GPS แผนที่นำทาง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเดินทาง

GPS แผนที่นำทาง นอกจากผู้ที่ใช้ระบบ GPS จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณ GPS หน่วยประมวลผลแล้ว ยังต้องมีโปรแกรมระบบแผนที่นำทางร่วมด้วย นอกจากนี้ GPS ยังมีอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมในการนำทาง ประกอบด้วย ตัวรับสัญญาณดาวเทียม (GPS Receiver Module) หน่วยประมวลผล (CPU) โปรแกรมการนำทาง (Application Software) และข้อมูลแผนที่นำทาง (Map Data) ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ GPS มีฟังก์ชั่นครบทุกอย่างในตัวเอง มีความสะดวกในการใช้งานและมีความเสถียรสูง ได้แก่ PND (Personal / Portable Navigation Device) หรือแบบที่ใช้ GPS receiver ร่วมกับ PDA (Personal Digital Assistant) / Pocket PC / โน้ตบุ๊ก / Smart phone เป็นต้น หรือในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมี GPS ในตัวมาพร้อมสรรพ

 

ระบบ GPS แผนที่นำทาง ในปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่แผนที่ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปกับระบบ GPS มาจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ คือแผนที่จากบริษัทนาฟเทค (Nav Teq) และจากบริษัทเทเลเอตลาต (Tele Atlas) และนอกจากสองบริษัทนี้ก็ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกแต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าใดนัก เนื่องจากข้อมูลของแต่ละประเทศมีขนาดข้อมูลที่มากมายมหาศาลและใช้เนื้อที่ในการเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งในการทำระบบแผนที่ขึ้นมายังต้องใช้ต้นทุนในการทำค่อนข้างสูง ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมากมายมหาศาลทุกอย่างไปไว้ในระบบซอฟต์แวร์ (Software) ได้ จึงมีการนำข้อมูลแผนที่มาจัดเรียงใหม่เพื่อความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในเรื่องขนาดของแผนที่ที่ต้องนำไปใช้ตลอดจนความเร็วในการอ่านและประมวลผลข้อมูล GPS แผนที่นำทาง ถูกจัดทำขึ้นให้มนุษย์มีการเดินทางที่สะดวกสบายและปลอดภัย ปัจจุบันมีการนำ GPS แผนที่นำทาง ไปใช้ในรูปแบบของแอพลิเคชั่น (Application) อาทิเช่น แอพลิเคชั่น Google map เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนบนโลกใบนี้ คุณก็จะสามารถวางใจในระบบ GPS แผนที่นำทาง ได้ เนื่องจาก GPS แผนที่นำทาง เป็นแบบเรียลไทม์ Real-Time สามารถดูข้อมูลการจราจร ขนส่งสาธารณะ และรายละเอียดสถานที่หลายล้านแห่งบนโลกใบนี้ ระบบ GPS แผนที่นำทาง มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 
  • สามารถช่วยคุณให้ไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้นด้วยข้อมูลอัพเดตแบบเรียลไทม์
  • สามารถเอาชนะการจราจรที่ติดขัดได้ด้วยการนำทาง การบอกเวลาถึงที่หมายโดยประมาณ และสภาพการจราจรที่เป็นแบบเรียลไทม์ (Real-Time)
  • ช่วยให้คุณไม่พลาดรถประจำทาง รถไฟ หรือคาร์พูลด้วยข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะที่อัพเดตตลอด
  • ช่วยประหยัดเวลาในการหาเส้นทางใหม่ด้วยระบบอัตโนมัติตามสภาพการจราจร การปิดถนน และอุบัติเหตุที่ทำให้หารจราจรติดขัดในขณะนั้น
  • ช่วยนำทางโดยมีคำแนะนำช่องทาง เพื่อให้คุณไม่พลาดทางออกหรือทางเลี้ยว
  • สามารถค้นหาจุดแวะพักระหว่างเส้นทาง เช่น ปั้มน้ำมัน ร้านกาแฟ เป็นต้น
   

นอกจากนี้ GPS แผนที่นำทางยังมีการสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ เหมือนเป็นคนในพื้นที่นั้น ๆ เช่น ค้นหาร้านอาหารและร้านค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจของคุณ และยังมีการบันทึกสถานที่ที่คุณต้องการหรือไปบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้คุณสามารถค้นหาสถานที่นั้น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ปัจจุบันเมื่อคุณต้องการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักมาก่อน GPS แผนที่นำทาง ถือเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณเดินทางถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แต่หากคุณยังกังวลว่าจะใช้ GPS แผนที่นำทางไม่เป็น คุณไม่ต้องกังวล เพราะ ในการใช้ GPS นำทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางและระยะทางให้เสร็จตั้งแต่แรก และตัวโปรแกรมจะแสดงผลภาพและเสียงตามตำแหน่งจริงที่อยู่ ณ จุดนั้น ๆ หากผู้ใช้เกิดออกจากเส้นทางที่กำหนดไว้ จะทำการเตือนให้ทราบและพยายามคำนวณให้ผู้ใช้กลับเข้าไปใช้เส้นทางเดิมที่คำนวณไว้ตั้งแต่แรก แต่หากผู้ใช้เกิดออกจากเส้นทางที่คำนวณไว้เกินกว่ากำหนดโปรแกรมจะทำการคำนวณระยะทางให้ใหม่ตามอัตโนมัติ

 

นอกจากนี้ในการคำนวณระยะทางของโปรแกรมยังสามารถที่จะคำนวณจุดแวะพักต่าง ๆ ในการเดินทางได้หลายจุด ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะกำหนดเส้นทางให้สอดคล้องกับการเดินทางมากที่สุด หรืออาจทำการหลอกเครื่องเพื่อให้นำทางไปยังเส้นทางที่ต้องการเดินทางแทนการคำนวณของเครื่องมือได้ บางโปรแกรมอาจมีการคำนวณให้ระยะทางและเวลาเพิ่มขึ้น หรือ ลดลง โดยใช้เส้นทางที่หลีกเลี่ยงแบบต่าง ๆ เช่น เส้นทางเลี่ยงเมือง เลี่ยงทางด่วน หรือเลี่ยงทางกลับรถ เป็นต้น

 

แต่ในการใช้ GPS แผนที่นำทาง ในบางครั้งก็อาจจะมีข้อผิดพลาดที่ทำให้คุณอาจหลงทางไปเพราะการนำทางของ GPS ได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้แท้จริงแล้วเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ เกิดจากตัวบุคคล หรือ เกิดจากระบบนำทาง ทั้งนี้จึงมีการค้นหาข้อมูลว่าปัจจัยที่ทำให้ระบบเกิดข้อผิดพลาดมีทั้งหมด 4 ปัจจัย ดังต่อไปนี้

 
  1. ปัจจัยด้านสภาพอากาศ เนื่องจากระบบรับ-ส่งสัญญาณข้อมูลจะรับ-ส่งผ่านสัญญาณวิทยุ ดังนั้น หากวันไหนที่สภาพอากาศไม่ค่อยดี ฟ้าปิด อยู่ในที่อับสัญญาณ เช่น บริเวณที่มีตึกสูง ใต้ทางด่วน ใต้รางสถานีรถไฟฟ้า อาจจะทำให้สัญญาณส่งพิกัดหรือตำแหน่งคลาดเคลื่อน หรือผิดเส้นทางก็เป็นได้
  2. ปัจจัยด้านซอฟต์แวร์ (Software) ผู้ใช้งานจะต้องตั้งค่าระบบ โดยระบุตำแหน่งที่ต้องการจะเดินทางไปถึงให้ชัดเจน เนื่องด้วยระบบจะได้คำนวณหาเส้นทางที่ถูกต้อง
  3. ปัจจัยด้านแผนที่ แผนที่ของระบบควรมีการอัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด เพื่อให้ GPS แผนที่นำทางประมวลผลออกมาได้ตรงตามกับจุดมุ่งหมายที่ผู้ใช้ต้องการจะไปถึงได้อย่างแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดในการนำทาง
  4. ปัจจัยด้านผู้ใช้ คุณควรจะมีวิจารณญาณในการพิจารณาเส้นทางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าว่าสามารถเดินทางต่อไปได้หรือไม่ ไม่ควรเชื่อระบบ GPS แผนที่นำทาง เพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค