BLOGS

Navigation แปลว่าอะไร เราใช้ทำอะไรบ้าง?

คุณต้องการให้ คาร์แทรค ช่วยเหลือเรื่องอะไร?

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

Navigation แปลว่า การนำทาง ซึ่งการนำทาง คือ การชี้นำไปสู่เป้าหมายปลายทาง หรือสามารถบอกทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง

โดยทั่วไปแล้ว การนำทาง Navigation มักใช้กับการนำยานพาหนะเดินทางจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง และในปัจจุบันจะนิยมใช้ในการนำทางกับรถยนต์เป็นส่วนมาก

เพราะการเดินทางด้วยรถยนต์นั้น ต้องใช้ความแม่นยำในการใช้ถนน หรือเส้นทาง ที่บางครั้งเราอาจไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยใช้เส้นทางนั้นมาก่อน รวมไปถึงการบอกทางของซอกซอยต่างๆที่ดูซับซ้อน GPS Navigation ก็เป็นตัวช่วยให้เราไม่หลงทางได้

ระบบนำทางในรถยนต์ เป็นระบบที่ใช้สัญญาณจากดาวเทียมเพื่อหาพิกัดที่เราอยู่ในปัจจุบันและแสดงบนแผนที่อย่างแม่นยำ แล้วคำนวณหาระยะห่างกับจุดหมายที่ต้องการไปเพื่อบอกระยะ เวลาที่ใช้เพื่อเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถเสนอเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดที่ควรใช้เดินทางได้อีกด้วย

ซึ่งจากคุณสมบัตินี้เองทำให้ “ระบบนำทางในรถยนต์” ได้รับความนิยมอย่างมากปัจจุบัน เพราะช่วยให้เดินทางไปที่ต่างๆได้โดยไม่หลงทาง และสามารถบอกเส้นทางที่สั้นที่สุดทำให้ประหยัดเวลาได้อย่างมาก

เรียกว่าเดี๋ยวนี้จะไปไหนที่ไม่คุ้นเคยก็ต้องเปิดระบบนำทางกันทุกครั้ง แต่ระบบนำทางในรถยนต์นี้บางคนก็เรียกว่า GPS บางคนก็เรียกว่า Navigator บางคนก็เรียก Navigation ตกลงแล้วเจ้าระบบนำทางนี้มีชื่อเรียกว่าอะไรกันแน่ มีกี่แบบ และใช้ประโยชน์ยังไงได้บ้าง บทความนี้จะพาคุณมาหาคำตอบกัน

เข้าใจคำว่า GPS , Navigation และ Navigator กันก่อน

GPS หรือ Global Positioning System เป็นระบบการระบุพิกัดโดยใช้ดาวเทียมบนอวกาศจับตำแหน่งแล้วส่งสัญญาณกลับมาจุดรับสัญญาณบนโลกเพื่อระบุตำแหน่ง ทำให้เราสามารถบอกพิกัดของเราบนโลกได้อย่างแม่นยำ

ส่วน Navigation และ Navigator เมื่อเราเปิดพจนานุกรมเพื่อหาความหมายจะพบว่า Navigation แปลว่าการนำทาง หรือ การเดินเรือ

และ Navigator นั้นแปลว่านักเดินเรือ ด้วยแรกเริ่มการเดินทางไกลของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นในทะเลอันเวิ้งว้าง ไม่มีทั้งเครื่องหมายบอกทางและจุดสังเกตให้เดินเรือโดยไม่ออกนอกเส้นทางได้ การเดินเรือจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้แผนที่และดวงดาวเพื่อระบุพิกัดและนำทางไปสู่จุดหมายอย่างถูกต้อง

เมื่อสภาพการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป เราหันมาเดินทางสัญจรโดยยานพาหนะบนถนนทางบกมาขึ้น ปัจจุบันเราจึงเอาคำว่า Navigation มาใช้ในความหมายใหม่ โดย Navigation แปลว่า การนำทางไป ส่วน Navigator ก็หมายถึงผู้นำทางนั่นเอง

เมื่อเราดูจากความหมายของทั้ง 3 คำแล้วเราก็สามารถจะสรุปได้อย่างง่ายๆว่า GPS ก็คือระบบที่ช่วยระบุตำแหน่งของเราว่าตอนนี้อยู่บริเวณไหน ส่วน Navigation นั้นคือการเอา GPS มาประยุกต์ใช้ กลายเป็นระบบการนำทาง ที่นอกจากจะบอกตำแหน่งของเราแล้ว ยังสามารถคำนวนณหาระยะทาง เวลาที่ใช้เดินทาง และหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เราไม่หลงทาง ส่วน Navigator ก็คือเครื่องมือที่มีระบบ Navigation อยู่ภายในนั่นเอง

เชื่อว่าหลายท่านที่อ่านกันมาถึงตรงนี้คงเริ่มมีคำถามขึ้นมาแล้วว่า ถ้าเราใช้รถ เราควรจะติดระบบนำทางในรถดีหรือไม่ แล้วระบบ GPS ติดรถ จะให้ประโยชน์อะไรกับเราได้บ้าง

เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเรามาดูข้อดีของระบบ Navigation (ที่ใช้ระบบ GPS) กัน

  • ช่วยนำเราไปจนถึงที่หมายได้แม้ว่าเราจะไม่รู้จักเส้นทางมาก่อน ทำให้เราไม่หลงทาง เลี้ยวผิด หรือกลับรถผิดจุด ซึ่งจะทำให้เราเสียเวลามาก
  • ช่วยให้เราสามารถวางแผนการเดินทางได้เป็นอย่างดี เพราะระบบ Navigation จะเลือกเส้นทางที่เหมาะสมและสั้นที่สุด พร้อมบอกระยะทางและเวลาที่ต้องใช้ให้กับเราเป็นข้อมูลประกอบการเดินทางอีกด้วย
  • ช่วยให้เรารู้เส้นทางข้างหน้าว่าจะต้องเจอกับทางโค้ง ทางหักศอก หรือถนนแบบอื่นๆได้แม้ว่าทัศนวิสัยจะไม่ดี เช่น หมอกลงจัด ฝนตกหนัก
  • ช่วยเราค้นหาสถานที่สำคัญเช่น โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ปั๊มน้ำมัน ธนาคาร ร้านอาหารแนะนำ ในถิ่นที่เราไม่คุ้นเคยได้
  • สามารถบันทึกพิกัดที่เราต้องการเดินทางไปบ่อยๆ ทำให้ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนบนโลกแค่กดเรียกพิกัดขึ้นมาก็สามารถเดินทางได้ทันที ไม่ต้องหาพิกัดอีก
  • ช่วยประหยัดแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ของเรา หลายคนมักคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้เพราะโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของเราก็มีระบบ GPS และ Navigation เหมือนกัน
    แต่ว่าการใช้ระบบนี้บนสมาร์ทโฟน เราต้องเปิดทั้ง GPS และ 4G ซึ่งทำให้แบตโทรศัพท์ของเราหมดไวมาก ยิ่งหากต้องเดินทางไกล ถ้าเราไม่มีแบตเตอร์รี่สำรองเพียงพอ ก็อาจทำให้สมาร์ทโฟนของเราดับก่อนจะถึงที่หมาย ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้ในเวลาฉุกเฉิน (ซึ่งก็เกิดขึ้นตอนไหนไม่รู้ ตามชื่อฉุกเฉิน) การติด Navigator เอาไว้จึงช่วยให้เราเก็บพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในยามจำเป็นได้

ระบบ Navigation ที่ใช้ในรถยนต์ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ระบบ คือ

ระบบนำทางที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows CE

Windows CE เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในเครื่องมือขนาดเล็ก สามารถตอบสนองกับข้อมูลได้แบบ Real Time

เป็นระบบนำทางแบบมาตรฐานที่สามารถใช้ได้ทันทีไม่จำเป็นต้องต่อ Internet

แต่จะมีความสามารถต่างๆที่น้อยกว่าระบบ Android เช่น ไม่สามารถต่อ Internet ได้ ไม่มีกล้องบันทึกภาพและเรดาร์ (Radar) เป็นต้น

ระบบนำทางที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

ระบบนำทางที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เป็นระบบนำทางรุ่นใหม่ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

ตัวเครื่องจะประสิทธิภาพสูงกว่าแบบใช้ระบบของ Windows มี CPU ที่แรงกว่า จอภาพสว่างสีสดใส มีลูกเล่นมากกว่า ทั้งการสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้

นอกจากนี้บางรุ่นยังมีกล้องหน้าในตัว หรืออาจจะมีทั้งระบบนำทาง พร้อม กล้องติดรถยนต์ และเรดาร์ ในตัวเดียวกันอีกด้วย

นอกจากการเลือกระบบปฏิบัติการแล้ว ตัว Navigator เองยังมีแบบที่ติดมากับรถจากโรงงาน และแบบที่ติดตั้งแยกอีกด้วย

ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกันไป ทั้งการติดตั้ง การอัพเดทแผนที่ของแต่ละบริษัท ราคา และ ฟังก์ชั่นต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเจ้าของรถได้อีกด้วย

หวังว่าบทความนี้ที่คาร์แทรคนำมาฝาก จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจระบบ Navigation หรือรู้แล้วว่า Navigation แปลว่า อะไรมากขึ้น

และแม้ว่าปัจจุบัน Navigation ที่ทันสมัยมากๆ จะช่วยให้บอกเส้นทางให้เราไปถึงเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย แต่สุดท้ายความไม่ประมาทในการขับรถ เคารพกฏจราจรก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขกับการเดินทางตลอดไป

เดินทางปลอดภัย ดูแลรถปลอดภัย 24 ชม. ให้คุณ เลือก GPS พร้อมระบบจัดการครบทุกฟังก์ชัน เลือก GPS ของ Cartrack โทร 02-136-2929 หรือคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อกรอกข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

Navigation แปลว่า การนำทาง โดยส่วนมากจะใช้ในการเดินทาง และมักเห็นจากอุปกรณ์นำทาง เช่น GPS ในสมาร์ทโฟนหรือ GPS ติดรถยนต์..