คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

10 เคล็ดลับ ในการต่อสู้กับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
อาการง่วงนอน เหนื่อยล้า เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นมาดูเคล็ดลับเล็กน้อยสำหรับการรับมืออาการ เหนื่อยล้า จากการขับขี่

คุณเคยนึกถึงปัจจัยต่าง ๆ ใดบ้าง ที่จะสามารถส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการขับขี่หรือไม่? ในขณะที่หลายคนเชื่อว่า เมาแล้วขับเป็นความเสี่ยงที่สุดแล้วในขับขี่ แต่หากมีอาการง่วงแล้วขับไปด้วยนั้นก็เป็นหนึ่งสาเหตุที่อันตรายมากไม่แพ้กัน ซึ่งหากผู้ขับขี่นั้นนอนน้อยกว่าปกติเพียง 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามยังมีวิธีที่จะทำให้แน่ใจว่าคุณสามารถเอาชนะอาการง่วงนอนขณะขับรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับขี่ระยะทางไกล

นอนให้เพียงพอก่อนเสมอ

การพักผ่อนที่เพียงพอนั้นเป็นแนะนำที่คุณน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งคุณควรนอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง ก่อนออกเดินทางไกล ด้วยจำนวนเวลาในการนอนหลับประมาณนี้จะทำให้คุณตื่นตัวและกระชับกระเฉง รวมไปถึงสภาพจิตใจและร่างกายที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์บนท้องถนน และไม่ทำให้เกิดอาการหลับใน

งีบสักหน่อยก่อนขับรถ

หากคุณรู้สึกว่าไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอจากเมื่อคืน ลองใช้เวลาสักพักในการงีบหลับเพื่อรีเฟรชตัวเองสักนิดก่อนจะเริ่มเดินทาง จากกรณีศึกษาสามารถยืนยันได้ว่า การงีบพักสักชั่วโมงจะช่วยเพิ่มพลังที่ร่างกายต้องการจากการพักผ่อน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการขับรถทางไกล

แวะงีบหลับระหว่างทาง ช่วยได้

หากคุณไม่เวลาที่จะงีบก่อนออกเดินทาง คุณต้องแน่ใจว่าคุณสามารถแวะตามปั๊มหรือจุดพักรถระหว่างทางเพื่องีบหลับสัก 20 นาที ไม่ว่ายังไงอย่าพยายามต่อสู้กับความเหนื่อยล้า อย่าฝืนเด็ดขาด เพราะสิ่งที่ตามมาอาจจะทำร้ายตัวคุณเองและคนอื่น ๆ ได้

อาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน

ทั้งก่อนหรือระหว่างที่กำลังเดินทางคุณอาจถูกล่อตาล่อใจด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ดตามข้างทางต่าง ๆ ที่ทั้งง่าย สะดวก และอร่อย ซึ่งจะดีกว่าถ้าคุณหลีกเลี่ยงสิ่งล่อใจเหล่านี้ เพราะไขมัน เกลือ และน้ำตาล ที่เป็นส่วนผสมในอาหารเหล่านี้สามารถทำให้คุณง่วงนอนได้

ให้พยายามกินอาหารที่ให้พลังงานซึ่งจะเพิ่มความตื่นตัวและความทรหดให้มากขึ้น อย่างพวกโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต เช่น ธัญพืช ผลไม้ ผัก และเนื้อไม่ติดมัน ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี

กินจุกจิกช่วยเพิ่มพลังงานได้

สิ่งสำคัญคือการรักษาระดับพลังงานของคุณในขณะขับขี่ วิธีที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานอาหารว่างและดื่มน้ำมาก ๆ และของว่างเหล่านั้นควรเป็นของที่ดีต่อสุขภาพด้วย เช่น ถั่ว หรือผลไม้ เพราะของว่างเหล่านี้จะสามารถช่วยเพิ่มพลังงานให้กับคุณได้ด้วย

รับวิตามินให้เพียงพอ

วิตามินบางชนิดเช่น วิตามินบี และ วิตามินซี จะให้พลังงานกับคุณได้อย่างมาก พยายามรับประทานที่ดีต่อสุขภาพที่มีวิตามินเหล่านี้อยู่ด้วยเพราะเมื่อร่างกายดูดซับวิตามินเหล่านี้เข้าไปแล้ว จะไม่เปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่นเหมือนอย่างพวกไขมัน เนื้อ หรือแป้ง อีกทางเลือกหนึ่งคือซื้อ วิตามินบี และ วิตามินซี แบบเม็ดมารับประมาณก็จะง่ายขึ้น

ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย เมื่อเกิดอาการเมื่อยล้า

หากคุณรู้สึกเริ่มที่จะอึดอัดและเหนื่อยล้าจากการขับรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง สาเหตุมาจากการนั่งเป็นเวลานาน นั่นหมายความว่าเลือดไม่ไหลไปที่ขาและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หรืออาจจะไหลไปเลี้ยงไม่เพียงพอนั่นเอง

ทางออกง่าย ๆ สำหรับปัญหานี้คือ การแวะหยุดพักข้างทาง ร้านกาแฟ จุดพักรถ หรือปั๊มน้ำมัน เพื่อยืดแขนขา หรือจะเดินเล่นสักพักก็ได้ การยืดเส้นยืดสายเป็นประจำจะทำให้สดชื่นและทำให้คุณมีสมาธิกับการเดินทางมากขึ้น

เปิดเพลงให้ดังสนั่น

เพลงนั้นมีความสามารถพิเศษที่ส่งผลกระทบในเชิงบวกต่ออารมณ์ และสามารถลดระดับความเหนื่อยล้าของคุณได้ ดังนั้นหากคุณเริ่มรู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มเมื่อยล้า ลองเพิ่มระดับเสียงวิทยุหรือเครื่องเล่นเพลงให้ดังขึ้น หรือคุณอาจจะร้องตามไปด้วยก็ได้ นั่นก็พอจะช่วยได้มากเลยทีเดียว

ดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงคาเฟอีน

ภาวะร่างกายขาดน้ำเป็นสาเหตุให้เกิดความเหนื่อยล้า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีขวดน้ำอยู่ข้าง ๆ และจิบน้ำเป็นระยะ ๆ คุณควรพยายามอย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปเพราะอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งกาแฟสักแก้วคงไม่เป็นรัย

เนื่องจากคาเฟอีนนั้นเป็นยาขับปัสสาวะชั้นดี นั่นจะทำให้คุณต้องปัสสาวะบ่อย ๆ ซึ่งเป็นการลดระดับน้ำในร่างกายของคุณเช่นกัน

ให้คนอื่น ๆ ในรถช่วย

หากคุณเดินทางไกลและมีผู้โดยสารร่วมมาด้วย คุณสามารถขอให้พวกเขาช่วยทำให้คุณตื่นตัวอยู่ตลอด อาจจะเป็นการขอให้พวกเขาทายคำถามเล่น หรือถามตอบเรื่องทั่วไป นั่นจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวขณะขับรถได้มาก หรือคุณอาจจะขอให้พวกเขาขับแทนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อที่คุณจะได้งีบหลับสักหน่อย

ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณจะขับรถเดินทางไกล ลองพิจารณานำคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้ อาจจะช่วยให้คุณต่อสู้กับอาการเหนื่อยล้าจากการขับขี่ได้

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?

    [sourceurl thesource]