BLOGS

3 คนขับดูดน้ำมัน 3.6 ล้าน เติมน้ำแทน ตร.ตามรอย GPS ติดตามรถ

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

คนขับรถน้ำมันรวมหัวลักลอบขโมยน้ำมันมูลค่าสูงกว่า 3.6 ล้านบาท ใน อ. สัตหีบ จ. ชลบุรี ที่สร้างความอึ้งทึ่งให้กับผู้พบเห็น ด้วยแผนการที่แยบยลสุด ๆ ระบบติดตามการใช้ยานพาหนะอย่าง GPS ติดตามรถ จะลดหรือป้องกันความเสี่ยงขโมยน้ำมันลักษณะนี้ได้ไหม และอย่างไร? ติดตามสรุปข่าวและวิธีป้องกันทั้งหมดเพื่อไม่ให้ธุรกิจคุณตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ในบทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้

Cartrack ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการยานพาหนะแบบครบวงจร ออกแบบมาเพื่อธุรกิจมีรถใช้งานโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อควบคุมและลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ยานพาหนะให้เต็มที่สูงสุด อุปกรณ์ยอดนิยมของ Cartrack ได้แก่ ระบบ GPS Tracking, เซนเซอร์เฉพาะทาง, กล้องติดรถ ฯลฯ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ระบบที่มีมาตรฐานได้การรับรองในไทยและระดับโลก และบริการหลังการขายฟรีทุกคันตลอดชีพ ทำให้ Cartrack เป็นระบบติดตามรถอันดับ 1 ที่เจ้าของรถเลือกใช้

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • 3 คนขับสูบน้ำมันเกลี้ยงรถเทรลเลอร์ขนน้ำมัน ข่าวจริงในไทย ปี 2026
  • 6 สัญญาณที่บอกว่าพนักงานขับรถอาจขโมยน้ำมัน
  • ธุรกิจป้องกันปัญหาพนักงานขับรถขโมยน้ำมันได้อย่างไร?
  • ติดตั้ง GPS ติดตามรถและเซนเซอร์น้ำมัน ทำงานร่วมกัน เป็นหูและตา 24 ชม. ของธุรกิจ

3 คนขับสูบน้ำมันเกลี้ยงรถเทรลเลอร์ขนน้ำมัน ข่าวจริงในไทย ปี 2026

3 คนขับเทรลเลอร์รถขนน้ำมัน ลักลอบถ่ายน้ำมันดีเซล 1.2 แสนลิตร ออกจากเทรลเลอร์ และยัดน้ำเปล่าใส่แทน มูลค่าความเสียหายกว่า 3.6 ล้านบาท

เหตุการณ์ทุจริตถูกจับได้ตอนค่ำ 19.30 น. ของวันที่ 25 ม.ค. 2569 เมื่อเรือเตรียมรับน้ำมันดีเซล B-0 จากรถเทรลเลอร์ 5 คัน ไปที่แท่นขุดเจาะน้ำมันที่ท่าเรือจุกเสม็ด ต.แสมสาร จ. ชลบุรี เจ้าหน้าที่ประจำเรือก็ได้สุ่มตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย

ทว่าเจ้าหน้าที่กลับพบความผิดปกติอย่างรุนแรง เมื่อน้ำมันในเทรลเลอร์ 3 คัน จาก 5 คัน เป็นน้ำเปล่า เจ้าหน้าที่จึงหันไปสอบถามกับคนขับ แต่ก็พบว่าคนขับ 3 คนที่ต้องสงสัย อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปแล้ว

จากการตรวจสอบรถเทรลเลอร์ทั้ง 3 คัน ที่บรรทุกน้ำมันคันละ 42,000 ลิตร รวมทั้งหมด 126,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่าคันละ 1,218,000 บาท รวมความเสียหายกว่า 3,654,000 บาท

น้ำมันดังกล่าวมาจากคลังน้ำมันมาบตาพุด จ. ระยอง ตอนเช้า 9.30 น. และเดินทางมายัง ท่าเรือจุกเสม็ด จ. ชลบุรี เป็นระยะทางประมาณ 36 กม. เท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับทราบการแจ้งความเริ่มการสอบสวน โดยจะตรวจสอบพิกัดจีพีเอสติดตามรถขนส่งของรถเทรลเลอร์ทั้ง 3 คัน เพื่อสืบหาพฤติกรรมการก่อเหตุ พร้อมทั้งติดตามตัวคนขับรถทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในตอนนี้ มาสืบสวนดำเนินคดีต่อไป

6 สัญญาณที่บอกว่าพนักงานขับรถอาจขโมยน้ำมัน

จากข่าวลักลอบสูบน้ำมันจากเทรลเลอร์สุดอหังการที่ อ. สัตหีบ เป็นข้อมูลและบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจขนส่งน้ำมันหรือธุรกิจมีรถขนส่งได้เป็นอย่างดีว่า อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ แม้แต่ในช่วงเวลากลางวันแสก ๆ และระยะทางใกล้ ๆ แค่นี้ หากไม่ติดตามหรือตรวจสอบให้ดี ความเสียหายก็เกิดขึ้นได้เสมอ 

จากเหตุการณ์นี้ Cartrack ถอดบทเรียน 6 สัญญาณการขโมยน้ำมันที่ธุรกิจควรรู้ไว้ดังนี้

1. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันมากผิดปกติ

รถใช้งานในธุรกิจจะคำนวณระยะทางและตั้งงบค่าน้ำมันไว้ให้เหมาะสมกับระยะทางที่รถวิ่งอยู่แล้ว 

ทว่า หากงบค่าน้ำมันเริ่มมากกว่าระยะทางที่รถวิ่ง หรือรถวิ่งน้อยแต่กินงบค่าน้ำมันไปเต็มจำนวน ธุรกิจต้องเริ่มหันมาตรวจสอบแล้ว เพราะนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขโมยน้ำมันหรือการใช้น้ำมันสิ้นเปลืองได้

2. ขับรถอ้อมเส้นทางแบบไม่มีสาเหตุ

การขับรถอาจไม่ตรงตามเส้นทางที่กำหนด 100% ได้ แต่ถ้าแตกต่างมากกว่าปกติ และคำนวณแล้วว่าคือการขับอ้อมเส้นทาง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปกติ หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมรองรับ

โดยสาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการใช้รถนอกเรื่องงาน ทำธุระส่วนตัว ซึ่งบางบริษัทอาจรู้กันและอนุโลมไม่ว่าอะไร แต่ก็อาจมีบางบริษัทที่ไม่รู้เรื่องการใช้รถของคนขับเลยแม้แต่นิดเดียว

และนอกจากเสียน้ำมัน การใช้รถบริษัทนอกเรื่องงานยังทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้และมีเรื่องรถเสื่อมสภาพด้วย

3. จอดรถบ่อย ๆ

จากเหตุการณ์ที่ท่าเรือจุกเสม็ด สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ รถถูกจอดบ่อย ๆ เพื่อถ่ายน้ำมันออกและเติมน้ำเปล่าเข้าไปแทน 

หากธุรกิจติดอุปกรณ์ติดตามรถก็จะรู้ทันทีว่า รถจอดอยู่ที่ไหน และยิ่งหากติด GPS ติดรถคุณภาพสูงที่มีระบบแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวผิดปกติแล้วล่ะก็ ธุรกิจจะรู้ได้อีกด้วยว่า รถกำลังอยู่ในพฤติการณ์ที่ผิดปกติจากการขนส่งที่ควรจะเป็นด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น แจ้งเตือนรถเข้าออกพื้นที่ต้องสังเกต จอดแช่นาน

4. เบิกเงินค่าน้ำมันไม่ตรงกับน้ำมันที่เติมจริง

ใบเสร็จมักจะแสดงว่าเติมน้ำมันเต็มถัง แต่น้ำมันเติมไม่ถึงตามนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจหรือความผิดพลาด ต้องมีผู้ที่ได้ประโยชน์จากเงินส่วนต่างค่าน้ำมัน ในขณะที่ผู้เสียผลประโยชน์หนึ่งเดียวคือ ธุรกิจคุณ ซึ่งหากธุรกิจไม่ติดตามดูอย่างละเอียด ก็อาจจะพลาดข้อมูลค่าใช้จ่ายนี้ไปได้

5. เติมน้ำมันทีละน้อยและบ่อย

การเติมน้ำมันทีละน้อยแต่บ่อย ๆ มองเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องของนิสัยส่วนตัว แต่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น พฤติกรรมธรรมดานี้ อาจเป็นหนึ่งในแผนการโกงน้ำมันด้วยการแบ่งค่าใช้จ่ายให้มีหลายก้อน 

หากฝ่ายบัญชีการเงินติดตามยอดไม่ทันหรือพลาดนับยอดที่ไม่มีอยู่จริง ก็อาจพลาดจ่ายเงินค่าน้ำมัน “ทิพย์” โดยไม่รู้ตัว

6. ดัดแปลงระบบรถหรือน้ำมันโดยพลการ

หากจู่ ๆ คนขับมาปรับระบบรถหรือระบบน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท หรือดัดแปลงระบบเกินจากที่บริษัทกำหนด ก็มีพฤติการณ์ส่อเจตนาทุจริตน้ำมันด้วยเช่นกัน

พนักงานขับรถทำท่ามีพิรุธขณะมองถังน้ำมันรถบรรทุก

ธุรกิจป้องกันปัญหาพนักงานขับรถขโมยน้ำมันได้อย่างไร?

ปัญหาการขโมยน้ำมันหรือการดูดน้ำมัน เป็นต้นทุนแฝงที่ทำร้ายธุรกิจมีงานขนส่งอย่างมาก การจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ผลต้องใช้ทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบโจทย์ รวมถึงระบบการบริหารจัดการและจิตวิทยาการสร้างแรงจูงใจควบคู่กันไปด้วย ดังนี้

1. การใช้เทคโนโลยีติดตามและตรวจสอบ

ข้อมูลจากเทคโนโลยี คือ หลักฐานที่เถียงไม่ได้ และด้วยการทำงานของเทคโนโลยีก็ช่วยลดโอกาสการทุจริตได้แบบเรียลไทม์ด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้ก็เช่น

  • เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน: ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันในถังน้ำมัน เพื่อส่งข้อมูลไปยังระบบ GPS ติดรถขนส่ง หากระดับน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ ระบบ GPS Tracking จะแจ้งเตือนเข้าหน้าระบบบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนมือถือทันที
  • ระบบ GPS Tracking และ Telematics: ตรวจสอบเส้นทางวิ่ง หากคนขับออกนอกเส้นทางไปจอดในจุดสุ่มเสี่ยง เช่น จุด “ขายหมู” รับซื้อน้ำมันเถื่อน ระบบจะบันทึกพิกัดและเวลาไว้ทั้งหมด
  • กล้องหน้ารถและกล้องส่องถังน้ำมัน: การมีกล้องวงจรปิดติดรถที่ดูออนไลน์ได้ ช่วยป้องปรามพฤติกรรมได้ดีเยี่ยม

2. การควบคุมการเติมน้ำมัน

ใช้บัตรเติมน้ำมัน (Fleet Card) ลดการถือเงินสด และตรวจสอบยอดการเติมให้ตรงกับความเป็นจริงอย่างเข้มงวด

  • บัตรเติมน้ำมันหรือฟลีทการ์ด: กำหนดให้เติมเฉพาะสถานีที่ระบุ เวลาที่เติม จำกัดประเภทน้ำมัน รวมถึงทะเบียนรถที่เติมได้
  • การเชื่อมต่อข้อมูลหัวจ่ายกับระบบติดตามยานพาหนะ: ระบบบัตรเติมน้ำมันจำนวนหนึ่งสามารถดึงข้อมูลจากหัวจ่ายเข้ากับระบบติดตามยานพาหนะได้เลย ซึ่งง่ายและสะดวกต่อการตรวจสอบอย่างมาก

3. การวิเคราะห์ข้อมูล

เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องมาวิเคราะห์ ตรวจจับความผิดปกติ เพื่อจัดการอย่างถูกต้องตามข้อมูลที่แท้จริง

  • เกณฑ์มาตรฐานการบริโภคน้ำมัน: กำหนดค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็นในแต่ละเส้นทาง หากรถคันไหนใช้เกินมาตรฐานเกิน 5-10% โดยไม่มีเหตุผลสมควร เช่น รถติดหนักหรือบรรทุกหนักพิเศษ ต้องทำการตรวจสอบอย่างจริงจัง

โดยเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง Cartrack ก็มีคุณสมบัติในการติดตามและแจ้งเตือนทันที หากมีการใช้น้ำมันเกิน 10% ของถังในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพื่อช่วยให้เจ้าของรถหรือผู้ดูแลระบบทราบความผิดปกติและแก้ปัญหาขโมยน้ำมันได้ทันท่วงที

  • รายงานสรุปยอดรายวัน รายเดือน หรือแบบกำหนดเอง: เปรียบเทียบระยะทางที่วิ่งจริงกับปริมาณน้ำมันที่เติม หากไม่สัมพันธ์กัน จะเห็นร่องรอยการทุจริตได้ชัดเจน

4. การบริหารจัดการคน

นอกจากกฎกติกาแล้ว จิตวิทยาการบริหารจัดการคนหรือสร้างแรงจูงใจ ก็เป็นสิ่งที่ธุรกิจสามารถทำควบคู่กัน เพื่อสร้างสมดุลของการบริหารจัดการ เพราะบางเรื่องการใช้ไม้อ่อนก็ได้ผลดีกว่าการใช้ไม้แข็ง

  • เงินรางวัลจากค่าน้ำมันที่ประหยัดได้: หากคนขับทำตัวเลขประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าเกณฑ์ ธุรกิจสามารถให้แบ่งส่วนต่างนั้นเป็นโบนัส
    วิธีนี้สามารถเปลี่ยนจากคนที่คิดขโมย เป็นคนช่วยประหยัด เพราะเขาได้เงินเข้ากระเป๋าอย่างถูกกฎหมาย และยังสามารถรักษางานที่ทำไว้ได้นานด้วย

บทลงโทษที่ชัดเจน: ระบุในสัญญาจ้างและข้อบังคับบริษัทให้ชัดเจนว่า การทุจริตน้ำมันถือเป็นความผิดร้ายแรงที่นำไปสู่การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย วิธีนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างไม้อ่อนกับไม้แข็ง โดยเป็นการสื่อสารอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา รวมถึงเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติอีกฝ่ายด้วย

พนักงานขับรถบรรทุกแสดงท่ายินดีที่จัดการปัญหาขโมยน้ำมันได้

ติดตั้ง GPS ติดตามรถและเซนเซอร์น้ำมัน ทำงานร่วมกัน เป็นหูและตา 24 ชม. ของธุรกิจ

อุทาหรณ์ขโมยน้ำมันครั้งใหญ่นี้ เป็นสัญญาณที่บอกชัดเจนว่า น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นทรัพย์สินที่มีค่า ที่สามารถแปรเป็นกระแสเงินสดได้อยู่เสมอ ยิ่งช่วงที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือน้ำมันตามปั๊มขาดแคลน หากไม่ดูแลช่องว่างเหล่านี้ให้ดี ธุรกิจคุณก็อาจจะต้องรับภาระหนักกว่าที่ต้องจ่ายจริงก็เป็นได้

ดังนั้น ธุรกิจมีรถขนส่งหรือขนส่งน้ำมัน จึงไม่ควรประมาท ระบบ GPS ติดตามรถและเซนเซอร์น้ำมันของ Cartrack สามารถช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับธุรกิจได้ตลอด 24 ชม. ด้วยการทำงานร่วมกันดังนี้

  1. ตรวจจับการใช้งานยานพาหนะตลอด 24 ชม. และตรวจสอบความเคลื่อนไหวของน้ำมัน 
  2. แจ้งเตือนทันทีเมื่อมีความเคลื่อนไหวพิเศษ เช่น จอดแช่นานผิดปกติ ลิตรน้ำมันลดลงจำนวนมาก เติมน้ำมันเข้า โดยข้อมูลนี้จะมีทั้งจำนวนน้ำมันที่เพิ่ม/ลด เวลาและพิกัด เพื่อให้ธุรกิจประเมินสถานการณ์ได้ทันทีและสั่งการได้ ณ ตอนนั้นเลย
  3. ข้อมูลทั้งหมดจะจัดเก็บในระบบจัดการยานพาหนะ และจัดทำเป็นรายงานได้สำเร็จ ชี้ให้เห็นจุดน้ำมันรั่วไหลและจัดการแก้ไขได้อย่างตรงจุด
  4. ธุรกิจที่ใช้ระบบ GPS ติดตามรถ Cartrack สามารถสร้างกรอบพื้นที่จำลองในแผนที่ในระบบ GPS ติดตามรถ เพื่อกำหนด “พื้นที่ใช้งาน” ของรถได้
    ตัวอย่างเช่น ธุรกิจสร้างกรอบพื้นที่ตรงจุดที่มีการขายน้ำมันเถื่อนบ่อย ๆ หากรถเข้าไปในจุดนี้ ธุรกิจจะได้รับการแจ้งเตือนทันที และจัดการกับรถได้ตั้งแต่ก่อนที่คนขับจะทันลงมือทำอะไรเลย

อุปกรณ์ติดตามรถ Cartrack เป็น GPS จิ๋วแบบเรียลไทม์ ที่จะติดตั้งโดยช่างจีพีเอสของ Cartrack ที่ผ่านการฝึกอบรมมาตามมาตรฐาน รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับเซนเซอร์เฉพาะทางอื่น ๆ เช่น กล้องติดรถ หรือใช้เป็น GPS รถบรรทุกก่อสร้าง GPS เครื่องจักร หรือ GPS รถพ่วง ก็ได้ทั้งหมด 

หากธุรกิจสนใจติดตั้ง GPS ติดรถ GPS ที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง Cartrack รับให้คำปรึกษาฟรีและรับติดตั้ง GPS ใน 77 จังหวัดทั่วไทย ลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ Cartrack ติดต่อกลับตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเครื่อง GPS ติดตามรถ Cartrack

จีพีเอสติดตามรถขนส่ง Cartrack เสี่ยงต่อการถูกถอดอุปกรณ์หรือไม่?

ไม่ เพราะจีพีเอสติดตามรถ Cartrack ติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยจะติดตั้ง GPS แบบซ่อน ในตำแหน่งที่มิดชิดและปลอดภัย นอกจากจะไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่แล้ว ยังไม่เสี่ยงต่อการถูกถอดอุปกรณ์อีกด้วย

เครื่อง GPS ติดตามรถ Cartrack ฟังเสียงในรถได้ไหม?

เครื่อง GPS ติดตามรถ Cartrack มีระบบไมโครโฟนและลำโพงที่สามารถสื่อสารภายในห้องโดยสารได้แบบเรียลไทม์ แม้จะไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานเป็น GPS ติดตามรถ แบบดักฟัง ได้ แต่ก็สามารถฟังเสียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในรถได้ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วหากผู้ใช้งานระบบต้องการติดต่อกับผู้ที่อยู่ในห้องโดยสารโดยตรง

หากติดตั้งเครื่อง GPS ติดตามรถต้องนั่งมอนิเตอร์รถเองไหม มีการแจ้งเตือนความผิดปกติให้อัตโนมัติหรือเปล่า?

ปกติแล้วระบบจะมีการแจ้งเตือนผ่านช่องทางที่ผู้ใช้งานระบบได้มีการตั้งค่ารับการแจ้งเตือนไว้ เช่น อีเมล Telegram หรือผ่านทาง Line* (*อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือกิจกรรมบางอย่างกับรถ เช่น การเบรกกะทันหัน การจอดรถแช่ติดเครื่องเป็นเวลานาน หรือเมื่อมีการนำรถออกนอกกรอบพื้นที่จำลอง (Geofencing) ผู้ใช้งานระบบจัดการยานพาหนะไม่จำเป็นต้องมอนิเตอร์ในระบบด้วยตนเองตลอดเวลา
อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

พนักงานขับรถบรรทุกกำลังเติมน้ำมันลงถังน้ำมันขนาดใหญ่

คนขับรถขนน้ำมันรวมหัวขโมยน้ำมันมูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท ด้วยแผนการที่แยบยลสุดๆ ระบบ GPS ติดตามรถ จะลดหรือป้องกันความเสี่ยงขโมยน้ำมันลักษณะนี้ได้ไหมและอย่างไร?