื่อนที่ เป็นต้น
ในขณะที่อุปกรณ์ช่วยป้องกันการขโมยน้ำมันอย่างเซนเซอร์น้ำมัน จะทำหน้าที่บันทึกปริมาณน้ำมันที่ถูกเติมและใช้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ GPS ติดตามรถไม่สามารถทำได้ และ GPS ไม่สามารถติดตั้งลงในถังน้ำมันได้ อุปกรณ์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงถือเป็นคนละอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ต่างกัน
เบื้องต้นหากไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยติดตามการใช้น้ำมัน อาจเริ่มจากการตรวจสอบที่ตัวรถว่ามีรอยขูดขีด หรือร่องรอยการงัดแงะหรือไม่
อีกวิธีคือ การนำใบเสร็จค่าน้ำมันมาคำนวณ เทียบกับเลขไมล์ที่อยู่บนหน้าปัดรถ หรือตรวจสอบว่ามีการเติมน้ำมันถี่ขึ้นหรือไม่ การวิ่งรถอยู่ในระยะทางใกล้เคียงเดิมหรือไม่
ทั้งนี้มีข้อควรระวังคือ วิธีการนี้อาจทำให้คุณได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะเลขน้ำมันบนใบเสร็จสามารถปลอมขึ้นมาได้ และเราไม่มีข้อมูลหลักฐานที่มากพอจะไปตรวจสอบต่อได้
การตรวจสอบจากข้อมูลใบเสร็จอาจมีช่องโหว่อยู่มาก เพราะใบเสร็จเป็นข้อมูลที่ได้มาจากพนักงานขับรถ ซึ่งผู้จัดการรถฟลีทหรือเจ้าของธุรกิจไม่สามารถตรวจสอบต่อได้ว่าพนักงานขับรถ โกงน้ำมัน และปลอมใบเสร็จขึ้นมาหรือไม่
นอกจากนี้ การตรวจสอบด้วยใบเสร็จยังเป็นวิธีการยุ่งยากมาก หากคุณมีรถใช้งานในธุรกิจหลายคัน เพราะต้องรอคนขับรถกลับมาส่งใบเสร็จ และต้องเทียบข้อมูลกับเลขไมล์ที่หน้าปัดรถเท่านั้น
การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันจะช่วยให้การตรวจสอบง่ายขึ้น เพราะข้อมูลน้ำมันในถังของรถแต่ละคันจะถูกแสดงไว้ในระบบแบบแยกตามทะเบียนรถ มองเห็นข้อมูลการใช้น้ำมันตั้งแต่น้ำมันถูกเติมลงในถัง และเห็นความผิดปกติได้ทันทีหากมีการใช้น้ำมันที่ผิดปกติ หรือมีการขโมยน้ำมันรถเกิดขึ้น
เซนเซอร์น้ำมันสามารถตรวจสอบได้ ต่อให้เป็นการดูดน้ำมันออกไปเพียงไม่กี่ลิตรในระยะเวลาสั้น ๆ โดยภาพกราฟเซนเซอร์ที่แสดงในระบบจะเปลี่ยนไปจากปกติ รวมถึง การคาลิเบรทตัวเซนเซอร์น้ำมัน ภายหลังการติดตั้งจะทำให้เซนเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำมันในถังได้แม่นยำมากขึ้น แม้ว่าคนขับจะขโมยน้ำมันเพียงเล็กน้อยก็ตาม
แม้ว่าธุรกิจจะมั่นใจว่าไม่มีปัญหาพนักงานขับรถ โกงน้ำมัน แต่หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ ควบคุมต้นทุนค่าน้ำมัน และเห็นภาพรวมการใช้น้ำมันรถทั้งหมด ก็สามารถติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันได้
อีกทั้งรถส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการติดตั้ง GPS ติดตามรถอยู่แล้ว จึงง่ายต่อการติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันเพิ่มเติม เพราะ GPS ติดรถและเซนเซอร์น้ำมันจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน
เซนเซอร์น้ำมันที่ Cartrack ให้บริการมีด้วยกันถึง 3 รุ่น ซึ่งเหมาะใช้งานกับรถทุกประเภท เซนเซอร์น้ำมันแบบลูกลอยหรืออนาล็อก (Analog) และเซนเซอร์น้ำมัน CANbus ใช้งานได้กับรถที่มีถังน้ำมันอยู่ด้านใน เช่น รถยนต์ รถตู้ รถกระบะ รถทัวร์
ส่วนเซนเซอร์แบบเจาะถังหรือ Tube เหมาะกับรถขนาดใหญ่ที่มีถังน้ำมันด้านนอก เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ รถพ่วง
เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ตรวจจับได้โดยการวัดปริมาณน้ำมันในถัง และส่งข้อมูลไปที่กล่อง GPS ติดตามรถ จากนั้น GPS จะส่งข้อมูลจากเซนเซอร์น้ำมันเข้าสู่ระบบจัดการยานพาหนะ และแสดงผลออกมาในรูปแบบกราฟเส้น เมื่อกราฟมีความผิดปกติ เช่น มีการตกลงเป็นแนวดิ่ง หรือเส้นตกลงในเวลาที่รวดเร็ว ก็อาจบ่งชี้ได้ว่ามีการทุจริตน้ำมันเกิดขึ้นกับรถของคุณ

