BLOGS

ตรวจสภาพรถ เช็กรถด้วยตัวเองใน 5 นาที

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ผู้ใช้รถหลายคนทราบดีว่า ถ้าใช้รถต้องตรวจสอบสภาพรถเป็นระยะ ๆ แต่ถ้าถามว่าตรวจสภาพรถต้องตรวจอะไรบ้าง? แต่ละคนอาจจะมีลิสต์รายการไม่เท่ากัน

แต่การตรวจเช็กสภาพรถนี้เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ระยะสั้นระหว่างบ้านไปที่ทำงาน การเดินทางระยะไกลข้ามจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยว หรือเป็นรถบริษัทที่ใช้ขับขี่เพื่อทำงาน เพราะการตรวจสภาพรถก่อนการสตาร์ท ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยยิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนนแก่ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย

สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริม GPS ติดรถ เพื่อใช้ตำติดตามตำแหน่ง และแจ้งเตือนซ่อมรถเมื่อถึงรอบบำรุง บทความคาร์แทรค (CARTRACK) ตอนนี้ได้รวมวิธีเช็กรถก่อนสตาร์ทด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ภายใน 5 นาที ที่ครบถ้วนแบบฉบับของกูรูรถยนต์แนะนำ มาติดตามพร้อมกันเลย

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • 4 จุดที่ควรตรวจสอบสภาพรถ ตรวจด้วยเองใน 5 นาที
  • GPS ติดรถ CARTRACK ยกระดับความปลอดภัยให้ตัวรถและคนขับ

4 จุดที่ควรตรวจสอบสภาพรถ ตรวจด้วยเองใน 5 นาที

1. ตรวจระดับของเหลว

การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ควรเริ่มจากตรวจสอบระดับของของเหลวต่าง ๆ ในระบบเครื่องยนต์ ให้อยู่ในช่วงเกณฑ์ที่เหมาะสม

ภาชนะบรรจุของเหลวในเครื่องยนต์มักมีขีดต่ำสุด (สังเกตจากคำว่า MIN) และขีดสูงสุด (จะมีคำว่า MAX ปรากฏอยู่) ผู้ขับขี่ควรเช็กให้ระดับของเหลวอยู่ระหว่างสองขีดนี้ ของเหลวที่ต้องเช็กก็เช่น

  • ระดับน้ำมันเครื่อง เป็นข้อยกเว้นการดูขีด MIN-MAX เพราะต้องอาศัยการสังเกตที่ความสูงของน้ำมันเครื่องระหว่างสองจุดบนแกนโลหะแบนยาวที่เสียบอยู่ภายในภาชนะบรรจุ
  • วิธีคือ ชักก้านวัดระดับขึ้นมา เช็ดคราบเดิมให้แห้งก่อน แล้วกดกลับเข้าไปที่เดิม เมื่อชักกลับขึ้นมาดูอีกครั้งจะทำให้สังเกตระดับสีน้ำตาลของน้ำมันเครื่องได้
  • หากน้อยกว่าระดับที่เหมาะสมก็ให้เติมน้ำมันเครื่องเพิ่มเติมแล้ววัดใหม่จนได้ระดับ แต่อย่าให้เกินระดับ MAX
  • น้ำมันพาวเวอร์สำหรับพวงมาลัยรถยนต์แบบผ่อนแรงในการขับขี่ ซึ่งมักเป็นรถกระบะ รถตู้โดยสาร หรือรถบรรทุกขนาดใหญ่
  • น้ำหล่อเย็นในหม้อพักน้ำ ซึ่งอยู่ตำแหน่งด้านหน้าของกระจังรถ ช่วยป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัดเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
  • น้ำในหม้อน้ำรถยนต์ การปล่อยให้น้ำในหม้อน้ำแห้งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของเครื่องยนต์น็อกจากระบบเครื่องยนต์ร้อนจัดที่ต้องระมัดระวังมากๆ
  • น้ำกลั่นในแบตเตอรี่รถยนต์ ต้องเช็กทั้ง 6 ช่องให้มีน้ำกลั่นพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยจะใช้น้ำกลั่นธรรมดาหรือน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ที่มีจำหน่ายเพื่อเครื่องยนต์ ก็ได้เช่นกัน
  • แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่ผลิตรุ่นใหม่ๆ อาจไม่มีช่องให้เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่แล้ว ก็สามารถข้ามจุดนี้ไปได้
  • น้ำมันเบรก สำคัญต่อการควบคุมความเร็วรถอย่างมาก
  • น้ำมันคลัชท์ จำเป็นในการเปลี่ยนเกียร์เพิ่มลดความเร็วในการขับขี่รถยนต์
  • น้ำทำความสะอาดกระจก ต้องมีพร้อมเสมอ เพื่อทำความสะอาดคราบสกปรกบนกระจกหน้าและหลัง เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่

ในการเช็กระดับของเหลวที่กล่าวมา จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเช็กตอนเครื่องยนต์เย็นและยังไม่สตาร์ท เพื่อให้ยังไม่มีการสูบน้ำเข้าตามระบบท่อต่างๆ ทำให้ได้ความเที่ยงตรง

รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการถูกไอน้ำหรือน้ำมันพุ่งจากภาชนะบรรจุลวกเข้าร่างกาย เช่น ใบหน้า มือและแขน ของเราด้วย

2. ตรวจความสมบูรณ์สายพานและอุปกรณ์สำคัญ

ตรวจเช็กสภาพรถ ถัดมาคือความสมบูรณ์ของสายพาน ตัวท่อที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ ข้อต่อต่างๆ รวมถึงการปิดสนิทของฝาภาชนะที่ใส่ของเหลวต่างๆ ในเครื่องยนต์ อาทิ

  • หม้อน้ำรถยนต์ หลังการเติมน้ำ ต้องปิดฝาให้สนิท เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหม้อน้ำระเบิดจากไอน้ำที่ระเหยเมื่อเจอกับความร้อนจัด
  • พร้อมทั้งตรวจดูความสมบูรณ์ของสายเชื่อมต่อ ต้องไม่มีรอยแตกลายที่ทำให้น้ำรั่วซึมได้
  • สายเบรก สายต้องไม่ขาดชำรุด ซึ่งอาจจะขาดได้บ่อยจากการเจอสัตว์กัดแทะ เช่น หนู กระรอก กระแต
  • วิธีทดสอบแบบง่ายๆ ให้ลองสตาร์ทเครื่องแล้วเคลื่อนที่ไประยะทางสั้นๆ ประมาณ 5 – 10 เมตร แล้วลองเหยียบเบรกดู 1-2 ครั้ง ก่อนเดินทาง
  • สายพานเครื่องยนต์ ก็เป็นอีกจุดของการตรวจสภาพรถยนต์ที่ต้องรู้เทคนิค คือ เมื่อเราใช้มือกดสายพาน หากสายพานปกติจะมีความหย่อนเล็กน้อยตามนิ้ว 5 ถึง 10 มิลลิเมตรเท่านั้น
  • นอกจากนี้ สำรวจดูว่าส่วนแกนหมุนสายพานมีการร้าวแตกหรือไม่ หากมีอาการชำรุดส่วนใด ต้องรีบนำไปให้ช่างที่อู่ตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนโดยด่วน

ตรวจสอบสภาพรถ ชิ้นส่วนยางรถ

3. ตรวจชิ้นส่วนรถที่เป็นยาง

การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ประเด็นที่ 3 คือ เรื่องของชิ้นส่วนที่มียางเป็นองค์ประกอบ ได้แก่

  • ยางล้อรถยนต์ นอกจากเช็กว่ายางรั่ว ยางแบนหรือไม่แล้ว ควรวัดความดันลมยาง ด้วยเครื่องมือวัดเกจส่วนตัวเพื่อให้ได้ค่าที่เที่ยงตรง
    หากลมยางไม่พอ ต้องเติมให้ได้ระดับตามคำแนะนำในคู่มือรถยนต์ อีกทั้งยังต้องตรวจดูว่าเริ่มมีรอยแตกลายที่แก้มยางหรือยางเริ่มโล้นหรือไม่ เพื่อที่หากพบอาการตามนี้ จะได้รีบนำรถไปเข้าอู่เปลี่ยนยางชุดใหม่
  • ยางใบปัดน้ำฝน หากยางเสื่อมสภาพจะทำให้วิสัยทัศน์ในการขับขี่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน มีลมมรสุม หรือการขับขี่เวลาฝนตกยามวิกาล เพราะการฝืนใช้ยางที่ปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพ นอกจากจะไม่ช่วยให้กระจกรถยนต์สะอาด ยังสร้างความเสียหายให้กับกระจกรถยนต์อีกด้วย

4. ตรวจระบบไฟส่องสว่าง

การตรวจสภาพรถยนต์ประเด็นที่ 4 คือ เรื่องไฟส่องสว่าง ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟเบรก ล้วนเป็นจุดสำคัญทั้งสิ้น

เนื่องจากเราต้องใช้พื้นที่ถนนสาธารณะร่วมกับรถยนต์และผู้คนที่สัญจร การขับรถทั้งที่ไฟดับหรือไฟแตก แม้เพียงดวงใดดวงเดียว จะส่งผลให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนนได้

โดยเฉพาะไฟเบรกและไฟเลี้ยว หากไฟไม่ติดเวลาขับขี่ รถคันอื่น ๆ จะไม่ทราบเลยว่าเราตัดสินใจจะทำอะไร ก็เสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุได้

ตรวจสอบสภาพรถ ระบบไฟส่องสว่าง

นอกจากการตรวจสอบสภาพรถ 4 เรื่องสำคัญนี้ ความสม่ำเสมอของการตรวจสอบก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องทำให้เป็นประจำ โดยใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 5 นาที อย่างที่คาร์แทรค (CARTRACK) เล่าให้ฟัง

นอกจากตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานอย่างที่สุด การดูแลตัวผู้ขับขี่ยานพาหนะก็สำคัญ ไม่ขับขี่ขณะมึนเมา ไม่ขับรถพร้อมกับการใช้โทรศัพท์ ไม่มีอาการอ่อนเพลียหรืออดนอนซึ่งเสี่ยงต่ออาการหลับใน ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยในทุกครั้งที่ขับรถออกไปบนท้องถนน

GPS ติดรถ CARTRACK ยกระดับความปลอดภัยให้ตัวรถและคนขับ

หากคุณมีธุรกิจที่มีการใช้งานรถใช้งานเป็นจำนวนมาก CARTRACK มีระบบ GPS ติดรถและระบบจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management ที่ช่วยดูแลและจัดการการใช้งานรถให้แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น:

  • ติดตามพิกัด GPS รถ
  • ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลผู้ขับขี่รถ
  • ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการใช้งานรถ
  • แจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงพฤติกรรมขับขี่อันตรายแจ้งเตือนพฤติกรรมขับขี่เข้าระบบทันทีผ่าน CARTRACK App และบันทึกข้อมูลเข้าระบบ Cloud เก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 5 ปี

ประโยชน์ของระบบ Fleet Management ของ CARTRACK ที่ผู้ใช้งานจะได้รับ

  • รู้พิกัดรถอย่างแม่นยำ
  • ควบคุมอัตโนมัติได้ว่า ผู้ขับขี่ใช้งานรถคันไหนได้
  • ควบคุมการใช้งานรถให้อัตโนมัติ ให้ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด
  • ควบคุมผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์
  • ผู้จัดการยานพาหนะที่ดูระบบหลังบ้าน ทราบข้อมูลทันที
  • มีข้อมูลชัดเจนที่ใช้พัฒนาการขับขี่ให้ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรถได้ เท่ากับลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มผลกำไร
  • แจ้งเตือนรถหายหรือมีความผิดปกติตลอด 24 ชม. ทุกวัน

CARTRACK มีโปรโมชันสำหรับลูกค้าธุรกิจ ติดต่อรับโปรโมชันตอนนี้ได้ที่ 02-136-2920 , 02-136-2921 ได้ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น. หรือกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มด้านบน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้เรายังมีบริการติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน เพื่อใช้งานร่วมกับกล่อง GPS ติดตามรถ หรือกล้อง AI ซึ่งเป็นกล้อง GPS ติดรถแบบ CCTV ใช้งานกับรถยนต์หรือรถบรรทุกได้ ราคาคุ้มค่า พร้อมยกระดับการทำงานให้ธุรกิจมีรถของคุณด้วยข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์

สำหรับลูกค้าใหม่ CARTRACK! ติดตั้งวันนี้ ฟรีค่าติดตั้งและค่าอุปกรณ์กล่อง GPS จ่ายเพียงค่าบริการ พร้อมโปรโมชันพิเศษ รับเลยทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ รถตู้ รถกระบะ GPS ติดรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ติดตาม CARTRACK (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

LINE: https://page.line.me/udi4517q?openQrModal=true หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

ตรวจสภาพรถด้วยตัวเองใน 5 นาที

วิธีเช็กรถ ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ รถบรรทุก ด้วยตัวเองใน 5 นาที ต้องตรวจเรื่องอะไรบ้าง แล้วต้องไปตรวจที่ศูนย์อีกไหม และแนะนำ GPS ติดรถ อุปกรณ์ช่วยแจ้งเตือนซ่อมรถ