เมื่อสถานการณ์น้ำมันแพงดำเนินไประยะหนึ่ง ธุรกิจขนส่งหรือมีรถใช้งานก็เริ่มขึ้นค่าใช้จ่าย ตามนโยบายรัฐหรืออาจจะด้วยเพราะแบกรับภาระต้นทุนเองไม่ไหวอีกต่อไป แต่ก็ยังมีวิธีอื่นที่ธุรกิจมีรถสามารถจัดการได้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ต้นทุนได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อคือ การติดเซนเซอร์น้ำมันที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน
บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ชวนรู้จักกลไกของเซนเซอร์น้ำมันทำหน้าที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ยุคน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้น และความรู้ดี ๆ เพื่อรับมือน้ำมันขึ้นราคาอย่างได้ผล
Cartrack ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการงานขนส่งแบบครบวงจร เครื่องมือยอดนิยมของเรา ได้แก่ ระบบติดตามรถบรรทุก เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน กล้องติดรถแบบวงจรปิดและแจ้งเตือนคนขับ ฯลฯ ด้วยประสบการณ์ให้บริการระบบและติดตั้งมากว่า 20 ปี Cartrack เป็นพาร์ทเนอร์ระบบที่ลูกค้าธุรกิจมากกว่า 125,000 แห่งไว้วางใจใช้พัฒนาธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน
สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและสัญญาณการขาดแคลนในช่วงต้นปี 2569 มีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยความขัดแย้งระดับโลกที่รุนแรงขึ้น และปัญหาด้านการจัดการภายในประเทศ โดยสรุปได้ดังนี้
ปัจจัยสงครามระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทาน (Supply) น้ำมันของโลก
เพราะสงครามที่เกิดขึ้นนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางการเดินเรือที่สำคัญที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของอิหร่าน ทำให้อิหร่านปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ทำให้การขนส่งน้ำมันหยุดชะงักอย่างกะทันหันและส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีรายงานการโจมตีคลังเก็บน้ำมันในภูมิภาค ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงทันที
และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 60% ทะลุระดับ 100-118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นราคาขายของไทยก็คือ ขึ้นราคา 10 บาทกว่าต่อลิตร ในทุกราคาน้ำมัน
แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้นานหลักเดือน แต่ก็เกิดปัญหาปั๊มปิดหรือน้ำมันหมด ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เช่น
นอกจากนี้ยังมีค่าเงินบาทอ่อนค่า การนำเข้าน้ำมันต้องใช้เงินดอลลาร์ เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันแพงขึ้นโดยอัตโนมัติ
รวมถึงโครงสร้างภาษี ราคาที่เห็นหน้าปั๊มไม่ได้คิดแค่ค่าน้ำมัน แต่ยังมีภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาสูงขึ้น

จากสาเหตุของมรสุมต้นทุนน้ำมันครั้งใหญ่ในปี 2569 ที่มาจากวิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางและการบริหารจัดการน้ำมันในประเทศที่ไม่สู้ดี ซึ่งเรื่องนี้สร้างผลกระทบใหญ่ ๆ กับธุรกิจมีรถอยู่ 4 เรื่อง
สัดส่วนต้นทุนเชื้อเพลิงเปลี่ยนไป เพราะเพิ่มขึ้นทีเดียว 20% ทำให้จากเดิมที่น้ำมันอาจคิดเป็น 30% ของต้นทุนรวม ตอนนี้อาจพุ่งสูงถึง 45-50% ทำให้กำไรต่อเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย
นอกจากค่าน้ำมัน ยังมีค่าเบี้ยประกันภัยขนส่ง ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยงของโลก และค่าบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายตามปกติ รวมถึงอะไหล่บางรายการที่ต้องนำเข้า และได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนด้วย
ผู้ค้าส่งน้ำมัน ปั๊มน้ำมัน หรือคู่ค้าอาจขอยกเลิกการให้เครดิตเทอมชำระหนี้หรือปรับให้สั้นลง เพื่อรักษาจังหวะเงินสดของตัวเอง ทำให้คุณต้องใช้เงินก้อนใหญ่ขึ้นในการสำรองน้ำมัน
หรือหากคุณเป็นธุรกิจที่ทำสัญญารับงานระยะยาวแบบราคาคงที่ โดยไม่มีข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมน้ำมัน จะขาดทุนทันที เพราะต้นทุนแซงหน้าค่าจ้าง ต้องปรับแผนการทำสัญญาระยะยาวแบบมีเงื่อนไขว่าเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขสถานการณ์บางอย่าง เช่น ภาวะสงคราม สู้รบ เป็นต้น
ปัญหาน้ำมันหมดหน้าปั๊ม รถของคุณอาจต้องวิ่งหาปั๊มที่มีน้ำมัน หรือต้องรอคิวนาน จนทำให้แผนการส่งสินค้าเลื่อนออกไป ส่งผลต่อความเชื่อถือของลูกค้า
รวมถึงเส้นทางและเวลาขนส่งที่ยาวขึ้นได้ ในกรณีการขนส่งระหว่างประเทศที่สู้รบ การหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้งทำให้ต้องอ้อมเส้นทาง ซึ่งเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงและเวลาทำงานของพนักงานขับรถ
บริษัทขนส่งรายใหญ่เริ่มประกาศปรับขึ้นค่าขนส่งชั่วคราวแล้วประมาณ 3 บาทต่อชิ้น หรือปรับตามระยะทาง หากคุณเป็นธุรกิจที่ซื้อขายกับธุรกิจด้วยกัน อาจต้องเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอปรับราคาสินค้าตามต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมักจะเจรจายากและใช้เวลานาน
เซนเซอร์น้ำมัน คือ เทคโนโลยีติดตามและตรวจจับความเคลื่อนไหวของน้ำมัน ทั้งการใช้ การเติมเข้า และการลดลงอย่างผิดปกติ ซึ่งมีประโยชน์ต่อธุรกิจมีรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคน้ำมันราคาแพง ด้วยข้อดีที่น่าสนใจดังนี้
เซนเซอร์น้ำมัน จะทำงานร่วมกับระบบติดตามรถ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ที่สิ้นเปลืองแบบแม่นยำ เช่น การจอดแช่ติดเครื่องยนต์นานเกิน การขับซิ่ง การขับอ้อม ฯลฯ พร้อมพิกัด เวลา และข้อมูลคนขับ
ซึ่งสำหรับรถบรรทุกตัวถังทั่วไปประมาณ 3,000 กก. หากปิดแอร์แค่ติดเครื่องหรือเดินเบาเฉย ๆ อัตราสิ้นเปลืองโดยประมาณต่อ 1 ชั่วโมงจะกินน้ำมันที่ประมาณ 0.8 - 1.2 ลิตร และหากเปิดแอร์จะกินน้ำมันมากถึงประมาณ 1.2 - 2.0 ลิตร ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเปล่าแบบไม่ได้อะไรเลย
นอกจากการใช้น้ำมันสิ้นเปลืองไม่ตั้งใจ การทุจริตน้ำมันแบบตั้งใจก็เป็นปัญหาที่ธุรกิจมีรถใช้งานเจอบ่อย เช่น การดูดน้ำมันออกไปขาย ขโมยน้ำมัน พนักงานขับรถ โกงน้ำมัน เติมไม่ครบลิตรแต่เบิกเต็ม ใช้รถนอกเวลางาน ฯลฯ
การติดเซนเซอร์น้ำมันจะตรวจจับและแจ้งเตือนระดับน้ำมันที่ลดลงผิดปกติ หรือการเติมน้ำมันที่ผิดปกติ โดยเทียบข้อมูลความเคลื่อนไหวน้ำมันกับเส้นทาง GPS หรือพิกัดสถานที่ ว่าเติมที่ปั๊มน้ำมันจริงหรือไม่ เติมเข้ามากี่ลิตร ณ เวลานั้น มีหลักฐานชัดเจนในการพิสูจน์ความถูกต้องหรือการทุจริต
ลดและหยุดการทุจริตในการทำงานอย่างเห็นผลด้วยระบบอัตโนมัติที่แม่นยำและเป็นกลาง เจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการขนส่งไม่ต้องคอยจับตาหรือไล่ตามด้วยตัวเองตลอดเวลา
ไม่มีพนักงานคนไหนชอบโดนตำหนิเรื่องการทำงานแบบไม่มีหลักฐานชัดเจน เซนเซอร์น้ำมันที่ทำงานควบคู่กับระบบ GPS ติดตามรถ ข้อมูลน้ำมันจะมาพร้อมข้อมูลความเคลื่อนไหวของน้ำมันกับข้อมูลการขับขี่แบบละเอียด
สะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า การขับขี่แบบไหนที่ดีต่อน้ำมันและเครื่องยนต์ และขับขี่แบบไหนที่ให้ผลตรงข้าม ธุรกิจสามารถใช้อบรมคนขับแบบมีหลักฐาน ให้ปรับปรุงการขับขี่ให้ดีขึ้น ให้รางวัลคนขับที่ขับขี่ประหยัดน้ำมันและใช้รถแบบถนอมได้แบบชัดเจน มีมาตรฐาน และเป็นระบบ
เซนเซอร์น้ำมันจะบอกปริมาณน้ำมันที่ใช้ต่อคัน ต่อเดือน หรือช่วงเวลาที่กำหนด และประสิทธิภาพการใช้น้ำมัน ทำให้ธุรกิจสามารถคาดการณ์ค่าน้ำมันรายเดือน เปรียบเทียบรถแต่ละคัน รุ่น เส้นทางการขับขี่ ช่วยให้ตัดสินใจเปลี่ยนรถหรือซ่อมบำรุงได้จากข้อมูลจริง

โดดเด่นกว่าอุปกรณ์ติดตามน้ำมันไหน ๆ เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ออกแบบมาเพื่อธุรกิจมีรถใช้ลดต้นทุนน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพช่วงจังหวะน้ำมันแพงเป็นอย่างยิ่ง ด้วยขั้นตอนการทำงานดังต่อไปนี้
การแจ้งเตือนจะเข้าสู่ระบบฟลีทเว็บบนคอมพิวเตอร์และแอปฯ สมาร์ทโฟนมือถือทันที พร้อมข้อมูลพิกัด วันเวลา หรือผู้ขับรถอย่างละเอียด ช่วยให้ธุรกิจรู้ความเคลื่อนไหวของน้ำมันและรถตลอดเวลา 24 ชม. แบบอัตโนมัติ ไปจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
ไม่มีธุรกิจหรือใครที่ไม่มีความท้าทายหรืออุปสรรค แต่คนที่จะรอดและรุ่งจากปัญหาคือ คนที่เอาชนะปัญหาด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือที่เหมาะสม เช่นกันกับยุคน้ำมันแพงนี้ Cartrack ขอเอาใจช่วยและพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจขนส่งในทุกสถานการณ์
หากธุรกิจสนใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน ระบบติดตามรถบรรทุก GPS ติดตามรถสำหรับรถประเภทต่าง ๆ หรือเซนเซอร์เฉพาะทาง ติดตั้งตอนนี้ ฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน
สอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุกก่อสร้าง จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
YouTube: CartrackThailand
TikTok: cartrack.thailand
LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

ยุคน้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้น กลไกของเซนเซอร์น้ำมันทำหน้าที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร และความรู้ดีๆ เพื่อรับมือน้ำมันขึ้นราคาอย่างได้ผล