องค์ประกอบแผนที่

องค์ประกอบแผนที่

 องค์ประกอบของแผนที่ โดยส่วนมากแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเช่น ภูมิประเทศในรูปแบบต่างๆ อย่างภูเขา ป่าไม้ ทะเล เเม่น้ำลำธาร และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เมืองต่างๆ เส้นทางคมนาคม พื้นที่ทำการเกษตร โดยจะเเบ่งออกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

 

1) ชื่อประเภทของแผนที่ เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้ผู้ใช้ได้ทราบว่าเป็นแผนที่ใช้กับเรื่องอะไร เเสดงรายละเอียดอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ใช้นำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง และตรงความต้องการ โดยปกติชื่อเเผนที่จะมีคำอธิบายกำกับไว้ด้วย เช่น เเผนที่ประเทศไทยเเสดงส่วนระดับความสูงของพื้นที่ภูมิประเทศ แผนที่โลกเเสดงเส้นทางการเดินเรือโดยสารและพาณิชย์ เป็นต้น

2) ทิศทาง เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้เลยในการองค์ประกอบของแผนที่ทุกชนิด เพราะมีความสำคัญต่อการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ใดๆ โดยจะกำกับด้วยทิศทั้งสี่ทิศ ประกอบไปด้วย ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และ ทิศตะวันตก และจากการอ้างอิงจากเข็มทิศ ซึ่งจะชี้ไปยังทิศเหนือตลอดเวลา ให้เเผนที่จะเเสดงทิศเหนือไว้ด้านบนของแผนที่เสมอ จะช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาทิศทางและตำแหน่งที่ถูกต้องในแผนที่ได้

3) ขอบระวาง แผนที่ทุกชนิดจำเป็นต้องมีขอบระวาง ซึ่งจะทำให้ทราบถึงขอบเขตของพื้นที่ในภูมิประเทศที่เเสดงบนเเผนที่นั้นๆ ซึ่งจะบอกด้วยเส้นขนานเพื่อแสดงตำเเหน่งละติจูดกับเส้นเมริเดียน เพื่อเเสดง ลองติจูด และจะแสดงตัวเลขเพื่อบอกค่าพิกัดภูมิศาสตร์ของตำแหน่งต่างๆบนแผนที่ผิวโลก

4) สัญลักษณ์ เป็นเครื่องหมายที่ใช้แทนสิ่งต่างๆ ในภูมิประเทศจริง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถอ่าน แปล และเข้าใจความหมายจากแผนที่ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้แผนที่จะต้องมีคำอธิบายสัญลักษณ์ประกอบไว้ด้วยเสมอ

5) มาตราส่วน แน่นอนว่าในแผนที่ เราคงไม่สามารถที่จะเเสดงทุกอย่างตามขนาดจริงได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องย่อส่วนลงมาจากระยะทางจริงในภูมิประเทศ ตามมาตราส่วน ซึ่งจะเเสดงมาตราส่วนว่าย่อลงมาเท่าใด มาตราส่วนแผนที่โดยมากจะมี 3 ลักษณะ ได้แก่ มาตราส่วนแบบเศษส่วน มาตราส่วนคำพูด และมาตราส่วนแบบกราฟิก มาตราส่วนของแผนที่คือ อัตราส่วนของระยะทางราบบนแผนที่กับระยะทางราบบนภูมิประเทศจริง ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถเขียนได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น 1x70,000 หรือ 1/70,000 หรือ 1:70,000 การคำนวณนั้นก็ทำได้ง่ายดังนี้ : มาตราส่วน = ระยะบนแผนที่ x ระยะภูมิประเทศ นั้นเอง

6) เส้นโครงบนแผนที่ นั้นประกอบด้วย เส้นขนานและเส้นเมริเดียน ที่จะกำหนดตำแหน่งพิกัดภูมิศาสตร์อย่างเป็นสากลเเละมาตรฐาน ไว้ใช้เพื่ออ้างอิง ซึ่งประกอบด้วย

  • เส้นขนาน (ละติจูด) เป็นเส้นสมมติ ที่ลากจากทิศตะวันออก โดยจะวัดจากมุมที่เริ่มจากเส้นศูนย์สูตร ซึ่งจะมีค่ามุม 0 องศาไปยังขั้วโลกทั้งสองด้านละไม่เกิน 90 องศา ซึ่งเส้นขนานที่สำคัญ 5 เส้น หลักๆมีดังนี้
    • เส้นศูนย์สูตร หรือ เส้นอิควอเตอร์ ค่ามุม 0 องศา
    • เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ ค่ามุม 23 องศา 30 ลิปดาเหนือ
    • เส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์น ค่ามุม 23 องศา 30 ลิปดาใต้
    • เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลเหนือ ค่ามุม 66 องศา 30 ลิปดาเหนือ
    • เส้นอาร์กติกเซอร์เคิลใต้ ค่ามุม 66 องศา 30 ลิปดาใต้
  • เส้นเมริเดียน (ลองติจูด) เป็นเส้นสมมติ ที่ลากจากขั้วโลกเหรือไปยังขั้วโลกใต้ ลักษณะเป็นเส้นตรง โดยจะลากผ่านทิศตะวันออกไปยังทิศตกวันตก ด้านละ 180 องศา ซึ่งหน้าที่สำคัญของเส้นเมริเดียนนั้น จะใช้เป็นตัวแบ่งเวลาของแต่ประเทศทั่วทั้งโลก และใช้บอกพิกัดตำแหน่งที่ตั้งต่างๆบนพื้นผิวโลกโลก โดยจะทำงานร่วมกันกับเส้นขนาน (ละติจูด) ที่ตัดกัน
7) พิกัดภูมิศาสตร์ เป็นระบบที่จะบอกตำแหน่งของที่ตั้งหรือสิ่งต่างๆบนพื้นผิวโลก โดยอาศัยเส้นโครงบนแผนที่ 2 เส้น ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ตัดกันเป็นจุดต่างๆ โดยจะอ่านค่าจาก เส้นละติจูด (เส้นขนาน และเส้นลองติจูด (เส้นเมริเดียน) ซึ่ง ละติจูด ก็คือพิกัดจุดหนึ่งบนเส้นขนาน และลองติจูด ก็คือพิกัดจุดหนึ่งบนเส้นเมริเดียน  

แต่ในปัจจุบัน การอ่านแผนที่หรือการหาพิกัดบนพื้นผิวโลก ทำได้ง่ายและแม่นยำโดยใช้จีพีเอส (GPS : Global Positioning System) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีขนาดเล็ก สามารถพกพาหรือนำไปติดกับวัตถุหรือยานพาหนะก็สามารถทำได้สะดวก อีกทั้งยังให้ข้อมูลได้แม่นยำและตรงกับความเป็นจริง ดังนั้นจึงมีการใช้จีพีเอสในรูปแบบต่างๆมากมาย เช่น ใช้ในการเดินทาง เดินเรือ การท่องเที่ยว การเดินป่า ติดตามรถยนต์ เดินทางด้วยรถยนต์ แถมยังใช้งานง่ายดายอีกด้วย จึงเป็นประโยชน์อย่างมากในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค