BLOGS

มารู้จักระบบ ไฟฟ้ารถยนต์ กันเถอะ

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เป็นที่รู้กันดีว่าพลังงานหลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ก็คือน้ำมัน แต่ภายในรถก็มีระบบต่าง ๆ มากมายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมภายในห้องเครื่องถึงต้องมีตัวกำเนิดไฟฟ้าอย่างแบตเตอรี่อยู่ด้วย และวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ตัวอย่าง ระบบ ไฟฟ้ารถยนต์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆภายในรถ

ระบบสตาร์ท

ระบบสตาร์ทเป็นระบบที่ใช้ไฟฟ้ารถยนต์ในการจุดระเบิด ก่อนอื่นขอให้คุณผู้อ่านนึกถึงการสตาร์ทรถ เมื่อเสียบกุญแจเข้าไป จะเห็นได้ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะสวิทช์ยังอยู่ที่ OFF แต่พอบิดกุญแจไปที่ ON ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะวิ่งเข้าสู่คอยล์จุดระเบิด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ ขั้นตอนนี้ระบบไฟฟ้าบางอย่างทำงานแล้ว เช่น ไฟหน้าปัดรถ การเปิด-ปิดกระจกรถ แต่เครื่องยนต์ยังไม่ติด

ทีนี้พอเราบิดกุญแจไปที่สตาร์ท มันก็เหมือนกับการเปิดสวิทช์การจุดระเบิด มอเตอร์สตาร์ทจะเคลื่อนเข้าไปขบกับล้อช่วยแรง (flywheel) และหมุนอย่างรวดเร็ว ทำให้ล้อช่วยแรงหมุนตาม แกนกลางของล้อช่วยแรงที่เรียกว่าเพลาข้อเหวี่ยงนี้เชื่อมอยู่กับก้านสูบซึ่งต่อติดกับลูกสูบอีกที ลูกสูบจะอัดอากาศเข้าไปในกระบอกสูบ สำหรับรถดีเซลจะใช้หัวฉีดฉีดน้ำมันลงไป ทำให้เกิดการจุดระเบิดขึ้น ในขณะที่รถเบนซิน คอยล์จุดระเบิดจะจ่ายไฟให้หัวเทียนและหัวเทียนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เกิดการจุดระเบิด ทีนี้พอเราปล่อยมือออกจากกุญแจ กุญแจมันจะดีดกลับมาที่ ON มอเตอร์สตาร์ทก็จะกลับเข้าสู่ที่เดิม แต่การสตาร์ทเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเครื่องยนต์ก็ยังคงทำงานอยู่

ระบบไฟหรี่ ไฟท้าย และไฟป้ายทะเบียน

ระบบไฟฟ้ารถยนต์ที่เกี่ยวกับการให้แสงสว่างภายนอกรถประกอบไปด้วยไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟป้ายทะเบียน และไฟหน้ารถ แต่ไฟหน้ารถจะขอยกไปกล่าวในหัวข้อถัดไป

พอคุณบิดสวิทช์แสงสว่างไปที่ตำแหน่งไฟหรี่ ขั้ว T จะต่อเข้ากับขั้ว El ทำให้กระแสไฟไหลครบวงจร กระแสไฟจากแบตเตอรี่ จะไหลผ่านฟิวส์หลัก ไปยังรีเลย์ไฟท้าย ผ่านฟิวส์ไฟท้าย และผ่านหลอดไฟหน้าปัด ไฟหรี่ ไฟท้าย และไฟป้ายทะเบียน ลงกราวด์ครบวงจร หลอดไฟที่กล่าวมาข้างต้นก็จะติดขึ้นทั้งหมด เว้นแต่ไฟหน้าที่ยังไม่ติด มาดูกันว่าไฟหน้าจะติดขึ้นได้อย่างไร ในหัวข้อถัดไปกันเลย

ระบบไฟหน้ารถ

ระบบไฟฟ้ารถยนต์ที่เกี่ยวกับการให้แสงสว่างภายนอกรถที่สำคัญที่สุด คือ ไฟหน้ารถ หลอดไฟหน้ารถอยู่ในโคมไฟหน้ารถ แยกต่างหากจากหลอดไฟหรี่ ในกรณีที่เปิดไฟต่ำ สวิทช์จะถูกผลักไปอยู่ที่ตำแหน่ง Low ทำให้ขั้ว Hl ต่อเข้ากับขั้ว ED กระแสไฟจากแบตเตอรี่ จะไหลผ่านฟิวส์หลัก สู่รีเลย์ไฟท้าย ทำให้ไฟหรี่ ไฟหน้าปัด ไฟท้าย ไฟส่องแผ่นป้ายทะเบียนสว่างขึ้นมา

ในขณะเดียวกันกระแสไฟฟ้าก็จะไหลผ่านรีเลย์ไฟหน้า ผ่านขั้ว H แล้วมันก็จะลงกราวด์ครบวงจรตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันจะทำให้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไหลผ่านฟิวส์หลักไปสู่รีเลย์ไฟหน้า จากนั้นก็ส่งต่อไปยังฟิวส์ย่อยไฟหน้าซ้ายและไฟหน้าขวา สู่ไส้หลอดไฟหน้าต่ำ แล้วก็จะมาผ่านขั้วไฟหน้าต่ำ HL และครบวงจรตรงนี้ ไฟหน้าต่ำก็จะติดขึ้นมา

สำหรับไฟสูง เมื่อบิดสวิทช์ไฟสูง ขั้ว HU จะต่อกับ ED กระแสไฟจะไหลผ่านรีเลย์ไฟท้ายและรีเลย์ไฟหน้าเหมือนกรณีของไฟต่ำ ต่างกันแค่กระแสไฟจะไหลผ่านไส้หลอดไฟหน้าสูง ผ่านสวิทช์ขั้ว HU ครบวงจร

ระบบไฟภายในห้องโดยสาร ระบบไฟเตือนประตูปิดไม่สนิท และระบบไฟห้องเก็บสัมภาระ

ระบบไฟฟ้ารถยนต์ อันได้แก่ ไฟภายในห้องโดยสารและไฟเตือนประตูปิดไม่สนิทเป็นการทำงานที่เชื่อมต่อกัน ไฟในห้องโดยสาร มีสวิทช์ที่ควบคุมการทำงาน 3 ตำแหน่งด้วยกัน ตำแหน่งแรกคือ OFF ถ้าเลื่อนสวิตช์ไฟไปที่ Off ไฟในห้องโดยสารจะไม่ติดเลย ตำแหน่งที่ 2 คือ On ที่ทำให้หลอดไฟภายในห้องโดยสารติดอยู่ตลอดเวลา และตำแหน่งที่ 3 ก็คือตำแหน่ง door ที่ทำให้หลอดไฟในห้องโดยสารติดก็ต่อเมื่อประตูปิดไม่สนิท หรือมีการเปิดประตูเกิดขึ้น

วงจรของระบบไฟทั้ง 3 นี้ก็คือ กระแสไฟจากแบตเตอรี่ไหลผ่านฟิวส์หลักส่งต่อไปยังห้องโดยสาร หากสวิทช์อยู่ที่ตำแหน่ง On กระแสไฟจะไหลผ่านห้องโดยสารแบบครบวงจร ทำให้ไฟติด แต่ถ้าสวิทช์อยู่ในตำแหน่ง OFF มันก็เหมือนเป็นการตัดกระแสไฟไม่ให้ไหลครบวงจร หลอดไฟจึงไม่ติด

ในกรณีที่เลื่อนสวิทช์มาที่ตำแหน่ง door กระแสไฟจะไม่ถูกจ่ายไปยังหลอดในห้องโดยสารจนกว่าจะมีการเปิดประตูหรือประตูปิดไม่สนิท เพราะกระแสไฟฟ้าที่ต่อมายังฟิวส์ในห้องโดยสาร ผ่านหลอดไฟเตือนประตูปิดไม่สนิท (อยู่ตรงหน้าปัด) และหลอดไฟภายในห้องโดยสาร มันจะไปรอลงกราวด์ที่ประตู คือมันจะยังไม่ครบวงจรจนกว่าประตูถูกเปิดออก พอประตูถูกเปิดออกหรือปิดไม่สนิท สวิทช์ที่ประตูจะเชื่อมวงจรไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทำให้กระแสไฟสามารถไหลลงกราวด์ได้ เมื่อไฟฟ้าไหลครบวงจร หลอดไฟในห้องโดยสารพร้อมกับหลอดไฟเตือนประตูปิดไม่สนิทก็จะสว่างขึ้นพร้อม ๆ กัน

ส่วนระบบไฟในสวิทช์ห้องเก็บสัมภาระ แม้จะแยกออกต่างหากจากหลอดไฟในห้องโดยสารและหลอดไฟเตือนประตูปิดไม่สนิท แต่ก็มีลักษณะคล้ายกันคือไฟจากแบตเตอรี่ จะไหลผ่านฟิวส์หลักไปยังหลอดไฟในห้องเก็บสัมภาระ และรอลงกราวด์ที่ฝากระโปรงท้าย เมื่อฝากระโปรงท้ายถูกเปิดออก ระบบไฟฟ้าจะครบวงจรเพราะไฟฟ้าไหลลงกราวด์ได้ ทำให้หลอดไฟในห้องเก็บสัมภาระสว่างขึ้น

ระบบไฟฟ้าที่ใช้กับฟังก์ชั่นต่างๆ

ระบบและการใช้งานทั่วไป เช่น เครื่องเสียง ไม่ว่าจะเป็นแบบเก่าหรือแบบใหม่ที่เป็นจอระบบสัมผัส ล้วนใช้ไฟฟ้าจากรถยนต์ทั้งสิ้น นอกจากระบบไฟที่ส่องแสงแล้ว ยังมีระบบการเปิดปิดกระจกแบบไฟฟ้า การล็อครถระบบไฟฟ้า ซึ่งในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มักเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าแทบทั้งสิ้น ดังนั้น คงไม่ดีแน่ หากเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นกับระบบไฟฟ้ารถยนต์

โดยสรุปแล้วระบบไฟฟ้ารถยนต์เริ่มต้นที่แบตเตอรี่ ไปสู่ฟิวส์หลัก จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าสวิทช์ตัวใดจะเปิดอยู่ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้อ่านจะมีความเข้าใจในระบบไฟฟ้าของรถยนต์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบสตาร์ท ระบบให้แสงสว่างภายนอกรถ และระบบให้แสงสว่างภายในรถ

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค

ทดลองใช้ฟรี !

พลังงานหลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ก็คือน้ำมัน แต่ภายในรถก็มีระบบต่างๆ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นั่นคือ ระบบ ไฟฟ้ารถยนต์