BLOGS

ตรวจเช็คสภาพรถ :ทำไมธุรกิจถึงควรดูแลรถด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ตรวจเช็คสภาพรถ เป็นงานที่ต้องนัดหมายและใช้เวลา สำหรับคนใช้รถหรือเจ้าของรถ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อดูแลรถหรือเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

ดังนั้นจะดีแค่ไหน ถ้างานรูทีนที่ต้องทำประจำซ้ำเดิมแบบนี้ สามารถทำได้เองอัตโนมัติและตรวจสอบแบบ “ทุกวัน” ด้วย 

บทความคาร์แทรคตอนนี้จะมาแนะนำ การตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล งานดูแลยานพาหนะแบบรูทีน ที่ถูกยกระดับให้ง่าย สะดวก และกลายเป็นงานที่ไม่น่าเบื่อเหมือนรูปแบบเดิมๆ ที่ผ่านมา

ตรวจเช็คสภาพรถ คืออะไร?

ตรวจเช็คสภาพรถ คือสิ่งจำเป็นที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้เจ้าของรถจำเป็นต้องนำรถเข้าตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และยานพาหนะ เพื่อยืนยันสถานะความปลอดภัยและรับรองความน่าเชื่อถือในการใช้งานบนท้องถนน


ทำไม ตรวจเช็คสภาพรถ ถึงสำคัญและจำเป็น?

การตรวจเช็คสภาพรถอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เจ้าของยานพาหนะทราบถึงจุดชำรุดทรุดโทรมหรือปัญหาของยานพาหนะ 

ซึ่งบางเรื่องเราอาจเห็นได้ชัดเจน แต่บางเรื่องอยู่ข้างในเครื่องยนต์และยังไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เห็น ซึ่งในเวลาที่ปัญหาเกิดขึ้นอาจจะกลายเป็นอันตรายมากสำหรับผู้ใช้รถและผู้ร่วมสัญจรทางรอบข้าง ซึ่งเป็นเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด 

ความสำคัญและจำเป็นของการตรวจเช็คสภาพรถ ยังแบ่งออกได้ดังนี้

  • เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน
  • ลดเหตุยานพาหนะเสียกะทันหัน ขาดโอกาสการใช้งาน
  • รักษาและเพิ่มผลลัพธ์การทำงานของคนขับ คนขับมีรถใช้ทำงานตามเวลาการทำงานของเขา ช่วยให้พวกเขาได้ทำงานอย่างเต็มที่
  • เพิ่มอายุการใช้งานยานพาหนะ การตรวจเช็คสภาพรถช่วยให้พบจุดทรุดโทรมและมีปัญหาของรถได้เร็วขึ้น บางจุดอาจเพิ่งเกิดใหม่ๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ยานพาหนะจะเสื่อมสภาพไปมากกว่านี้ ช่วยให้ยานพาหนะใช้งานได้นานขึ้น เจ้าของรถได้ใช้ประโยชน์หรือทำรายได้จากยานพาหนะ
  • ประหยัดต้นทุนมากขึ้น จากการไม่ต้องซื้อยานพาหนะใหม่ เสียค่าซ่อมแซมหรือค่าอะไหล่ราคาสูง เมื่อเทียบกับค่าตรวจเช็คสภาพรถที่ถูกกว่ามาก


อันตรายแค่ไหน ถ้าไม่ตรวจสภาพรถ?

  • เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่ารถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานมากน้อยแค่ไหน
  • รถเสียกะทันหันบ่อย
  • บำรุงรักษารถไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าควรส่งรถเข้าศูนย์เมื่อไหร่ หรือขาดการนำรถเข้าศูนย์ ทำให้คนขับไม่ค่อยปลอดภัยเมื่อใช้รถ
  • เสี่ยงผิดกฎจราจรและเจอค่าปรับเยอะขึ้น เช่น รถปล่อยควันดำ อะไหล่จำเป็นของรถชำรุดและไม่แสดงผลเมื่อขับขี่ ฯลฯ

ตรวจเช็คสภาพรถ กับ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ต่างกันอย่างไร?

ตรวจเช็คสภาพรถ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
นิยาม รายการที่มีขึ้นเพื่อยืนยันว่าสภาพของรถได้มาตรฐานความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎ รายการที่มีขึ้นเป็นระยะ เพื่อดูแลรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันยานพาหนะชำรุด
จุดประสงค์ สร้างความปลอดภัยของรถ คนขับ และผู้ร่วมท้องถนนทั้งหมด ป้องกันรถเสียกะทันหัน
ความถี่ ทุกวัน หรือ รายสัปดาห์ Mขึ้นอยู่กับการใช้งานยานพาหนะคันนั้นๆ

การตรวจเช็คสภาพรถทุกวันหรือรายสัปดาห์ทำได้อย่างไร? ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า การตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล ที่ช่วยตรวจเช็คสภาพรถได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

การตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล ที่มีประสิทธิภาพหน้าตาเป็นอย่างไร?

การตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล คือ การใช้เทคโนโลยี เช่น ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์รับเครือข่ายสัญญาณ เพื่อตรวจสอบสภาพรถอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

โดยระบบตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล จะมีการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เพื่อติดตามข้อมูลและดูรายงานสภาพเครื่องยนต์

ระบบฯ นี้จะมีรายการตรวจสอบยานพาหนะ ที่ครอบคลุมทุกด้าน และเมื่อข้อมูลสรุปออกมาเป็นรายงานแล้ว สามารถแชร์ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการใช้งานยานพาหนะได้ด้วย



8 เหตุผล ที่ธุรกิจควรใช้วิธีตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล

1. ธุรกิจประหยัดเวลาและใช้ทรัพยากรน้อยลง

เนื่องจากการตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล จะเป็นระบบที่ติดตาม บันทึกและประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลไว้ตัดสินใจการดำเนินงานได้ไวขึ้นและแม่นยำมากขึ้น ลดคนและเวลาการทำงานรวมถึงลดความผิดพลาดจากคนด้วย

2. ข้อมูลมีคุณภาพและแม่นยำมากขึ้น

เนื่องจากระบบนี้เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานอัตโนมัติ ดังนั้นข้อมูลที่ได้จึงเป็นมาตรฐาน มีความแม่นยำสูง และออกมาเป็นข้อมูลที่ได้คุณภาพในการนำไปใช้งานต่อ

3. ข้อมูลมีความปลอดภัยสูงและผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลที่ไม่ต้องพิมพ์ออกมา ทำให้ข้อมูลไม่ถูกส่งต่อได้ง่ายโดยคนภายนอก แต่ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลจะสามารถถูกส่งต่อได้ผ่านระบบจัดการยานพาหนะ

4. ส่งเสริมการสื่อสารและความเข้าใจ

ข้อมูลการใช้ยานพาหนะต่างๆ จะอยู่ภายในระบบซึ่งเข้าถึงได้โดยผู้ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานระดับไหน ทำให้มีการรับรู้ข้อมูลโดยตรงมากขึ้น ปริมาณมากขึ้น และเข้าใจกันมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องพูดกันหลายต่อ

5. ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะ

เช่น ค่าซ่อมแซม ค่าจ้างช่างจำนวนมากเพื่อดูแลรถ

6. คนขับปลอดภัยมากขึ้น

เนื่องจากข้อมูลการใช้รถมีการติดตาม บันทึก และประมวลผลแบบ Real-time ทำให้ธุรกิจสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของยานพาหนะได้ทันที และจัดการแนวโน้มความเสี่ยงที่ถูกแจ้งเตือนเข้ามาได้ทันทีด้วย ลดการเกิดอุบัติเหตุจริงได้มากขึ้น

7. บำรุงรักษาเชิงป้องกันได้ดีขึ้น

การตรวจเช็คสภาพรถแบบ Real-time จะวิเคราะห์ข้อมูลการใช้รถที่ผ่านมา และเห็นแนวโน้มการใช้รถ ซึ่งช่วยในการสร้างแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันได้ดีมากขึ้น

8. ส่งเสริมการตัดสินใจจากข้อมูลการทำงานมากขึ้น

การตัดสินใจจากข้อมูลการทำงาน เป็นการตัดสินใจที่ประกอบด้วยข้อมูลที่มาที่ไปอย่างชัดเจน สมเหตุสมผล และจับต้องได้ ซึ่งเป็นหลักฐานประกอบการตัดสินใจในการทำงานที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับการทำงานทุกประเภท

เก็บเกี่ยวประโยชน์จากงานตรวจเช็คสภาพรถด้วยระบบที่ได้รับความไว้วางใจทั่วโลก

ระบบตรวจเช็คสภาพรถและการใช้งาน Cartrack ระบบติดตามและประมวลผลการใช้งานยานพาหนะที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทขนาดใหญ่และเล็กทั่วโลก 

นอกจากนี้ยังมีสำนักงานพร้อมเจ้าหน้าที่ช่างประจำให้บริการ ในประเทศที่ให้บริการ และมีบริการหลังการขายฟรีตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย

หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา โทร 021362920 , 021362921 วันจันทร์ถึงศุกร์ ในเวลาทำการ หรือคลิกทักไลน์ที่นี่ แล้วแจ้งชื่อ จำนวนรถ และเบอร์ติดต่อกลับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ต้องดูแลรถเยอะๆ เช็คสภาพรถจำนวนมาก แต่ไม่มีลูกจ้างหรือไม่ไว้ใจใคร? ชวนรู้จักการตรวจเช็คสภาพรถแบบดิจิทัล ที่ธุรกิจส่วนใหญ่หันมาใช้กันมากขึ้น