คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

ไม่ใช่ช่าง ก็รู้ได้ว่า รถสตาร์ทไม่ติด เพราะอะไร?

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
รถสตาร์ทไม่ติด เป็นปัญหาที่เราอาจพบเจอได้ การแก้ปัญหาอาการ รถสตาร์ทไม่ติด จำเป็นต้องแก้ตามสาเหตุ และเราจะหาสาเหตุเบื้องต้นนี้ได้อย่างไร

เชื่อว่าคนมีรถยนต์หรือคนที่ขับรถยนต์เป็นประจำต้องเคยพบกับประสบการณ์ที่ว่า อยู่ดี ๆ รถก็สตาร์ทไม่ติด บางคันอาจมีอาการมาก่อนล่วงหน้าแล้ว เช่น สตาร์ทนานมากกว่าเครื่องจะติด หรือระบบไฟฟ้าภายในรถกำลังไม่แรงเหมือนเดิม เรื่องเหล่านี้เป็นปกติของการใช้รถยนต์ที่เมื่อนานวันเข้าอาการ รถสตาร์ทไม่ติด ก็มักเกิดขึ้นให้ต้องแก้ไขปัญหากันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งสาเหตุของเรื่องเหล่านี้จริงแล้วก็มีด้วยกันหลายประเด็นที่ถึงแม้เราไม่ใช่ช่างก็สามารถรู้ได้ว่ามันเกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าที่รถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากปัญหาเรื่องของแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ทว่าในความเป็นจริงมันยังมีเรื่องอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ลองมาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติดนั้นมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง

  • แบตเตอรี่มีปัญหา เรื่องแรกคือปัญหาจากตัวแบตเตอรี่ อาการของรถที่สตาร์ทไม่ติดโดยมีประเด็นหลักอยู่ที่แบตเตอรี่สามารถเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น แบตเตอรี่กำลังจะหมด, แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ซึ่งอาการของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก็มาจากเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ตัวแบตเองจะเก็บประจุไฟฟ้าเอาไว้ไม่ได้นานเหมือนการใช้งานหม้อแบตช่วงแรก เกิดการรั่วของตัวแบตจนทำให้ไฟหมดเร็ว
  • ตัวมอเตอร์สตาร์ทเสื่อมสภาพ สาเหตุต่อมาไม่ได้เกิดตรงแบตเตอรี่ แต่เป็นตัวมอเตอร์สตาร์ทที่เกิดการเสื่อมสภาพ หากลองเปลี่ยนแบตดูแล้วก็ยังคงสตาร์ทไม่ติดเหมือนเดิม ให้ลองสังเกตยังมอเตอร์สตาร์ท บอกได้เลยว่าถ้าเกิดจากอุปกรณ์ดังกล่าว มีแววเสียเงินเยอะ เพราะมันจะสตาร์ทไม่ติดเลยจนต้องให้รถลากพาไปอู่ซ่อม
  • ปัญหาที่เกิดจากตัวไดชาร์จ อีกประเด็นที่ทำให้รถสตาร์ทแล้วไม่ติดคือไดชาร์จมีปัญหา หรือไดชาร์จเสื่อมสภาพลง จริงแล้วปัญหาจากไดชาร์จจะคล้ายกับแบตเสื่อม ความต่างมันอยู่ที่หากเป็นตรงไดชาร์จ พอเวลารถรอบต่ำแล้วอยู่ดี ๆ รถจะดับเอง ไม่อย่างนั้นก็หากขับไปอยู่ดี ๆ รถก็ดับไปเฉย ๆ หากรถคุณเกิดอาการแบบนี้ ฟันธงได้เลยว่าไดชาร์จมีปัญหาชัวร์
  • ระบบไฟของตัวรถมีปัญหา อาการแบบนี้มักเกิดขึ้นเพราะมีหนูหรือสัตว์เข้าไปกัดสายไฟในเครื่องยนต์มากกว่า เพราะปกติระบบไฟของรถจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ทำให้สตาร์ทไม่ติด

วิธีแก้ปัญหาเมื่อรถสตาร์ทไม่ติด

การแก้ปัญหาอาการรถสตาร์ทไม่ติดสามารถทำได้ตามสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยพื้นฐานแล้วหากไม่มีร้านอยู่ใกล้ ๆ ก็ลองแก้ปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้

  • หากแบตเสื่อมหรือแบตหมด ให้ลองมองหารถอีกคันเพื่อมาช่วยจั๊มแบตให้ แต่การจั๊มแบตต้องจั๊มให้ถูกหลัก นั่นคือให้ต่อสายขั้วบวกกับรถที่แบตหมด แล้วอีกฝั่งก็ต่อขั้วบวกของรถที่เข้ามาช่วย เอาแบตขั้วลบต่อกับรถที่มาช่วยส่วนอีกฝั่งขั้วลบให้หนีบไว้กับเหล็กหรือตัวทำสี จากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์รถที่มาช่วยทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วสตาร์ทคันที่แบตหมดพร้อมเหยียบคันเร่งเล็กน้อย เมื่อรถติดแล้วให้รีบนำเข้าอู่
  • กรณีไดชาร์จเสื่อมก็ทำการจั๊มแบตเหมือนกันแต่วิธีเช็คว่าเกิดจากไดชาร์จเสื่อมคือเมื่อชาร์จแบตเข้าไปพักหนึ่งให้ถอดขั้วแบตสักข้างออกมา หากรถดับ, รถกระตุกหรือไฟตก คอนเฟิร์มว่าไดชาร์จเสื่อม
  • วิธีสุดท้ายหากเกิดจากมอเตอร์สตาร์ทหรือระบบไฟฟ้าก็คงต้องใช้บริการรถลากช่วยลากรถไปยังอู่ที่อยู่ใกล้ที่สุด

วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติด

ต้องบอกว่าปัญหารถสตาร์ทไม่ติดนั้นไม่ได้เกิดกันง่าย ๆ แบบที่ว่าอยู่ดี ๆ รถจะสตาร์ทไม่ติดไปเฉย ๆ (นอกจากมีหนูเข้าไปกัดสายไฟ) ดังนั้นการมองหาวิธีป้องกันเบื้องต้นจะช่วยให้เราไม่ต้องเจอกับสถานการณ์รถสตาร์ทไม่ติดซึ่งวิธีป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ คือ เช็คระยะเวลาการใช้งานของบรรดาอุปกรณ์ในรถทั้งหลายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่, ไดชาร์จ หรือมอเตอร์สตาร์ท

โดยการเข้าเช็คระยะตามรอบที่กำหนดทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการดังกล่าวได้ หรืออีกวิธี คือ หากเริ่มพบว่ารถของตนเองสตาร์ทแล้วกว่าจะติดนั้นใช้เวลานานขึ้น และไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ก็ให้รีบเอารถไปยังอู่หรือศูนย์บริการเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดีกว่า

ทำอย่างไรเมื่อรถสตาร์ทไม่ติดแล้วต้องอยู่คนเดียว

หลายคนคงเคยเจอกับประสบการณ์ทำนองว่าอยู่ดี ๆ รถก็สตาร์ทไม่ติดขึ้นมาแล้วตนเองเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว แถมไม่ได้เป็นคนมีความรู้เรื่องการแก้ไขปัญหานี้อีก หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับคุณ ขั้นแรกที่ง่ายที่สุดคือลองขอความช่วยเหลือจากรถที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อน

ลองดูว่าหากจั๊มแบตแล้วรถติดหรือไม่ ถ้าจั๊มแบตก็แล้ว แต่รถยังสตาร์ทไม่ติด คงต้องโทรศัพท์หาบรรดารถลากมาช่วยลากไปยังอู่ซ่อมดีกว่า อย่าพยายามแก้ไขอาการด้วยความไม่รู้เพราะจากแค่รถสตาร์ทไม่ติดมันอาจบานปลายจนเป็นอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมและต้องเสียเงินมากกว่าเก่า

ต้องบอกว่าปัญหารถสตาร์ทไม่ติดเป็นปัญหาพื้นฐานที่ทุกคนสามารถพบเจอได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีสติเอาไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ ตรวจสอบทีละจุดว่าเกิดจากอะไรหรือถ้าเราไม่แน่ใจ ไม่มีความรู้ ก็ลองจั๊มแบตหรือสอบถามคนที่มีความรู้ก่อนเพื่อเป็นการแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้น จากนั้นจึงค่อยนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการต่อไป

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?

    [sourceurl thesource]