BLOGS

7 วิธีประหยัดน้ำมันรถที่ธุรกิจใช้รับมือราคาน้ำมันแพงได้ทันที

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวน การบริหารต้นทุนค่าขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ และราคาน้ำมันที่ขึ้นทีเดียวหลายบาทต่อลิตร กลายเป็นต้นทุนที่ธุรกิจต้องแบกไว้ เพราะไม่สามารถปรับค่าสินค้าหรือบริการได้ทันที เลยกลายเป็นว่าถึงจะมีงานขนส่ง แต่ต้นทุนภาระค่าน้ำมันก็เพิ่มขึ้นไปด้วย บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้มี 7 วิธีประหยัดน้ำมันรถใช้งาน ที่ธุรกิจนำไปใช้รับมือราคาน้ำมันแพงได้แบบทันที พร้อมความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับการประหยัดน้ำมัน ที่ลดได้จริงและอย่างยั่งยืน หรือใครจะขับรถทางไกลช่วงสงกรานต์ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ด้วยเช่นกัน

Cartrack ให้บริการระบบบริหารจัดการยานพาหนะแบบครบวงจรเพื่อธุรกิจ เราเป็นพาร์ทเนอร์ด้านระบบจัดการงานขนส่งโดยเฉพาะระบบจัดการน้ำมันที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการรถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อมูลตัดสินใจการทำงานได้ดีขึ้น จนลดต้นทุนที่สิ้นเปลืองได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน การันตีด้วยลูกค้าระดับธุรกิจมากกว่า 125,000 แห่ง วางใจใช้เรา

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • 7 วิธีประหยัดน้ำมันรถที่ธุรกิจใช้รับมือราคาน้ำมันแพงได้ทันที
  • ติดตามและตรวจสอบการใช้น้ำมัน ได้อัตโนมัติ 24 ชม. ทำอย่างไร?
  • น้ำมันแพงแต่ธุรกิจที่รู้วิธีประหยัดน้ำมันจะจัดการได้ดีกว่า

7 วิธีประหยัดน้ำมันรถที่ธุรกิจใช้รับมือราคาน้ำมันแพงได้ทันที

1. ขับด้วยความเร็วคงที่

เครื่องยนต์เครื่องจักรมักจะกินน้ำมันหรือใช้พลังงานมากที่สุด ในช่วงเริ่มต้นเครื่องยนต์ เพื่อทำกำลังรถให้ได้ความเร็วตามที่ต้องการ 

หากรถวิ่งแบบเร่งความเร็วอยู่ตลอดเวลา รถจะต้องใช้พลังงานเพื่อเอาชนะแรงเฉื่อยของรถ ดังนั้น วิธีประหยัดน้ำมันในการขับขี่คือ ควบคุมเครื่องยนต์ให้ประคองความเร็วไว้แบบสม่ำเสมอ 

ซึ่งความเร็วที่แนะนำคือ ช่วง 80-90 กม./ชม. จะเป็นช่วงที่รอบเครื่องยนต์ต่ำลง ในขณะที่รถยังวิ่งได้เร็ว ผลคือเครื่องยนต์ฉีดจ่ายน้ำมันน้อยลงต่อระยะทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประหยัดน้ำมันได้สูงสุด

2. ไม่เบรกกะทันหัน ไม่ออกตัวกระชาก ไม่เข้าโค้งแรง ไม่จอดแช่ติดเครื่อง

ทุกครั้งที่คนขับเหยียบเบรก พลังงานจลน์ที่เครื่องยนต์สร้างขึ้นมาจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนทิ้งเปล่าที่ผ้าเบรก 

นอกจากนี้การขับกระชากหรือเข้าโค้งแรงก็มีส่วน เพราะการขับกระชากคือการเร่งเครื่อง เบรก เร่งเครื่อง วนไป ซึ่งเป็นการกินน้ำมันรถที่สูงมาก 

การจอดแช่ติดเครื่องยนต์ ก็ทำให้สูญเสียน้ำมันมากเช่นกัน โดยสำหรับรถตัวถัง 3,000 กก. อัตราสิ้นเปลืองโดยประมาณต่อ 1 ชั่วโมง หากปิดแอร์แค่ติดเครื่องหรือเดินเบาอย่างเดียว จะเสียน้ำมันที่ประมาณ 0.8 - 1.2 ลิตร และหากเปิดแอร์จะเสียน้ำมันพุ่งไปถึงที่ประมาณ 1.2 - 2.0 ลิตร เลยทีเดียว แนะนำว่า หากต้องจอดรอนานเกิน 3 นาที ควรดับเครื่องยนต์เลยดีกว่า

3. ตรวจเช็กลมยางอย่างเคร่งครัด

การตรวจเช็กลมยางก็เป็นอีกหนึ่งวิธีประหยัดน้ำมันที่ง่ายที่สุด ที่คนมักคาดไม่ถึงเยอะเหมือนกัน หลักการคือ ลมยางที่อ่อนกว่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อยจะทำให้หน้ายางเสียดสีกับถนนมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักและกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 3 - 5% 

ดังนั้น ควรตรวจเช็กลมยางเป็นประจำเช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกครั้งก่อนใช้รถขับขี่เดินทางไกล

4. ปรับพฤติกรรมการขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ

ธุรกิจมีรถควรอบรมพนักงานขับรถให้เข้าใจพฤติกรรมขับขี่ที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องอย่างชัดเจน เพราะจะช่วยให้พนักงานขับรถบรรทุกให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน

รถวิ่งเต็มถนนในกรุงเทพแม้ในยุคน้ำมันแพง ขึ้นราคา

5. บำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ

ไส้กรองอากาศที่อุดตันหรือน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพของรถ ถ้าเปรียบเป็นคน ก็เหมือนคนที่พยายามวิ่งแต่หายใจไม่สะดวก 

การเปลี่ยนถ่ายของเหลวและทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงตามกำหนด และการซ่อมแซมรถในด้านอื่น ๆ ที่สึกเสื่อมสภาพ ช่วยให้การเผาไหม้เครื่องยนต์สมบูรณ์เปรียบเหมือนคนสุขภาพดี ก็จะช่วยคืนสมรรถนะการประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพให้กลับมา

6. บริหารจัดการน้ำหนักบรรทุก

ยิ่งรถหนัก ยิ่งกินน้ำมัน ควรตรวจสอบว่าในรถมีของที่ไม่จำเป็นหรือไม่ หากมีให้เอาออก เพื่อให้รถบรรทุกบรรจุแต่สินค้าหรือพัสดุที่จำเป็นเท่านั้น

รวมถึงพยายามจัดเส้นทางส่งของแบบโหลดของเต็มคันให้เต็มประสิทธิภาพในเที่ยวเดียว แทนการวิ่งรถเปล่าหรือบรรทุกน้อยแต่หลายรอบ ซึ่งเรื่องนี้ที่เหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่มีผลต่อธุรกิจขนส่งที่ไม่มีการวางระบบหรือสร้างเครือข่ายการขนส่งเพื่อบริหารจัดการน้ำหนักบรรทุกที่มีประสิทธิภาพโดยตรง อาจทำให้ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น ดังนั้น หากธุรกิจมีรถต้องการประหยัดน้ำมัน จึงควรบริหารจัดการน้ำหนักบรรทุกอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้

7. ใช้เติมบัตรน้ำมัน

การใช้บัตรเติมน้ำมัน เป็นวิธีประหยัดน้ำมันในเชิงควบคุมค่าใช้จ่ายที่ได้ผลดี เนื่องจากธุรกิจที่รู้เส้นทางการขนส่ง สามารถกำหนดรถที่เติมได้โดยใช้บัตรเติมน้ำมันที่ให้ กำหนดวงเงินเติมน้ำมันให้เหมาะสม กำหนดปั๊มที่ได้มาตรฐานไว้ให้คนขับเติมน้ำมัน และกำหนดช่วงวันเวลาที่เติมน้ำมันได้

นอกจากจะช่วยเรื่องการควบคุมงบประมาณแล้ว บัตรเติมน้ำมันสำหรับธุรกิจมักมาพร้อมกับส่วนลดพิเศษ หรือการสะสมแต้มที่คุ้มค่ากว่าเงินสดด้วย

รถเติมน้ำมัน ในช่วงราคาน้ำมันพุ่งสูง

ติดตามและตรวจสอบการใช้น้ำมัน ได้อัตโนมัติ 24 ชม. ทำอย่างไร?

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ การปรับตัวที่พฤติกรรมการขับขี่อาจช่วยได้ส่วนหนึ่ง 

แต่ธุรกิจสามารถจัดการได้ที่ระบบการจัดการธุรกิจด้วยเช่นกัน ด้วยการมีระบบที่ติดตามและตรวจสอบการใช้น้ำมันได้แบบอัตโนมัติ ตลอดเวลา 24 ชม. Cartrack ขอแนะนำเซนเซอร์น้ำมันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ช่วยติดตามการใช้น้ำมันของรถได้ตลอดเวลา 

ตรวจสอบการใช้น้ำมันว่าถูกต้องหรือเครื่องยนต์มีปัญหาไหม และที่สำคัญยังแจ้งเตือนเมื่อพบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการใช้น้ำมันที่สงสัยว่าเป็นการทุจริต เช่น คนขับดูดน้ำมัน เติมน้ำมันไม่ครบ ฯลฯ โดยสามารถดูรายงานการเติมน้ำมัน และรายละเอียด เช่น สถานที่ วันเวลาที่เติมแบบเรียลไทม์ 

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน Cartrack มาพร้อมกับรายงานการเติมน้ำมันอย่างชัดเจน รายงานประสิทธิภาพการใช้น้ำมันต่อระยะทางที่รถวิ่ง รายงานพฤติกรรมการขับขี่ และอื่น ๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจเห็นภาพรวมการใช้จ่ายอย่างชัดเจน เห็นจุดรั่วไหลในการดำเนินงาน และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

นอกจากติดตามน้ำมัน ธุรกิจที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack สามารถเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการรถด้วยฟีเจอร์และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น

1. วางแผนเส้นทางด้วยเทคโนโลยี

ฟีเจอร์ Delivery จาก Cartrack วางแผนเส้นทางการขับขี่ของรถขนส่งในแต่ละวัน ธุรกิจแค่นำเข้างานที่ต้องทำในแต่ละวันและคลิกวางแผน 

ระบบจะวางแผนเส้นทางการขนส่งว่างงานไหนควรไปก่อนหลังให้อัตโนมัติ จากเวลาและสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ช่วยลดเวลา ระยะทางและน้ำมันที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ไม่ว่าจะมีรถกี่คัน งานกี่งาน คนขับกี่คนก็สามารถทำได้ ไม่ต้องให้คนขับวางแผนการขนส่งหรือเลือกเส้นทางเองซึ่งอาจจะไม่แม่นยำและสิ้นเปลืองเวลาและน้ำมันได้อย่างง่ายดาย

2. กล้องติดรถ

นอกจากบันทึกภาพหน้ารถ กล้องติดรถ Cartrack สามารถตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่และแจ้งเตือนคนขับให้ปรับพฤติกรรมได้แบบเรียลไทม์ด้วย เช่น การใช้โทรศัพท์ ขับจี้รถคันหน้า ช่วยให้คนขับขับขี่อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะขับขี่อยู่ที่ไหน กี่โมง โดยที่ธุรกิจไม่จำเป็นต้องคอยติดตามจัดการด้วยตัวเองตลอดเวลา

หรือจะเป็นกล้องข้างรถ เพื่อส่องถังน้ำมัน ก็เป็นกล้องยอดนิยมของลูกค้า Cartrack ที่ติดตั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการกระทำทุจริตตรงถังน้ำมัน เช่น ดูดน้ำมัน หรือหากเป็นการเติมน้ำมันไม่ครบ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนเติม

น้ำมันแพงแต่ธุรกิจที่รู้วิธีประหยัดน้ำมันจะจัดการได้ดีกว่า

Cartrack หวังว่า 7 วิธีประหยัดน้ำมันยุคราคาน้ำมันแพงกะทันหันนี้ จะช่วยให้ธุรกิจจัดการน้ำมันได้อย่างอุ่นใจและมีหลักการมากขึ้น ไม่ว่าราคาน้ำมันดีเซล ราคาจะดีดขึ้นไปอีกเท่าไหร่ อีกทั้งวิธีเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎจราจรได้ดียิ่งขึ้นด้วย

สำหรับธุรกิจมีรถที่สนใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง Cartrack หรือสนใจข้อมูลระบบจัดการน้ำมัน Cartrack สามารถคลิกกรอกข้อมูลที่นี่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น. ติดตั้ง Cartrack ตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ ตัวช่วยประหยัดน้ำมันรถ

Cartrack มีตัวช่วยประหยัดน้ำมันรถที่ธุรกิจสามารถติดตั้งได้ทันทีไหม?

มี Cartrack ให้บริการเซนเซอร์น้ำมัน 3 รูปแบบ ได้แก่ เซนเซอร์น้ำมันแบบอนาล็อก หรือลูกลอย, เซนเซอร์ CANBus และเซนเซอร์แบบ Tube ที่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที

เซนเซอร์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยประหยัดน้ำมันให้ธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยวัดปริมาณน้ำมันในถังแบบเรียลไทม์ ระบุจำนวนที่เติมเข้าและใช้ไปอย่างละเอียด และยังทำงานร่วมกับ GPS ติดตามรถ ช่วยให้ทราบข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ความเร็วที่ใช้ ช่วงที่มีการสตาร์ทเครื่องจอดแช่ รวมถึงความถี่ในการเบรกกะทันหัน

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ธุรกิจมองเห็นว่ารถมีการใช้น้ำมันเท่าไหร่ ต้นทุนเป็นอย่างไร พฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานคนใดที่ไม่เหมาะสมและทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน รวมถึงความผิดปกติในการใช้น้ำมันและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น เช่น การขโมยน้ำมัน การดูดน้ำมันออกจากถังระหว่างนำรถออกไปส่งของ เป็นต้น

สนใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดต่อได้ที่ไหน?

ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับแพ็กเกจราคาเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack หรือสนใจติดตั้ง สามารถกรอกฟอร์มที่ หน้าติดต่อเรา เลือก “ฝ่ายขาย” เจ้าหน้าที่ Cartrack ติดต่อกลับตามหมายเลขโทรศัพท์ที่คุณแจ้งไว้ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น. หรือดูรายละเอียดเบื้องต้นได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ เซนเซอร์น้ำมัน

ติดเซนเซอร์น้ำมัน จำเป็นต้องติด GPS ติดตามรถด้วยเหรอ?

จำเป็น เนื่องจาก เซนเซอร์น้ำมันและ GPS ติดตามรถมีการทำงานร่วมกัน เซนเซอร์น้ำมันทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูล และส่งไปบันทึกไว้ยัง GPS ติดตามรถ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) ดังนั้นหากธุรกิจต้องการดูน้ำมันในถัง หรือเน้นติดตามและควบคุมต้นทุนน้ำมัน จึงจำเป็นต้องติดตั้งทั้ง 2 อุปกรณ์

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

หัวจ่ายน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 91 95

ราคาน้ำมันที่ขึ้นทีเดียวหลายบาทต่อลิตร กลายเป็นต้นทุนที่ธุรกิจมีรถต้องแบก Cartrack มี 7 วิธีประหยัดน้ำมันรถใช้งาน ที่ธุรกิจใช้รับมือราคาน้ำมันแพงได้แบบทันที