GPS ติดตามตัวควบคุมความประพฤตินักโทษ !

การใช้ GPS ติดตามสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ยานพาหนะ คน สัตว์ สิ่งของ ล้วนทำได้ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ที่ผ่านมาเรามักจะใช้ประโยชน์จากการติดตั้ง GPS เพื่อติดตามรถ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำให้รู้ตำแหน่งของรถและโทรศัพท์มือถือและใช้จับกุมคนที่ขโมยมันไป แต่ปัจจุบัน GPS ติดตามถูกนำไปใช้ติดตามตัวบุคคลทำผิดที่เรียกว่า “นักโทษ” ทั้งในและนอกเรือนจำ

 

ในสังคมทุกวันนี้อาชญากรรมและมิจฉาชีพไม่ได้น้อยลงไปจากแต่ก่อนแม้แต่น้อย เนื่องด้วยการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่ต้องแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดทำให้ในทุก ๆ วันตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มักจะมีอาชญากรรมเกิดขึ้นเสมอ ๆ จนเรือนจำที่มีอยู่ในประเทศแทบจะล้นจนไม่มีที่ให้นักโทษอยู่กันแล้วทุกวันนี้ กระทรวงยุติธรรมจึงคิดวิธีการจำคุกแบบใหม่ เพื่อลดความแออัดในเรือนจำลง โดยการนำเทคโนโลยี GPS ติดตามมาทำในรูปแบบของกำไล โดย GPS ติดตามตัวในรูปแบบกำไลนี้ทำหน้าที่โดยสวมใส่ไว้กับข้อมือหรือข้อเท้าของผู้ต้องหา แล้วให้ผู้ต้องหาสามารถกลับไปอยู่ที่บ้านได้ แต่ต้องใส่กำไลคุมประพฤติที่ฝังชิพ GPS ติดตามตัว

 

วิธีการจัดการปล่อยผู้ต้องหากลับบ้านพร้อมกับกำไล GPS ติดตามตัว คือ เมื่ออยู่นอกเรือนจำ ผู้ต้องหาต้องสวมกำไล GPS ติดตามตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้คุมสามารถติดตามพิกัดได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสามารถตรวจสอบไม่ให้ผู้ต้องหาเข้าไปยังสถานที่ต้องห้าม หรือออกไปนอกบ้านในยามวิกาล และหากใครทำกำไล GPS ติดตามตัวเสียหรือหายต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งในปี 2561 นี้ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ทำการ นำเจ้าอุปกรณ์กำไล GPS ติดตามตัวมาใช้กับผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อให้โอกาสผู้ต้องหาได้ออกไปประกอบสัมมาอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ในช่วงที่รอคำตัดสินของผู้พิพากษา

 

ซึ่งการใช้กำไล GPS ติดตามตัวนี้ได้มีศาลนำร่องนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาใช้ 23 ศาลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2561 เป็นต้นมา ประกอบด้วย

  • ศาลอาญา 600 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดมีนบุรี 600 เครื่อง
  • ศาลอาญากรุงเทพใต้ 300 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 (จ.สระบุรี) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 3 ( จ.สุรินทร์) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 (จ.ขอนแก่น) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 ( จ.เชียงใหม่) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 6 ( จ.พิษณุโลก) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 8 ( จ.นครศรีธรรมราช) 50 เครื่อง
  • ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ( จ.สงขลา) 50 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดจันทบุรี 300 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดพัทยา 200 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ 200 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดขอนแก่น 200 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดเชียงใหม่ 300 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดพิษณุโลก 200 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดนครปฐม 300 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 300 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี 300 เครื่อง
  • ศาลจังหวัดสงขลา 300 เครื่อง
 

ซึ่งในการพิจารณานำเอาอุปกรณ์มาใช้นั้นต้องพิจารณาจากผู้ต้องหาด้วย โดยเลือกผู้ต้องหาคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 5 ปี โดยก่อนการอนุญาตจะทำการติดตั้งอุปกรณ์และจะทำการประเมินความเสี่ยงและความสมัครใจของผู้ต้องหา อีกทั้งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ และหากพบว่ามีพฤติกรรมหลบหนี ก่อเหตุประทุษร้าย ออกนอกพื้นที่ ฝ่าฝืนหรือกรทำผิดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ศาลก็จะพิจารณาออกหมายจับต่อไป

 

ในการนำกำไล GPS ติดตามตัวมาใช้สามารถทำให้เกิดความเป็นธรรม สะดวก รวดเร็ว และประหยัดเพื่อลดความเลื่อมล้ำและผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน ทั้งนี้อุปกรณ์ดังกล่าว ได้ติดระบบนำทาง GPS ไว้ มีน้ำหนักเบา เพื่อใช้กำหนดพื้นที่ในการเดินทาง ความเคลื่อนไหวและพื้นที่ต้องห้าม รวมทั้งสอดส่องพฤติกรรมของผู้ใช้ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไข เช่น ออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด ทำลายตัวอุปกรณ์ เครื่องจะแสดงสัญญาณไปที่ศูนย์ควบคุมหรือ Electronic Monitoring Center ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง อุปกรณ์กำไล GPS ติดตามตัวเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมความประพฤติผู้กระทำผิดแทนการจำคุก ประกอบไปด้วยตัวส่งสัญญาณ มีลักษณะคล้ายนาฬิกาตัวอุปกรณ์รับสัญญาณและศูนย์ควบคุมกลางที่ใช้ติดตามตัว เมื่อสวมใส่อุปกรณ์เรียบร้อย สามารถตรวจสอบการเดินทางของผู้สวมใส่ได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของรัฐที่ใช้ในการดูแลผู้ต้องหาในคดีที่ไม่ร้ายแรง และที่สำคัญคือ ลดความแออัดในเรือนจำลง สำหรับกำไล GPS ติดตามตัวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อเมริกายุโรป และออสเตรเลีย มีการนำมาใช้กับนักโทษคดีลหุโทษ คือ พวกที่มีคดีไม่ร้ายแรงหรือนักโทษสถานเบา แต่จะให้สวมใส่ในตอนที่ออกไปทำประโยชน์เพื่อสาธารณะชนเท่านั้น ประสิทธิภาพของอุปกรณ์กำไล GPS ติดตามตัวจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้

  1. ตัวอุปกรณ์รับสัญญาณระบบ GPS เป็นอุปกรณ์ไว้สำหรับรับสัญญาณ เพื่อส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมว่าผู้ต้องหาได้สวมใส่อุปกรณ์GPS ติดตามตัว ไว้ตลอดเวลา
  2. ตัวอุปกรณ์ส่งสัญญาณระบบอาร์เอฟ RF สวมใส่กับข้อมือหรือข้อเท้า คล้ายกับนาฬิกา เพื่อที่จะส่งสัญญาณแจ้งว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน มีประสิทธิภาพในการป้องกันการสั่นสะเทือนและป้องกันน้ำ ป้องกันการทำลายจากผู้กระทำผิด
  3. ศูนย์ควบคุมกลาง หรือระบบอาร์เอฟ RF ผนวกเข้ากับระบบ GPS เพื่อไว้ตรวจสอบและรับรายงานการทำงานของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์รับสัญญาณ และมีการส่งข้อมูลไปยังศูนย์ประมวลข้อมูลทันทีหากระบบแจ้งเตือนอุปกรณ์ถูกทำลาย
 

แต่ถ้าหากเป็นไปได้อยากจะให้เจ้าตัวอุปกรณ์ GPS ติดตามตัวนี้ไม่ต้องถูกนำมาใช้งานเพิ่มมากขึ้น เพราะจะยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรรมไม่ได้ลดลงไปมีแต่จะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในสังคม

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค