ผู้ใช้รถหลายคนทราบดีว่า ถ้าใช้รถต้องตรวจสอบสภาพรถเป็นระยะ ๆ แต่ถ้าถามว่าตรวจสภาพรถต้องตรวจอะไรบ้าง? แต่ละคนอาจจะมีลิสต์รายการไม่เท่ากัน
แต่การตรวจเช็กสภาพรถนี้เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ระยะสั้นระหว่างบ้านไปที่ทำงาน การเดินทางระยะไกลข้ามจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยว หรือเป็นรถบริษัทที่ใช้ขับขี่เพื่อทำงาน เพราะการตรวจสภาพรถก่อนการสตาร์ท ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยยิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนนแก่ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันด้วย
สำหรับใครที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์เสริม GPS ติดรถ เพื่อใช้ตำติดตามตำแหน่ง และแจ้งเตือนซ่อมรถเมื่อถึงรอบบำรุง บทความคาร์แทรค (CARTRACK) ตอนนี้ได้รวมวิธีเช็กรถก่อนสตาร์ทด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ภายใน 5 นาที ที่ครบถ้วนแบบฉบับของกูรูรถยนต์แนะนำ มาติดตามพร้อมกันเลย
การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ควรเริ่มจากตรวจสอบระดับของของเหลวต่าง ๆ ในระบบเครื่องยนต์ ให้อยู่ในช่วงเกณฑ์ที่เหมาะสม
ภาชนะบรรจุของเหลวในเครื่องยนต์มักมีขีดต่ำสุด (สังเกตจากคำว่า MIN) และขีดสูงสุด (จะมีคำว่า MAX ปรากฏอยู่) ผู้ขับขี่ควรเช็กให้ระดับของเหลวอยู่ระหว่างสองขีดนี้ ของเหลวที่ต้องเช็กก็เช่น
ในการเช็กระดับของเหลวที่กล่าวมา จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเช็กตอนเครื่องยนต์เย็นและยังไม่สตาร์ท เพื่อให้ยังไม่มีการสูบน้ำเข้าตามระบบท่อต่างๆ ทำให้ได้ความเที่ยงตรง
รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการถูกไอน้ำหรือน้ำมันพุ่งจากภาชนะบรรจุลวกเข้าร่างกาย เช่น ใบหน้า มือและแขน ของเราด้วย
ตรวจเช็กสภาพรถ ถัดมาคือความสมบูรณ์ของสายพาน ตัวท่อที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ ข้อต่อต่างๆ รวมถึงการปิดสนิทของฝาภาชนะที่ใส่ของเหลวต่างๆ ในเครื่องยนต์ อาทิ
การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ ประเด็นที่ 3 คือ เรื่องของชิ้นส่วนที่มียางเป็นองค์ประกอบ ได้แก่
การตรวจสภาพรถยนต์ประเด็นที่ 4 คือ เรื่องไฟส่องสว่าง ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟเบรก ล้วนเป็นจุดสำคัญทั้งสิ้น
เนื่องจากเราต้องใช้พื้นที่ถนนสาธารณะร่วมกับรถยนต์และผู้คนที่สัญจร การขับรถทั้งที่ไฟดับหรือไฟแตก แม้เพียงดวงใดดวงเดียว จะส่งผลให้เกิดอุบัติภัยบนท้องถนนได้
โดยเฉพาะไฟเบรกและไฟเลี้ยว หากไฟไม่ติดเวลาขับขี่ รถคันอื่น ๆ จะไม่ทราบเลยว่าเราตัดสินใจจะทำอะไร ก็เสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุได้
นอกจากการตรวจสอบสภาพรถ 4 เรื่องสำคัญนี้ ความสม่ำเสมอของการตรวจสอบก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องทำให้เป็นประจำ โดยใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 5 นาที อย่างที่คาร์แทรค (CARTRACK) เล่าให้ฟัง
นอกจากตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานอย่างที่สุด การดูแลตัวผู้ขับขี่ยานพาหนะก็สำคัญ ไม่ขับขี่ขณะมึนเมา ไม่ขับรถพร้อมกับการใช้โทรศัพท์ ไม่มีอาการอ่อนเพลียหรืออดนอนซึ่งเสี่ยงต่ออาการหลับใน ฯลฯ เพื่อความปลอดภัยในทุกครั้งที่ขับรถออกไปบนท้องถนน
หากคุณมีธุรกิจที่มีการใช้งานรถใช้งานเป็นจำนวนมาก CARTRACK มีระบบ GPS ติดรถและระบบจัดการยานพาหนะ หรือ Fleet Management ที่ช่วยดูแลและจัดการการใช้งานรถให้แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น:
CARTRACK มีโปรโมชันสำหรับลูกค้าธุรกิจ ติดต่อรับโปรโมชันตอนนี้ได้ที่ 02-136-2920 , 02-136-2921 ได้ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น. หรือกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มด้านบน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้เรายังมีบริการติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน เพื่อใช้งานร่วมกับกล่อง GPS ติดตามรถ หรือกล้อง AI ซึ่งเป็นกล้อง GPS ติดรถแบบ CCTV ใช้งานกับรถยนต์หรือรถบรรทุกได้ ราคาคุ้มค่า พร้อมยกระดับการทำงานให้ธุรกิจมีรถของคุณด้วยข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์
สำหรับลูกค้าใหม่ CARTRACK! ติดตั้งวันนี้ ฟรีค่าติดตั้งและค่าอุปกรณ์กล่อง GPS จ่ายเพียงค่าบริการ พร้อมโปรโมชันพิเศษ รับเลยทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ รถตู้ รถกระบะ GPS ติดรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
ติดตาม CARTRACK (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
LINE: https://page.line.me/udi4517q?openQrModal=true หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที
วิธีเช็กรถ ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ รถบรรทุก ด้วยตัวเองใน 5 นาที ต้องตรวจเรื่องอะไรบ้าง แล้วต้องไปตรวจที่ศูนย์อีกไหม และแนะนำ GPS ติดรถ อุปกรณ์ช่วยแจ้งเตือนซ่อมรถ