GPS ติดรถบรรทุก จำเป็นไหม?

gps ติดรถบรรทุก เรื่องบังคับจากขนส่ง

เราค่อยๆ เริ่มเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของ gps มากขึ้นเรื่อยๆ ดังประโยชน์ที่หลาคนพอจะรู้กันแล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ความสำคัญของการนำ gps ติดรถ กลายเป็นเรื่องที่ไม่ใช่แค่ความพึงพอใจของตัวบุคคลหรือองค์กรอีกต่อไป แต่มันยังมีการเริ่มต้นนำเอากฎหมายเข้ามาบังคับใช้แล้วด้วย สมัยก่อนเราอาจคิดว่าแค่นำเอา gps ติดรถยนต์ หรือไม่ติดมันเป็นสิทธิ์ของบุคคลๆ นั้น แต่ตอนนี้หากไม่ได้เป็นรถส่วนบุคคล gps กลายเป็นสิ่งที่กฎหมายเริ่มมองเห็นแล้วว่าต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้อีกหลายเท่า

เพราะเหตุนี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กรมการขนส่งทางบกเกิดไอเดีย “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ gps” ขึ้น มีการกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะ รถลากจูง และรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปต้องทำการติดตั้งระบบ gps เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมขึ้นมา พูดง่ายๆ ก็คือ กรมการขนส่งมีกฎหมายระบุให้ต้องมี gps ติดรถบรรทุก และรถสาธารณะนั่นเอง เชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยในเรื่องติดตามพฤติกรรมการขับรถได้อีกทั้งยังส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงได้ด้วยเช่นกัน มีสถิติอุบัติเหตุจากรถโดยสารและรถบรรทุกระบุว่า ปัญหาของอุบัติเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเรื่องการขับขี่ของพนักงานรวมถึงเรื่องของระบบบริหารจัดการองค์กร อาทิ มีการใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ให้พนักงานขับรถเกินเวลามาตรฐานความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย จนนำมาซึ่งความเสียหายต่างๆ

 

เมื่อเป็นเช่นนี้กรมการขนส่งทางบกมองว่ามันคือการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้กับระบบการขนส่งสาธารณะเพื่อความยั่งยืนจึงได้มีการจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมา เป็นการติดตามพร้อมควบคุมพฤติกรรมทั้งเรื่องการบริหารงานกับบรรดาองค์กรต่างๆ รวมถึงควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถทุกคนด้วยการใช้ gps เป็นตัวกลาง มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้ากับศูนย์บริหารจัดการการเดินรถด้วยระบบ gps ของทางกรมการขนส่งทางบกแบบเรียลไทม์กันเลยทีเดียว มีการบอกรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ชัดเจน เช่น ระดับความเร็ว, ข้อมูลการใช้ความเร็ว, ชั่วโมงในการขับขี่ และตำแหน่งพิกัดของตัวรถตอนนี้ด้วย เชื่อว่าจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้องค์กรต่างๆ สามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่เอาไว้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุกันต่อไป อีกทั้งยังเชื่อกันว่าจะใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารด้านการขนส่งทางบกเพื่อให้เกิดเป็นประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

ในส่วนกรมการขนส่งทางบกมีการกำหนดให้รถโดยสารทุกประเภทและรถตู้ เว้นแค่รถสองแถว, รถหมวด 4 และรถหมวด 1 ภูมิภาค, รถลากจูง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ที่มีการจดทะเบียนใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นไป ต้องมีการติดตั้ง gps ที่คุณลักษณะพร้อมระบบการทำงานต่างๆ เป็นไปตามการประกาศของกรมฯ ทุกคัน พูดง่ายๆ ว่าทุกคันต้องมี gps ติดรถ กันหมดในบรรดากลุ่มรถเหล่านี้รวมถึง gps ติดรถบรรทุก ด้วย ส่วนรถที่มีการจดทะเบียนไว้ก่อนวันที่กำหนดต้องมีการดำเนินการติดตั้ง ทำการเชื่อมโยงข้อมูล หรือมีการแก้ไขเกี่ยวกับเครื่องบันทึกข้อมูลตามระยะเวลาอันเหมาะสมที่กำหนดจึงจะสามารถต่ออายุทะเบียนรถได้ ซึ่งรถโดยสารเหล่านี้ทางกรมฯ จะมีการยืดกำหนดระยะเวลาเพื่อดำเนินการของรถแต่ละปะเภทให้เกิดความเหมาะสมเพื่อองค์กรเองจะได้มีเวลาในการดำเนินงานส่วนนี้ด้วย โดยตอนนั้นมีการประกาศรายละเอียดออกมาดังนี้

  • รถโดยสารสาธารณะ รถลากจูง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ที่มีการติดตั้ง gps ไว้เรียบร้อยแล้วต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกไม่เกินสิ้นปี 2559
  • รถโดยสารสาธารณะที่ยังไม่มีการติดตั้ง gps หากเป็นรถโดยสาร 2 ชั้น มีกำหนดติดตั้งไม่เกินรอบปีภาษี 2559
  • รถโดยสารประเภทอื่นๆ ต้องมีการดำเนินเรื่องการติดตั้งให้เสร็จเรียบร้อยภายในรอบปีภาษี 2560
  • รถลากจูงมีกำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2560
  • รถบรรทุกสาธารณะมีกำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2561
  • รถบรรทุกส่วนบุคคลมีระยะเวลาสำหรับดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยภายในรอบปีภาษี 2562

การติดตั้งลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนมากขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างแน่จากมุมมองของกรมฯ

 

จากประกาศตรงนี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการติดตั้ง gps กับรถประเภทต่างๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องการติดตามรถขององค์กรอีกต่อไปแต่มันยังรวมถึงเรื่องความปลอดภัยด้านอื่นอีกด้วย หากองค์กรเองมีการกระทำผิดกฎหมายในเรื่องต่างๆ ก็หมายถึงมีสิทธิ์ต้องเสียค่าปรับหรือปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ ดังนั้นทุกองค์กรจึงเริ่มศึกษาเรียนรู้การติดตั้ง gps ให้กับรถอย่างจริงจัง จะเป็น gps ติดรถยนต์ ทั่วไป, gps ติดรถบรรทุก, gps ติดรถ โดยสารและอื่นๆ จุดเริ่มต้นจึงต้องมาจากคนที่ใช้งานจริงก่อนแล้วทุกอย่างจะทำให้เกิดความปลอดภัยได้ด้วยตนเอง

ต้องบอกว่านี่คือเรื่องดีอีกเรื่องสำหรับคนไทยทุกคนเพราะบ้านเราเองปริมาณการใช้รถมีค่อนข้างเยอะมาก เมื่อรถเยอะโอกาสเสี่ยงต่ออุบัติเหตุย่อมเยอะตามไปด้วย วิธีลดอุบัติเหตุง่ายๆ ที่เริ่มได้ด้วยความร่วมมือของทุกองค์กรอย่างเช่นซื้อ gps ติดรถยนต์ มาใช้งานนี้ จะช่วยทำให้ถนนหนทางในบ้านเราน่าใช้งานมากกว่าเคยและยังทำให้การขับขี่เป็นเรื่องง่ายด้วย

 

และด้วยตั้งเเต่วันที่ 4 ธันวาคม 2558 กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถบรรทุกหรือ รถสิบล้อ และรถโดยสารสาธารณะ ที่ได้รับการจดทะเบียนใหม่ ต้องติดตั่งเครื่องบันทึกการเดินทาง ด้วยระบบ GPS โดยผู้ประกอบการสามารถเลือก GPS ได้ด้วยตนเอง โดยทาง Cartrack ก็ได้รวบรวมประเด็นการซื้อ GPS ไว้ให้พิจารณาง่ายๆดังนี้

สำหรับผู้ประกอบการหลายๆท่านที่กำลังมองหา GPS ติดรถบรรทุกอยู่นั้น ทุกทานมาถูกที่แล้วครับเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อ GPS ติดรถบรรทุกที่ได้ประสิทธิภาพสูง มีความแม่นยำก็คือ การบริการหลังการขายเพราะปัจจุบันในประเทศไทยนั้นมี บริษัท GPS หลากหลายบริษัทมากมายทั้งเล็กและใหญ่ กว่า 200 บริษัท ลูกค้าหลายๆท่านที่เลือกใช้บริการกับบริษัทที่ขายอุปกรณ์ขาด และไม่มีบริการหลังการขายที่ดี อาจจะเจอปัญหาเดียวกันคือ คุณภาพของ GPS นั้นไม่ได้มาตราฐาน

ปัญหาที่เจอประจำคือ

  • ระยะทางขาดๆ หายๆ
  • แบ็ตเตอรี่เสื่อมเร็ว
  • วัดความเร็วไม่ตรง
  • วัดนำ้มันไม่ตรง
  • ระบบเป็นภาษาอังกฤษ
  • รูด DLT Card Reader ก็ติดๆหลุดๆ
  • หากต้องการวัดการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ความเร็วในการหมุนของเครื่องโม่ องศาในการใช้ยกรถเครนหรือ หัวลาก ก็ทำได้ยาก เป็นต้น

หากเป็นบริษัทที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ GPS แท้จริงแล้วก็จะไม่มีการพัฒนาสินค้าให้มีความแม่นยำและมีความเสถียรในตัววัด ทำให้หลายครั้งสามารถลดราคาสินค้าให้ถูกมาก และสังเกตบริษัทประเภทที่ไม่รับประกันสินค้า จำพวกหนึ่งคือบริษัทที่นำเข้า GPS ราคาถูกที่ไม่ได้คุณภาพมาจากจีน ทำให้ลูกค้าหลายคนที่หนีมาใช้งาน Cartrack กันหลายเจ้าอยู่ครับ

 

ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะหมดไปถ้าเพื่อนๆเลือกใช้บริการของ Cartrack
เพราะเราใส่ใจในบริการ และให้ความสำคัญกับลูกค้า

บริการ GPS ติดรถบรรทุกของเรานั้นมีราคาเริ่มต้นที่ 550 บาทต่อเดือน โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าอุปกรณ์ GPS อุปกรณ์เราให้ใช้งานฟรี โดยมีบริการหลังการขาย ที่คุณลูกค้าสามารถโทรหาเราได้ 24/7 ไม่ว่ารถคุณลูกค้าจะอยู่ที่ใด เราสามารถไปติดตั่ง ให้บริการซ่อมแซม เปลี่ยน GPS ได้ฟรี ทั่ว 76 จังหวัดในประเทศไทย

ถ้าหากเพื่อนๆเป็นรถรับจ้างทั่วไปต้องการติด GPS ให้กับรถของท่าน เพื่อความอุ่นใจ ทางเรามีบริการ กู้คืนยานพาหนะ โดยจะติดตั่ง GPS เเละศูนย์เฝ้าระวังรถของท่าน 24 ชั่วโมง

เริ่มต้นที่ 299 บาทต่อเดือนเท่านั้น ไม่มีค่าอุปกรณ์ ไม่มีค่าติดตั่ง ไม่มีค่าบริการซ่อมแซมหลังการขาย

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค