คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

เครื่อง GPS มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

นับตั้งแต่แรกเริ่มแนวคิดของ GPS ในปี 1953 จากการที่นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาติดตามการส่งดาวเทียมสปุตนิกของสหภาพโซเวียต จนพบปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ของคลื่นวิทยุที่ส่งมาจากดาวเทียมนั้น ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดจนในปี 1960 ได้เกิด เครื่องGPS ขึ้นครั้งแรกของโลกโดยใช้เฉพาะในกองทัพสหรัฐ

กระทั่งปี 1983 ได้เกิดโศกนาฏกรรมทางการบินเมื่อ เที่ยวบิน 007 ของสายการบิน Korean Airline ได้บินออกนอกเส้นทางการบินเข้าสู่น่านฟ้าของสหภาพโซเวียต จนทำให้ถูกเครื่องบินสกัดกั้นอากาศยานของทางโซเวียตยิงตก ส่งผลให้ผู้โดยสารทั้ง 269 คน เสียชีวิตทั้งหมด หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คณะรัฐบาลของนาย Ronald Reagan ได้ประกาศให้ประชาชนทั่วโลกสามารถเข้าถึงระบบ GNSS ของกองทัพสหรัฐ หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่า GPS ทำให้ระบบGPSนั้นเป็นที่รู้จัก และถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง จนเครื่องGPSกลายเป็นสิ่งที่หลายๆคนขาดไม่ได้ไปแล้วหากต้องเดินทางไกล

 

ส่วนประกอบเครื่องGPSในยุคปัจจุบัน

เครื่องGPSในปัจจุบันถูกพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้นมีฟังก์ชั่นการใช้งานมากมายไม่ว่ากล้องหน้ารถ จอสัมผัส ระบบแนะนำสถานที่ แต่โดยหลักๆแล้วเครื่องGPSจะมีส่วนประกอบหลักๆที่เหมือนกันคือ

  • ตัวเครื่อง (Body)
    คือตัวเครื่องGPSซึ่งมีลักษณะการออกแบบและวัสดุแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท
  • ส่วนให้พลังงาน (Power Supply)
    เนื่องจากเครื่องGPSจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อหล่อเลี้ยงระบบทั้งการประมวณผลและการรับส่งสัญาณ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไม่ติดขัด แบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
  • ส่วนเสาอากาศ (Antenna)
    ทำหน้าที่คอยรับสัญญาณดาวเทียม
  • ส่วนประมวลผล(Chipset)
    เป็นส่วนประมวลผลคอยคำนวณข้อมูลที่รับจากดาวเทียมและแสดงผลออกมาให้เราได้เห็น

เราสามารถแบ่งเครื่องGPSออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามจุดประสงค์ในการใช้งาน คือ GPS Navigator (อุปกรณ์และระบบนำทาง) และ GPS Tracking System (อุปกรณ์และระบบติดตามรถ ยาพาหะนะหรือสัตว์เลี้ยง) ซึ่งจะมีการทำงานที่แตกต่างกัน คือ

 

GPS Navigator หรือ อุปกรณ์และระบบนำทาง

เป็นอุปกรณ์สำหรับบอกตำแหน่งที่เราต้องการเดินทางไป พร้อมแนะนำเส้นที่เหมาะสม ส่วนมากแล้วจะใช้งานเพื่อเดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยซึ่งเจ้าของรถไม่เคยไปหรือไปไม่บ่อย ช่วยป้องกันการหลงทางและเสียเวลาได้เป็นอย่างดี

เครื่องGPSประเภทนี้จะแสดงตำแหน่งและเส้นทางบนแผนที่ที่ใช้ในการเดินทาง โดยตำแหน่งพิกัดของตัวรถใน GPS จะเคลื่อนที่ตามการเคลื่อนที่จริงของรถ พร้อมการส่งเสียงแจ้งเตือนการเปลี่ยนทิศทาง เช่น เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือ กลับรถ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องหันมองหน้าจอตลอดเวลาจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้

นอกจากระบบการนำทางไปสถานที่ที่ต้องการแล้ว ปัจจุบันบริษัทต่างๆได้เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกลงไปในเครื่องGPSอีกหลายอย่างเช่น สามารถเป็นกล้องติดหน้ารถได้ มีระบบแนะนำสถานที่สำคัญอย่างธนาคาร ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น

 

GPS TRACKING SYSTEM (อุปกรณ์และระบบติดตามรถหรือยานพาหนะ)

เป็นอุปกรณ์ติดตามรถโดยจะเก็บตำแหน่งเส้นทางการเดินรถตลอดเวลา เพื่อนำมาใช้ติดตามรถในกรณีถูกโจรกรรมหรือนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการยานพาหนะในเชิงพาณิชย์ โดยใช้เพื่อบริหารจัดการการขนส่งในกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจบริการ ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร และรถสาธารณะต่างๆ

GPS Tracking นั้นมักจะใช้คู่กับ software วิเคราะห์หาวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการใช้รถ และป้องกันการขนส่งทุกขั้นตอน โดยเครื่องGPSจะส่งข้อมูลผ่านทางคอมพิวเตอร์ตลอด24ชั่วโมง ซึ่ง GPS Tracking นั้นมีสามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบตามการใช้งาน คือ แบบ Offline, แบบกึ่ง Offline และแบบ Online

  1. อุปกรณ์ติดตามรถแบบ Offline
    เป็นแบบเก็บตำแหน่งข้อมูล พิกัดการเดินทางต่างๆเอาไว้ในตัวเครื่องGPSเมื่อต้องใช้ข้อมูลจำเป็นต้องต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนถ่ายข้อมูลออกมาดู ซึ่ง GPS Trackingc แบบ Offline นี้จะมีราคาถูกที่สุด แต่จะไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งรถในปัจจุบันได้
  2. อุปกรณ์ติดตามรถแบบกึ่ง Offline
    เครื่องGPSแบบนี้จะมีช่องสำหรับใส่ Simcard และสามารถได้ส่งข้อมูลพิกัดกลับไปให้ผู้ใช้ได้เมื่อมีการส่งเรียกตำแหน่งจากตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถติดตามรถได้เป็นระยะ
  3. อุปกรณ์ติดตามรถแบบ Online
    เครื่องจะรับข้อมูลพิกัดจากดาวเทียม และส่งไปเก็บที่เครื่อง Server โดยใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูล ตำแหน่งปัจจุบัน ประวัติการเดินทาง ได้ตลอดเวลาผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือนอกจากนี้ในผู้ให้บริการบางรายยังสามารถส่งคำสั่งกลับไปที่เครื่องGPSเพื่อควบคุมระบบต่างๆของรถได้ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำมัน ได้ แต่ GPS Tracking แบบนี้นั้นอาจจะต้องมีค่าบริการ Server เพื่อให้เราสามรถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาด้วยนั่นเอง

 

เครื่องGPSแต่ละแบบก็มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน และมีฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติมหลากหลายแบบ การเลือกซื้อเครื่องGPSจึงควรศึกษาให้ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจซื้อเพื่อให้ได้เครื่องGPSที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราและสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนะครับ

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?