คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

เกียร์พัง มีสาเหตุมาจากอะไร ป้องกันได้อย่างไรบ้าง?

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ปัญหาในการขับรถบนท้องถนนทุกวันนี้ มีมากมายหลากหลายสถานการณ์ให้คุณต้องประสบพบเจออยู่เป็นประจำ ซึ่งแต่ละปัญหาก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่คุณอาจคาดไม่ถึงทั้งสิ้น เช่น ปัญหาเกี่ยวกับตัวเครื่องยนต์ที่ขับๆ อยู่ รถก็ดับไปเฉยๆ หรือปัญหาเกี่ยวกับการใช้ถนนร่วมกับรถคันอื่น ที่ขับอยู่ดีๆ ก็มีรถของคนอื่นขับมาชนท้ายรถของคุณอย่างไม่ตั้งใจ และหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่จะมองข้ามไม่ได้เลย ก็คือปัญหา เกียร์พัง ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจจะทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า เป็นเพราะอะไร และจะรับมือป้องกันได้อย่างไรบ้าง โดยวันนี้เราก็ได้นำข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับปัญหาเกียร์พังมาให้คุณได้ทำความเข้าใจกันแล้ว

 

สาเหตุหลักที่ทำให้เกียร์พัง

ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้เกียร์ Auto กันมากขึ้น ซึ่งการขับรถเกียร์ Auto นั้น ทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อตัวผู้ขับ เนื่องด้วยการทำงานอัตโนมัติของระบบเกียร์ ที่ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงเหยียบคลัชหรือเข้าเกียร์อยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความสะดวกสบายนี้ก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาที่คาดไม่ถึงได้ เนื่องจากการใช้งานเกียร์ออโต้อย่างผิดวิธี ส่งผลให้เกียร์ชำรุดตามมา และสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกียร์พังก็มีดังนี้

เปลี่ยนเกียร์กะทันหันในขณะที่รถยังไม่นิ่ง

การเปลี่ยนเกียร์กะทันหันในขณะที่รถยังวิ่งอยู่นั้น อาจจะเป็นความเคยชินของใครหลายคน โดยเฉพาะเวลาที่กำลังถอยรถเข้าจอด เพราะผู้ใช้รถจะต้องเปลี่ยนเกียร์เดินหน้าถอยหลังสลับกันไป ซึ่งถือเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจจะส่งผลให้เกียร์เกิดความชำรุดเสียหายได้

เหยียบคันเร่งแรงๆ บ่อยเกินไป

หลายคนติดนิสัยในการเหยียบคันเร่งแรงๆ หรือย้ำบ่อยครั้ง โดยอาจจะไม่รู้เลยว่านี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกียร์สึกหรอได้เร็วกว่าปกติ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เกียร์รถชำรุดเสียหายได้ง่าย ก็ควรหลีกเลี่ยงการเหยียบคันเร่งแรงๆ อย่างเด็ดขาด ยกเว้นเมื่อต้องการแซงรถคันข้างหน้าหรือเมื่อมีปัญหาล้อรถติดหรือรถตกหลุมนั่นเอง

ใส่เกียร์ว่างในขณะที่รถกำลังแล่นอยู่

การใส่เกียร์ว่างในขณะที่รถยนต์ของคุณกำลังแล่นอยู่นั้น จะทำให้น้ำมันหล่อลื่นในเกียร์เดินหน้าลดต่ำลง ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดสภาวะขาดแรงดัน จึงทำให้เกิดความร้อนผิดปกติ และเป็นผลให้เกียร์พังได้ในที่สุด

เข้าเกียร์ P ในขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่ง

หลายคนมักจะเข้าเกียร์ P ในขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่งสนิทดี ซึ่งการเข้าเกียร์ในลักษณะนี้จะส่งผลเสียต่อตัวระบบเกียร์โดยตรง เนื่องด้วยชุดเกียร์จะทำการล็อกตัวเองอัตโนมัติ จึงอาจทำให้เกิดปัญหากับเกียร์ตามมาได้ ดังนั้นคุณควรเช็คให้มั่นใจก่อนทุกครั้งว่ารถของคุณจอดสนิทดีแล้วหรือไม่ ก่อนจะสับเกียร์มาที่ตำแหน่ง P ต่อไป

นี่คือสาเหตุหลักๆ ทำให้เกียร์ชำรุดเสียหายได้ง่าย เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้เกียร์รถใช้งานได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องเสียเงินในการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมบ่อย ก็ห้ามทำสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด

 

วิธีดูแลและป้องกัน ไม่ให้เกียร์ชำรุดเสียหาย

เมื่อคุณทราบถึงสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกียร์ Auto เสี่ยงต่อการชำรุดแล้ว ทีนี้มาดูวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เกียร์ชำรุดเสียหายได้ง่ายกันบ้าง โดยมีคำแนะนำดังนี้

คอยตรวจเช็คสภาพเกียร์อยู่เป็นประจำ

นอกจากการตรวจสภาพรถโดยทั่วไปแล้ว ควรมีการตรวจเช็คสภาพต่างๆ ของเกียร์ Auto เป็นประจำด้วย เพื่อดูว่าเกียร์ยังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ และหากชำรุดเสียหายอย่างไร ก็จะได้แก้ไขได้ทันนั่นเอง

เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ ระยะ ตามกำหนด

หลายคนอาจจะขับรถมานานจนลืมไปเลยว่าต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ได้แล้ว โดยวิธีเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่เหมาะสมก็คือ ควรเปลี่ยนเมื่อรถของคุณวิ่งมาได้ระยะทางราวๆ 40,000 – 60,000 กิโลเมตร เพื่อให้เกียร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
หลีกเลี่ยงนิสัยการเร่งเครื่องแรงๆ ทันทีที่สตาร์ทรถ

หลายคนชอบเร่งเครื่องแรงๆ หลังจากสตาร์ทรถ เพราะฉะนั้นควรเลิกนิสัยนี้อย่างเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้เกียร์พังได้ง่าย ซึ่งการเร่งเครื่องแรง นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเกียร์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อีกด้วย

หลีกเลี่ยงนิสัยการเป็นนักซิ่งบนท้องถนน

เกียร์ Auto ถูกออกแบบมาในสมรรถนะการใช้งานที่มีข้อจำกัด การเร่งเครื่องแรงๆ เหยียบคันเร่งหนักๆ ประหนึ่งว่าคุณขับรถอยู่ในสนามแข่ง Formula 1 อาจจะทำให้เกิดสภาวะเกียร์กระชาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อายุการทำงานของเกียร์ต่ำลง เพราะฉะนั้นควรหยุดพฤติกรรมนี้โดยด่วน

เปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งาน

เกียร์ Auto มีข้อจำกัดในการใช้งานที่ผู้ใช้รถควรศึกษา ซึ่งคุณต้องระวังอย่าเปลี่ยนเกียร์ผิดวิธี เพื่อถนอมให้เกียร์รถสามารถใช้งานได้ในระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพในความปลอดภัยบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น

 

เชื่อได้ว่าผู้ใช้รถทุกคนอยากให้รถที่คุณซื้อหรือผ่อนอยู่ ใช้งานได้อย่างยาวนาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีดูแลรักษาของตัวคุณเองด้วย หากใช้งานอย่างผิดวิธี ก็อาจจะส่งผลให้ระบบเกียร์และตัวรถของคุณเกิดความเสียหายได้ง่าย ซึ่งก็จะตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการบำรุงซ่อมแซมอีกมากมายเลยทีเดียว นอกจากนี้เพื่อให้การขับขี่รถยนต์ของคุณเป็นไปด้วยความปลอดภัยมากขึ้น อย่าลืมติดตั้ง GPS เอาไว้ในรถของคุณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และป้องกันกรณีรถหายหรือถูกขโมย

 

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?