หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางไกลด้วยการขับรถไปเอง ความพร้อมของพาหนะที่คุณใช้ช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นปลอดภัย ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการใช้ GPS ติดตามรถ เพื่อความปลอดภัย รวมถึงการเช็ครถก่อนเดินทางด้วยตัวเอง
บทความตอนนี้ของคาร์แทรค (Cartrack) จะมาพูดถึงส่วนต่าง ๆ ของรถที่คุณควรตรวจเช็ค พร้อมวิธีการอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณจะพาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย
สิ่งแรกที่คุณควรทำในการเช็ครถก่อนเดินทาง คือ การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่อง วิธีตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องแบบง่าย ๆ คือ ขั้นแรก เปิดฝากระโปรงหน้ารถออกมา บริเวณด้านขวาของเครื่องยนต์จะมีห่วงที่เป็นสีเหลืองอยู่ ให้ดึงห่วงนั้นขึ้น ห่วงนี้คือสายวัดระดับน้ำมันเครื่อง บนสายนั้นจะมีขีดอยู่ 2 ขีด เขียนว่า H กับ L
น้ำมันเครื่องที่เปื้อนติดขึ้นมาจะต้องอยู่ระหว่างจุดสองจุดนี้ อย่าปล่อยให้ระดับน้ำมันเครื่องต่ำกว่าจุดต่ำสุด (จุด L) เด็ดขาด หากพบว่าน้ำมันเครื่องเหลือต่ำกว่า L ควรส่งเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

สำหรับแบตเตอรี่ชนิดที่ต้องเติมน้ำกลั่น ด้านหน้าของแบตเตอรี่จะมีเส้นขนานกัน 2 เส้น เส้นบน คือ ระดับสูงสุดของน้ำกลั่น เส้นล่าง คือ ระดับต่ำสุดของน้ำกลั่น ด้านบนของแบตเตอรี่จะมีจุกสำหรับเติมน้ำกลั่นอยู่ทั้งหมด 6 จุก เริ่มต้นการตรวจเช็คโดยเปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นของแบตเตอรี่ ทั้ง 6 ช่องจะต้องมีน้ำกลั่นไม่ต่ำกว่าเส้นล่าง หรือไม่ต่ำกว่าแผ่นธาตุที่อยู่ข้างใน
ถ้าหากพบว่าน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ลดต่ำกว่าปกติให้ใช้น้ำกลั่นเติมลงในช่องด้านบน เมื่อเติมแล้วน้ำกลั่นจะต้องไม่เกินเส้นบน หากน้ำกลั่นช่องใดช่องหนึ่งลดต่ำลงไปมาก อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจสอบให้สม่ำเสมอ เมื่อเติมน้ำกลั่นเสร็จแล้วอย่าลืมปิดฝาให้สนิท เป็นอันเสร็จพิธี

ระดับน้ำหล่อเย็นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพราะเมื่อเครื่องยนต์ถูกใช้งานเป็นเวลานาน จะเกิดความร้อนขึ้น ระบบหล่อเย็นจะเป็นตัวลดความร้อนของเครื่องยนต์ลง ยิ่งคุณจะเดินทางไกล การตรวจระดับน้ำหล่อเย็นยิ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องทำในการตรวจเช็ครถก่อนเดินทาง
ถังน้ำหล่อเย็นหรือหม้อน้ำหล่อเย็นถูกติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของเครื่องยนต์ภายใต้ฝากกระโปรง ซึ่งหม้อน้ำหล่อเย็นนี้มีลักษณะเป็นแผ่นอลูมิเนียมขนาดประมาณ 50 x 60 ซม. มีลักษณะเป็นรังผึ้งเพื่อระบายความร้อน ส่วนด้านบนจะมีฝาเปิด-ปิด สำหรับตรวจเช็คระดับน้ำหล่อเย็นว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งบริเวณท่อที่ต่อกับฝา เปิด-ปิด นี้เองจะมีสายยางต่อไปยังถังพักน้ำสำรอง สายนี้ทำมาจากพลาสติกสีขาวขุ่นติดตั้งอยู่บริเวณซุ้มล้อขวาด้านในของฝากระโปรงรถ คุณไม่ควรปล่อยให้น้ำในส่วนนี้ลดหรือแห้งเพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหาย ถ้าระดับน้ำลดต่ำลง ควรรีบหาน้ำมาเติม แต่จะต้องเติมในขณะที่เครื่องยนต์เย็นลงแล้วเท่านั้น จะเติมขณะที่รถเพิ่งจอดหมาด ๆ ไม่ได้ เพราะเครื่องยังร้อนอยู่ อาจทำให้หม้อน้ำแตกได้

ในการตรวจเช็ครถก่อนเดินทาง คุณจะต้องมั่นใจว่าไม่มีการรั่วซึมของท่อทางเดินต่าง ๆ ภายในรถ การรั่วซึมที่ว่านี้ เช่น การรั่วซึมของน้ำมันเบรค น้ำมันครัช น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเครื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายต่าง ๆ ที่จะตามมาระหว่างทาง ถ้าหากพบว่ามีการรั่วซึมก็ควรรีบดำเนินการแก้ไขโดยทันทีก่อนที่ปัญหาเล็ก ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ลองคิดว่าคุณจะต้องลงมายืนตากแดด เพราะรถจอดเสียข้างถนนดูซิ ไม่สนุกแน่

ยางรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องทำในการเช็ครถก่อนเดินทาง หากมันมีปัญหาก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางหรือทำให้สมรรถนะในการขับขี่ของแย่ลงได้ ส่วนวิธีการตรวจเช็คยางรถยนต์ ที่ต้องทำมีดังนี้
ขั้นตอนแรก ให้ดูลักษณะของยางรถยนต์ว่าแตกปริหรือดอกยางเสื่อมสภาพตามกาลเวลาหรือไม่ ควรแน่ใจเสมอว่าคุณมียางอะไหล่ติดไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
ขั้นตอนที่สอง สังเกตยางรถยนต์ว่ามีการอ่อนตัวมากกว่าปกติหรือไม่ ล้อทุกล้อจะต้องตึงพอ ๆ กัน คุณอาจจะตรวจได้ง่าย ๆ โดยการใช้เกจ์วัดแรงดันลมที่มีให้บริการตามปั๊มน้ำมัน โดยปกติแรงดันลมยางโดยทั่ว ๆ ไปจะอยู่ที่ 30-35 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หากพบว่าต่ำกว่านี้จะต้องเติมลมยางทันที

ลูกหมากปีกนกนี้จะมีเฉพาะล้อด้านหน้า ข้างละ 2 ตัว คือ ปีกนกบนและปีกนกล่าง ทั้งซ้ายและขวา ในการเช็ครถก่อนเดินทางคุณควรจะต้องตรวจดูว่ามีลูกหมากปีกนกทั้ง 4 ตัวมีการหล่อลื่นดีหรือไม่ โดยปกติสิ่งที่ใช้เป็นตัวหล่อลื่นลูกหมากปีกนก คือ จาระบี มีลักษณะคล้ายวาสลิน หรือสีผึ้งทาปาก แต่อ่อนตัวกว่าเล็กน้อย
จาระบีไม่ใช่ของเหลวและไม่ใช่ของแข็ง แต่จะมีลักษณะหนืดเหนียว คุณจะต้องตรวจดูว่าไม่มีของเหลวชนิดใดไหล เปียก แฉะ เยิ้ม บริเวณนี้ ถ้ามี ต้องหาสาเหตุว่ามาจากไหน และรีบจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

ระบบรองรับหลังที่สำคัญ คือ แหนบ แหนบจะอยู่คั่นกลางระหว่างเพลาท้ายกับคลัตช์ซี บูชหูแหนบจะมีด้านละ 2 หูคือข้างหน้าและหลัง คุณจะต้องตรวจดูให้แน่ใจว่ามีจาระบีหล่อลื่นอยู่ ไม่แห้งผากไร้จาระบีเคลือบและจะต้องไม่มีของเหลวใด ๆ ไหลเปียกแฉะ

หลังจากที่คุณเช็ครถก่อนเดินทางด้วยตัวเองง่าย ๆ ตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นครบทุกส่วน ทีนี้รถยนต์เพื่อนยากของคุณก็พร้อมลุยไปกับคุณแบบถึงไหนถึงกันแล้ว
ไม่ว่าคุณจะมีรถใช้งาน 1 คันหรือหลายสิบหลายร้อยคัน คุณก็ติดตามและจัดการยานพาหนะทุกคันง่าย ๆ ได้ด้วยอุปกรณ์ GPS ติดตามรถและระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack
ทำได้มากกว่าการติดตามตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ เพราะ GPS ติดรถของเราจะมีการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนด การเบรกกะทันหัน การสตาร์ทรถจอดแช่เป็นเวลานาน ทำให้คุณทราบพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องปรับปรุง และยังมีระบบการแจ้งเตือน สามารถบันทึกกิจกรรมที่ต้องทำเพื่อกันลืมได้ เช่น การต่อภาษีรถ การตรวจสภาพรถประจำปี การต่อใบขับขี่ ฯลฯ
นอกจากนี้เรายังให้บริการติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน เพื่อใช้งานร่วมกับกล่อง GPS ติดตามรถ หรือกล้อง AI ซึ่งเป็นกล้อง GPS ติดรถแบบ CCTV ใช้งานกับรถยนต์หรือรถบรรทุกได้ ราคาคุ้มค่า พร้อมยกระดับการทำงานให้ธุรกิจมีรถของคุณด้วยข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์
หากสนใจสอบถามข้อมูล GPS รถตู้ รถยนต์ รถบรรทุกเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา กรอกข้อมูลติดต่อที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 - 17.30 น.
สำหรับลูกค้าใหม่ Cartrack! ติดตั้งวันนี้ ฟรีค่าติดตั้งและค่าอุปกรณ์กล่อง GPS จ่ายเพียงค่าบริการ พร้อมโปรโมชันพิเศษ รับเลยทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดรถยนต์ รถตู้ รถกระบะ GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

หากคุณชื่นชอบการเดินทางไกลด้วยการขับรถไปเอง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตรวจสอบรถก่อนเดินทางด้วยตัวเอง Cartrack จะมาแนะนำส่วนต่าง ๆ ของรถที่คุณควรตรวจเช็ค