คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

รถใหญ่ ไม่อยากถูกปรับ จัดการ “แผ่นสะท้อนแสง”ด่วน!

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

เนื่องจากสถิติด้านอุบัติภัยทางรถยนต์จากทั่วโลก พบว่ามีจำนวนครั้งและมูลค่าความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลชนกับ “รถใหญ่” หรือ “รถบรรทุก” หลายครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตต่างจังหวัดที่มีการวิ่งด้วยความเร็วสูง และพบความถี่ของอุบัติเหตุบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน จึงนำมาสู่การออกข้อกำหนดที่เป็นความร่วมมือสากลขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN Regulation นำมาสู่การเพิ่มเติมหรือปรับแก้ไขข้อกฎหมายทางยานยนต์ในแต่ละประเทศทั่วโลก เพื่อให้สอดคล้องตามหลักความปลอดภัยสากล และเพื่อลดอุบัติเหตุในแต่ละประเทศนั่นเอง

 

ในส่วนของประเทศไทย ก็ยังอยู่ในช่วงเร่งรัดใช้กฎหมายที่ถูกออกส่วนขยายเพิ่มเติม (เมื่อ 22 มีนาคม 2560) จาก พรบ.ขนส่ง พ.ศ. 2522 ว่าด้วยเรื่องของการติดแผ่นสะท้อนแสงสำหรับ “รถใหญ่” ซึ่ง นัยทางกฎหมาย ได้ขยายความลงรายละเอียดลงถึง “รถบรรทุก” หลายชนิด ได้แก่ รถผสมปูนคอนกรีต รถสำหรับเก็บขยะ รถสำหรับบรรทุกสินค้า รถของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ส่วนบุคคล ฯลฯ

 


 
โดยเนื้อหาในกฎหมายฉบับดังกล่าว ได้กล่าวถึงระเบียบฯ ในการติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงว่า

  • สำหรับรถบรรทุกที่เพิ่งทำการจดทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ต้องทำการติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงให้เรียบร้อย
  • กรณีรถที่จดทะเบียน ก่อน 1 ม.ค. 2561 แล้วยังไม่ได้ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง ต้องรีบแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน 1 ม.ค. 2562 หรือหากติดตั้งแล้ว แต่ไม่เป็นตามระเบียบที่กฎหมายระบุ ก็ต้องรีบแก้ไขเช่นกัน
  • กรณีรถที่จดทะเบียน ก่อน 1 ม.ค. 2561 แล้วติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงได้ถูกต้องทั้งขนาด จำนวน และตำแหน่งของ แต่พลาดที่สีของแผ่นสะท้อนแสงที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ก็ให้รีบดำเนินการก่อน 1 มกราคม 2563

 


 
ทั้งนี้ ในประกาศฯ ของกรมการขนส่งทางบอก พ.ศ. 2560 ได้ระบุลักษณะ สี ขนาด จำนวน และตำแหน่งของการติดตั้งไว้ โดยเน้นประเด็นที่สำคัญ คือ

  • สีของแผ่นสะท้อนแสง – แผ่นสะท้อนแสงที่ติดตั้งที่ท้ายรถบรรทุก ต้องเป็นวัสดุสีเหลือง หรือสีแดง ส่วนที่ติดด้านข้างของตัวรถ ต้องใช้แผ่นสะท้อนแสงสีเหลืองหรือสีขาว
  • กฎหมายได้เน้นย้ำว่า – รถที่ต้องติดแผ่นสะท้อนแสงคือ รถบรรทุกทุกชนิด ยกเว้นแต่รถลากจูง ที่มี 2 เพลา 4 ล้อ และยาง 6 เส้นขึ้นไป
  • ประสิทธิภาพของแผ่นสะท้อนแสง – ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบว่าสามารถสะท้อนแสงกลับไปในทางที่มา เช่น แสงไฟหน้ารถยนต์ที่วิ่งตามหลังรถบรรทุก เมื่อไปตกที่แผ่นสะท้อนแสงก็ต้องสะท้อนกลับมาให้คนขับรถยนต์คันนั้น เห็นได้ในระยะไม่ต่ำกว่า 150 เมตร
  • รูปร่างของแผ่นสะท้อนแสง – กฎหมายอนุโลมให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ตามสมควร เน้นที่ต้องสังเกตเห็นง่าย และเน้นความมินิมอล (คือเรียบง่าย) เช่น รูปวงกลม สี่เหลี่ยมจัตุรัส-ผืนผ้า สามเหลี่ยมด้านเท่า (ตั้งยอดแหลมขึ้นชี้บน)
  • ขนาดของแผ่นสะท้อนแสง – หากแผ่นสะท้อนแสงเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางต้องไม่น้อยกว่า 5 ซม. ส่วนทรงสี่เหลี่ยม ความกว้างยาวน้อยสุดแต่ละด้าน คือ 5 ซม. ส่วนรูปสามเหลี่ยม ต้องมีความยาวด้านละ 15 ซม -20 ซม.
  • ตำแหน่งที่ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง – ต้องติดเข้ากับตัวถังรถ หรือติดกับโคมไฟรถ อย่างเรียบร้อย
  • ความกว้างของตัวรถบรรทุกที่ต้องติดแผ่นสะท้อนแสง – กฎหมายระบุว่าตัวรถบรรทุกของกิจการบริษัทใด ๆ ที่มีความกว้าง 2.1 เมตรขึ้นไป ต้องติดแผ่นสะท้อนแสงที่ท้ายรถ โดยต้องใช้แผ่นสะท้อนแสงเป็นสีเหลืองหรือแดง (ดังกล่าวไว้ตอนต้น)
  • ความยาวของรถบรรทุกที่ต้องติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง – กรณีรถพ่วงหรือรถกึ่งพวง ที่มีความยาวมากกว่า 6 เมตรขึ้นไป (ให้วัดรวมแขนพ่วงด้วย) ต้องใช้แผ่นสะท้อนแสงเป็นสีเหลืองหรือสีขาว ติดที่ด้านข้างของตัวรถ
  • จำนวนแผ่นสะท้อนแสงที่ติดตั้งด้านข้างรถ – ให้ติดตั้ง จำนวนขั้นต่ำ 1 ชิ้นขึ้นไป จนถึงระยะความยาว 1 ใน 3  หรือ 2 ใน 3 ของความยาวรถ
  • ระยะหรือตำแหน่งด้านข้างรถที่ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง – แผ่นสะท้อนแสงชิ้นแรก ต้องติดห่างจากด้านหน้าสุดของรถไม่เกิน 3 เมตร และแผ่นสะท้อนแสงชิ้นสุดท้ายต้องห่างจากด้านท้ายสุดของรถบรรทุก ไม่เกิน 1 เมตร และระยะระหว่างแผ่นสะท้อนแสงแต่ละชิ้น ต้องไม่เกิน 3 เมตร
  • การติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงที่ท้ายรถ – ให้ใช้แผ่นสะท้อนแสงสีแดง ติดตั้งทางท้ายรถด้านซ้ายและขวา ด้านละ 1 – 2 ชิ้น ในแนวระนาบเดียวกัน ในระยะห่างที่สมมาตรกันทั้งซ้าย-ขวา เพื่อความสมดุล หรืออาจจะเลือกใช้แผ่นสะท้อนแสงในลักษณะที่รวมอยู่กับโคมไฟท้าย (แบบสำเร็จรูป) แล้วก็ได้ โดยให้ระยะห่างระหว่างกันของ แผ่นสะท้อนแสงไม่ต่ำกว่า 2 ฟุต และห่างจากขอบข้างรถ ไม่น้อยกว่า 40 ซม. สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 25 ซม.

 


แผ่นสะท้อนแสงช่วยให้สามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่ารถใหญ่ หรือรถบรรทุก โดยเฉพาะรถพ่วง มีความยาวเท่าใด ซึ่งสำคัญในการช่วยกะระยะสำหรับการเปลี่ยนเลน หรือการขอเส้นทางโดยเฉพาะการขับขี่ในเวลากลางคืน และแม้แต่รถบรรทุกเหล่านั้นจะจอดอยู่ เช่น จอดชิดข้างทาง หรือหากเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็จะเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจน ลดการเกิดเหตุรถชนซ้ำซ้อนได้

 

ทั้งนี้ หากผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ทำตามระเบียบฯ เจ้าของรถหรือเจ้าของกิจการ ต้องโทษชำระค่าปรับ ตาม พรบ.ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 คือ เสียค่าปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับส่วนที่ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมหรือการดำเนินคดีทางอาญา กรณีที่มีอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น มีคนเสียชีวิตจากรถชน

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?