BLOGS

นวัตกรรม รถไร้คนขับ กับสิ่งที่จะพัฒนาโลก

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เทคโนโลยีอันเหนือชั้นของการพัฒนารถไร้คนขับ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่จะเกิดรถไร้คนขับขึ้นต้องมาจากเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งเรื่องที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้คือหลักใหญ่ใจความในการทำให้รถแบบไร้คนขับสามารถขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาดูกันว่ามีเทคโนโลยีตัวใดบ้าง

  • Deep Learning เริ่มกันด้วยเทคโนโลยีแรกหากเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ นี่ก็คือสมองของรถยนต์แบบไร้คนขับ ด้วยตัวระบบที่ถูกป้อนคำสั่งเข้าไปมีหน้าที่หลักคือเรื่องวิเคราะห์สภาพของถนนหนทาง อาทิ การตรวจจับว่ามีทางเท้าให้คนได้ใช้งานหรือไม่, รถยนต์ที่ขับไปข้างหน้าตรงหรือเบี้ยวเลน, ระดับความเร็วที่เหมาะสมและการเบรกของรถ, ระบุการขับขี่ให้เป็นไปตามสัญญาณไฟจราจรและป้ายจราจร ฯลฯ หากเทียบกันแล้วมันก็เหมือนการตัดสินใจของคนที่กำลังขับขี่บนท้องถนนนั่นเอง
  • Computer Vision เทคโนโลยีต่อมาเปรียบเป็นตาของรถยนต์หรือตาของผู้ขับขี่ Computer Vision จะทำให้รถยนต์รู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวว่าเป็นอย่างไร โดยเทคโนโลยีตัวนี้ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายภาพที่ติดตั้งไว้สำหรับการมองเห็นเส้นทาง, ใช้ระบบคลื่นเสียงเพื่อช่วยในการตรวจจับวัตถุโดยรอบรถยนต์คล้ายกับการใช้งานเรดาร์ของเครื่องบิน รวมถึงเลือกเอาระบบเลเซอร์มาทำเป็นตัวระบุตำแหน่งในการขับเคลื่อนด้วย
  • Navigation เป็นเทคโนโลยีในส่วนของการนำทางรวมถึงช่วยเรื่องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมโดยรอบจากข้อมูลที่ได้รับมาเบื้องต้น พูดง่าย ๆ คือ เมื่อมีการป้อนคำสั่งแผนที่ให้กับรถเทคโนโลยีตัวนี้จะมาคำนวณอีกครั้งว่าเส้นทางไหนเหมาะสมในการเดินทางไปให้ถึงจุดหมายมากที่สุด
  • Robotic เทคโนโลยีสุดท้ายถือว่ามีผลต่อการขับเคลื่อนมาก ๆ เพราะระบบนี้ทำหน้าที่เปลี่ยนคำสั่งที่ได้รับการประมวลผลแล้วแต่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นคำสั่งสำหรับใช้งานกับรถยนต์ทุกชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย, เครื่องยนต์, ความเร็ว, เบรก ฯลฯ

ระดับการพัฒนาของรถยนต์ไร้คนขับ

แม้ในทางทฤษฎีเราจะมองว่ารถยนต์ประเภทนี้เป็นความแปลกใหม่และความน่าสนใจ ทว่าก็ยังจำเป็นต้องมีระดับของการพัฒนาต่อไปเรื่อย  ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวรถยนต์แต่ละคันที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยว่ารถไร้คนขับคันนี้จะถูกวางเอาไว้ในระดับไหนโดยมีทั้งหมด 6 ระดับ ประกอบไปด้วย

  • ระดับ 0 รถจะไม่มีระบบในส่วนความช่วยเหลือใด ๆ ให้กับผู้ใช้งานเลย มนุษย์เรายังคงเป็นผู้ที่ควบคุมในด้านการขับขี่ทั้งหมด เช่น เลี้ยว, เบรก, เร่งเครื่อง ฯลฯ
  • ระดับ 1 ถือว่าช่วยเหลือในการขับขี่ได้บ้าง เช่น เรื่องการควบคุมระดับความเร็ว, มีการแจ้งเตือนเมื่อเกิดการเปลี่ยนเลน, มีคำแนะนำว่าให้เปลี่ยนเลนเพื่อความปลอดภัยหรือความรวดเร็ว เป็นต้น กระนั้นภาพรวมก็ยังถือว่าขับเคลื่อนโดยมนุษย์เป็นหลัก
  • ระดับ 2 มีการควบคุมรถแบบครั้งคราว เช่น เรื่องของการขับขี่ให้อยู่ในเลนและเรื่องความเร็ว แต่ยังคงจำกัดในบางสถานการณ์เท่านั้น เช่น ถนนที่มีการจำกัดความเร็ว ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ว่าผู้ขับขี่เริ่มไม่ต้องใช้ความสามารถของตนเองแล้ว
  • ระดับ 3 มีการควบคุมจากระบบของรถยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าในบางเรื่อง ผู้ขับขี่ยังจำเป็นต้องควบคุมอยู่ เช่น ในสภาวะที่การจราจรติดขัดหนัก ๆ จนเส้นทางที่ระบุไว้ของรถมั่วไปหมด หรือถนนบางเส้นที่ขรุขระหรือไม่ได้ถูกระบุเอาไว้
  • ระดับ 4 ระบบเข้าทำงานเพื่อควบคุมรถอย่างเต็มกำลัง แต่มนุษย์เราเองยังมีส่วนในการช่วยเหลืออยู่บ้าง เช่น ใช้งานได้แค่บางพื้นที่ หรือ ยังต้องมีคนอยู่หลังพวงมาลัย เป็นต้น
  • ระดับ 5 เป็นขั้นสูงสุดของเทคโนโลยีนี้ พูดง่าย ๆ คือ ขับรถแทนมนุษย์ได้เลยแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างชัดเจน

รถไร้คนขับทำให้เกิดประโยชน์ได้จริงหรือไม่

แม้จะบอกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีกระนั้นยังเป็นในเชิงทฤษฎีมากกว่านำมาปฏิบัติจริง หรือถ้านำมาปฏิบัติจริงก็อาจได้แค่บางพื้นที่ บางประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้สำหรับประโยชน์ที่หลาย  ๆ คนบอกว่ารถไร้คนขับจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น, ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทาง

หรือแม้แต่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงในการขับขี่ยังเป็นเพียงเรื่องที่คาดเดาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น เพราะสุดท้ายก็ต้องลองดูว่าเมื่อนำมาใช้งานจริงจะเป็นดังที่กล่าวอ้างกันหรือไม่

ต้องยอมรับว่าการพัฒนาของโลกยุคนี้ไปไกลกว่าที่เราคาดคิดไว้เยอะมาก  ๆ แม้แต่รถยนต์ที่ถูกมองว่ายังไงก็ต้องใช้คนในการบังคับยังก้าวไปถึงขั้น รถไร้คนขับ ได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาโลกของเราให้ไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้ง

รถไร้คนขับ มาจากเทคโนโลยีอันทันสมัย มาดูกันว่ามีเทคโนโลยีตัวใดบ้าง ที่ทำให้โลกมีรถแบบไร้คนขับได้อย่างสมบูรณ์แบบ