BLOGS

ติด 'เซนเซอร์น้ำมัน' ลดแรงกระแทกให้ธุรกิจ ช่วงน้ำมันขาดแคลน-ราคาแพง

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

เมื่อสถานการณ์น้ำมันแพงดำเนินไประยะหนึ่ง ธุรกิจขนส่งหรือมีรถใช้งานก็เริ่มขึ้นค่าใช้จ่าย ตามนโยบายรัฐหรืออาจจะด้วยเพราะแบกรับภาระต้นทุนเองไม่ไหวอีกต่อไป แต่ก็ยังมีวิธีอื่นที่ธุรกิจมีรถสามารถจัดการได้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ต้นทุนได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อคือ การติดเซนเซอร์น้ำมันที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ชวนรู้จักกลไกของเซนเซอร์น้ำมันทำหน้าที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ยุคน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้น และความรู้ดี ๆ เพื่อรับมือน้ำมันขึ้นราคาอย่างได้ผล

Cartrack ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการงานขนส่งแบบครบวงจร เครื่องมือยอดนิยมของเรา ได้แก่ ระบบติดตามรถบรรทุก เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน กล้องติดรถแบบวงจรปิดและแจ้งเตือนคนขับ ฯลฯ ด้วยประสบการณ์ให้บริการระบบและติดตั้งมากว่า 20 ปี Cartrack เป็นพาร์ทเนอร์ระบบที่ลูกค้าธุรกิจมากกว่า 125,000 แห่งไว้วางใจใช้พัฒนาธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • น้ำมันรถแพง-เสี่ยงขาดแคลนเพราะอะไร?
  • ผลกระทบด้านต้นทุนจากปัญหาน้ำมันขึ้นราคาที่ธุรกิจมีรถต้องเจอ
  • ‘เซนเซอร์น้ำมัน’ มีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถในยุคน้ำมันแพงอย่างไรบ้าง?
  • เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ลดต้นทุนน้ำมันช่วงน้ำมันแพง

น้ำมันรถแพง-เสี่ยงขาดแคลนเพราะอะไร?

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและสัญญาณการขาดแคลนในช่วงต้นปี 2569 มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยความขัดแย้งระดับโลกที่รุนแรงขึ้น และปัญหาด้านการจัดการภายในประเทศ โดยสรุปได้ดังนี้

1. วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

ปัจจัยสงครามระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทาน (Supply) น้ำมันของโลก

เพราะสงครามที่เกิดขึ้นนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการเดินเรือที่สำคัญที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของอิหร่าน ทำให้อิหร่านปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ทำให้การขนส่งน้ำมันหยุดชะงักอย่างกะทันหันและส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีรายงานการโจมตีคลังเก็บน้ำมันในภูมิภาค ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงทันที 

และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 60% ทะลุระดับ 100-118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นราคาขายของไทยก็คือ ขึ้นราคา 10 บาทกว่าต่อลิตร ในทุกราคาน้ำมัน

2. ปัญหาน้ำมันหมดปั๊มในประเทศ

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้นานหลักเดือน แต่ก็เกิดปัญหาปั๊มปิดหรือน้ำมันหมด ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น

  • ความแตกตื่น: ประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมกันจนยอดการจ่ายน้ำมันออกสูงขึ้นหลายเท่าจากปกติ ทำให้รถขนส่งน้ำมันเติมให้ไม่ทัน น้ำมันดีเซลขาดตลาด จนงานโลจิสติกส์สะดุด
  • ต้นทุนกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก: รัฐบาลแบกรับภาระการอุดหนุนราคาดีเซลไว้อย่างยาวนานและหนักขึ้นในสภาวะไม่ปกติ จนกองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้องจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายปลีกในที่สุด
  • ปัญหากักตุนน้ำมันจากผู้ค้าส่ง: มีรายงานบางส่วนยืนยันว่า ผู้ค้าส่งบางส่วนกักตุนน้ำมันหรือเลือกส่งเฉพาะปั๊มในเครือข่ายตนเอง ทำให้ปั๊มอิสระหรือปั๊มขนาดเล็กอื่น ๆ ขาดแคลนน้ำมัน

3. ปัจจัยทั่วไปอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังมีค่าเงินบาทอ่อนค่า การนำเข้าน้ำมันต้องใช้เงินดอลลาร์ เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันแพงขึ้นโดยอัตโนมัติ

รวมถึงโครงสร้างภาษี ราคาที่เห็นหน้าปั๊มไม่ได้คิดแค่ค่าน้ำมัน แต่ยังมีภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาสูงขึ้น

รถจำนวนมากจอดรอต่อคิวเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมัน

ผลกระทบด้านต้นทุนจากปัญหาน้ำมันขึ้นราคาที่ธุรกิจมีรถต้องเจอ

จากสาเหตุของมรสุมต้นทุนน้ำมันครั้งใหญ่ในปี 2569 ที่มาจากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางและการบริหารจัดการน้ำมันในประเทศที่ไม่สู้ดี ซึ่งเรื่องนี้สร้างผลกระทบใหญ่ ๆ กับธุรกิจมีรถอยู่ 4 เรื่อง

1. ต้นทุนการดำเนินงานพุ่งสูงทันที

สัดส่วนต้นทุนเชื้อเพลิงเปลี่ยนไป เพราะเพิ่มขึ้นทีเดียว 20% ทำให้จากเดิมที่น้ำมันอาจคิดเป็น 30% ของต้นทุนรวม ตอนนี้อาจพุ่งสูงถึง 45-50% ทำให้กำไรต่อเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย

นอกจากค่าน้ำมัน ยังมีค่าเบี้ยประกันภัยขนส่ง ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยงของโลก และค่าบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายตามปกติ รวมถึงอะไหล่บางรายการที่ต้องนำเข้า และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนด้วย 

2. กระแสเงินสดตึงตัว

ผู้ค้าส่งน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน หรือคู่ค้าอาจขอยกเลิกการให้เครดิตเทอมชำระหนี้หรือปรับให้สั้นลง เพื่อรักษาจังหวะเงินสดของตัวเอง ทำให้คุณต้องใช้เงินก้อนใหญ่ขึ้นในการสำรองน้ำมัน

หรือหากคุณเป็นธุรกิจที่ทำสัญญารับงานระยะยาวแบบราคาคงที่ โดยไม่มีข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมน้ำมัน จะขาดทุนทันที เพราะต้นทุนแซงหน้าค่าจ้าง ต้องปรับแผนการทำสัญญาระยะยาวแบบมีเงื่อนไขว่าเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขสถานการณ์บางอย่าง เช่น ภาวะสงคราม สู้รบ เป็นต้น

3. ประสิทธิภาพการดำเนินงานลดลง

ปัญหาน้ำมันหมดหน้าปั๊ม รถของคุณอาจต้องวิ่งหาปั๊มที่มีน้ำมัน หรือต้องรอคิวนาน จนทำให้แผนการส่งสินค้าเลื่อนออกไป ส่งผลต่อความเชื่อถือของลูกค้า

รวมถึงเส้นทางและเวลาขนส่งที่ยาวขึ้นได้ ในกรณีการขนส่งระหว่างประเทศที่สู้รบ การหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้งทำให้ต้องอ้อมเส้นทาง ซึ่งเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงและเวลาทำงานของพนักงานขับรถ

4. แรงกดดันจากการปรับขึ้นราคา

บริษัทขนส่งรายใหญ่เริ่มประกาศปรับขึ้นค่าขนส่งชั่วคราวแล้วประมาณ 3 บาทต่อชิ้น หรือปรับตามระยะทาง หากคุณเป็นธุรกิจที่ซื้อขายกับธุรกิจด้วยกัน อาจต้องเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอปรับราคาสินค้าตามต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักจะเจรจายากและใช้เวลานาน

‘เซนเซอร์น้ำมัน’ มีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถในยุคน้ำมันแพงอย่างไรบ้าง?

เซนเซอร์น้ำมัน คือ เทคโนโลยีติดตามและตรวจจับความเคลื่อนไหวของน้ำมัน ทั้งการใช้ การเติมเข้า และการลดลงอย่างผิดปกติ ซึ่งมีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคน้ำมันราคาแพง ด้วยข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

1. ลดการใช้น้ำมันแบบสิ้นเปลือง

เซนเซอร์น้ำมัน จะทำงานร่วมกับระบบติดตามรถ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ที่สิ้นเปลืองแบบแม่นยำ เช่น การจอดแช่ติดเครื่องยนต์นานเกิน การขับซิ่ง การขับอ้อม ฯลฯ พร้อมพิกัด เวลา และข้อมูลคนขับ

ซึ่งสำหรับรถบรรทุกตัวถังทั่วไปประมาณ 3,000 กก. หากปิดแอร์แค่ติดเครื่องหรือเดินเบาเฉย ๆ อัตราสิ้นเปลืองโดยประมาณต่อ 1 ชั่วโมงจะกินน้ำมันที่ประมาณ 0.8 - 1.2 ลิตร และหากเปิดแอร์จะกินน้ำมันมากถึงประมาณ 1.2 - 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเปล่าแบบไม่ได้อะไรเลย

2. ลดการทุจริตน้ำมัน

นอกจากการใช้น้ำมันสิ้นเปลืองไม่ตั้งใจ การทุจริตน้ำมันแบบตั้งใจก็เป็นปัญหาที่ธุรกิจมีรถใช้งานเจอบ่อย เช่น การดูดน้ำมันออกไปขาย ขโมยน้ำมัน พนักงานขับรถ โกงน้ำมัน เติมไม่ครบลิตรแต่เบิกเต็ม ใช้รถนอกเวลางาน ฯลฯ

การติดเซนเซอร์น้ำมันจะตรวจจับและแจ้งเตือนระดับน้ำมันที่ลดลงผิดปกติ หรือการเติมน้ำมันที่ผิดปกติ โดยเทียบข้อมูลความเคลื่อนไหวน้ำมันกับเส้นทาง GPS หรือพิกัดสถานที่ ว่าเติมที่ปั๊มน้ำมันจริงหรือไม่ เติมเข้ามากี่ลิตร ณ เวลานั้น มีหลักฐานชัดเจนในการพิสูจน์ความถูกต้องหรือการทุจริต 

ลดและหยุดการทุจริตในการทำงานอย่างเห็นผลด้วยระบบอัตโนมัติที่แม่นยำและเป็นกลาง เจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการขนส่งไม่ต้องคอยจับตาหรือไล่ตามด้วยตัวเองตลอดเวลา

3. บริหารพฤติกรรมการขับขี่อย่างเป็นระบบ

ไม่มีพนักงานคนไหนชอบโดนตำหนิเรื่องการทำงานแบบไม่มีหลักฐานชัดเจน เซนเซอร์น้ำมันที่ทำงานควบคู่กับระบบ GPS ติดตามรถ ข้อมูลน้ำมันจะมาพร้อมข้อมูลความเคลื่อนไหวของน้ำมันกับข้อมูลการขับขี่แบบละเอียด 

สะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า การขับขี่แบบไหนที่ดีต่อน้ำมันและเครื่องยนต์ และขับขี่แบบไหนที่ให้ผลตรงข้าม ธุรกิจสามารถใช้อบรมคนขับแบบมีหลักฐาน ให้ปรับปรุงการขับขี่ให้ดีขึ้น ให้รางวัลคนขับที่ขับขี่ประหยัดน้ำมันและใช้รถแบบถนอมได้แบบชัดเจน มีมาตรฐาน และเป็นระบบ

4. ‍วางแผนงานและงบได้แม่นยำ

เซนเซอร์น้ำมันจะบอกปริมาณน้ำมันที่ใช้ต่อคัน ต่อเดือน หรือช่วงเวลาที่กำหนด และประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน ทำให้ธุรกิจสามารถคาดการณ์ค่าน้ำมันรายเดือน เปรียบเทียบรถแต่ละคัน รุ่น เส้นทางการขับขี่ ช่วยให้ตัดสินใจเปลี่ยนรถหรือซ่อมบำรุงได้จากข้อมูลจริง

การจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนแม้ช่วงที่น้ำมันราคาพุ่งสูงขึ้น

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ลดต้นทุนน้ำมันช่วงน้ำมันแพง

โดดเด่นกว่าอุปกรณ์ติดตามน้ำมันไหน ๆ เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ออกแบบมาเพื่อธุรกิจมีรถใช้ลดต้นทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพช่วงจังหวะน้ำมันแพงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยขั้นตอนการทำงานดังต่อไปนี้

  1. ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack เข้ากับเครื่องยนต์ของรถเรียบร้อยแล้ว ระบบจะติดตามความเคลื่อนไหวของน้ำมันที่ใช้ไปกับการทำงานของรถ เช่น การขับขี่ การจอดแช่ติดเครื่องยนต์  ‍
  2. ระบบเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันจะแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของน้ำมันที่สำคัญ ได้แก่
  • พฤติกรรมการใช้รถที่สิ้นเปลืองน้ำมัน เช่น การจอดแช่ติดเครื่องยนต์นานเกินไป การขับออกนอกเส้นทาง การขับซิ่งด้วยความเร็ว 
  • การเติมน้ำมันเข้ามาใหม่ ตรงตามบิลค่าน้ำมันหรือเงินที่ใช้จากบัตรเติมน้ำมันจริงหรือไม่ จากตำแหน่งปั๊มที่ถูกต้อง หรือเติมในช่วงเวลาที่กำหนดหรือไม่
  • น้ำมันลดลงผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาณแรกของการขโมยน้ำมัน เพราะเกิดจากการขโมยดูดน้ำมันออกจากถัง เพื่อลักลอบไปขายตลาดน้ำมันเถื่อน หรือที่รู้จักกันว่า “เล้าหมู”

การแจ้งเตือนจะเข้าสู่ระบบฟลีทเว็บบนคอมพิวเตอร์และแอปฯ สมาร์ทโฟนมือถือทันที พร้อมข้อมูลพิกัด วันเวลา หรือผู้ขับรถอย่างละเอียด ช่วยให้ธุรกิจรู้ความเคลื่อนไหวของน้ำมันและรถตลอดเวลา 24 ชม. แบบอัตโนมัติ ไปจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที 

  1. ระบบเซนเซอร์น้ำมันรวบรวมข้อมูลและจัดทำเป็นรายงานเชิงลึกเพื่อธุรกิจนำไปต่อยอด เพื่อแก้ไขการทุจริตน้ำมันหรือพฤติกรรมการขับขี่ให้ใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จนลดการใช้น้ำมันสิ้นเปลือง และเปลี่ยนเป็นการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack จึงลดต้นทุนค่าน้ำมันยุคน้ำมันแพงได้ในเวลารวดเร็ว

เคล็ดลับใช้ระบบ Cartrack ประหยัดมากขึ้นได้หลายเท่า

  • ใช้ระบบ Route Optimization ระบบเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack สามารถเสริมฟีเจอร์ Delivery วางแผนเส้นทาง หรือ Route optimization แบบอัตโนมัติ เพื่อลดระยะทาง น้ำมัน เวลา และแรงงานที่วิ่งเปล่าให้เหลือน้อยที่สุด
  • กล้องติดรถเพื่อติดตามพฤติกรรมคนขับและความปลอดภัยบริเวณถังน้ำมัน กล้องติดรถ AI ติดตามพฤติกรรมคนขับจะแจ้งเตือนเมื่อพบคนขับทำพฤติกรรมขับขี่เสี่ยงอันตรายและเสี่ยงเปลืองน้ำมัน และกล้องติดรถส่องถังน้ำมัน ช่วยยืนยันการเติมเข้าหรือการดูดน้ำมันรถออกเป็นหลักฐานชัดเจน 100%

ไม่มีธุรกิจหรือใครที่ไม่มีความท้าทายหรืออุปสรรค แต่คนที่จะรอดและรุ่งจากปัญหาคือ คนที่เอาชนะปัญหาด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือที่เหมาะสม เช่นกันกับยุคน้ำมันแพงนี้ Cartrack ขอเอาใจช่วยและพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนส่งในทุกสถานการณ์ 

หากธุรกิจสนใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน ระบบติดตามรถบรรทุก GPS ติดตามรถสำหรับรถประเภทต่าง ๆ หรือเซนเซอร์เฉพาะทาง ติดตั้งตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุกก่อสร้าง จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

รถจำนวนมากติดอยู่บนถนน ในช่วงน้ำมันขาดแคลน

ยุคน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้น กลไกของเซนเซอร์น้ำมันทำหน้าที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร และความรู้ดีๆ เพื่อรับมือน้ำมันขึ้นราคาอย่างได้ผล