คลิกที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

3 เทคนิคปลอดภัย เมื่อขับรถช่วงหน้าฝน

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
ฤดูฝนหรือตอนฝนตก เป็นช่วงที่มักเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์บ่อยครั้ง คาร์แทรค จึงมีความเข้าใจและเคล็ดลับการ ขับรถหน้าฝน ให้ขับขี่ปลอดภัยที่สุด
ขับรถหน้าฝน, ขับรถฝนตกหนัก, ขับรถฝนตก

พื้นฐานสำคัญของการขับรถที่ทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจเอาไว้เสมอคือเรื่องความปลอดภัย ยิ่ง ขับรถหน้าฝน หรือช่วงฝนตกด้วยแล้ว ยิ่งต้องเพิ่มระดับความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

อย่างประเทศไทยของเรานั้น ปีหนึ่งจะมีช่วงฤดูฝนราว 4-5 เดือน ช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่คนใช้รถใช้ถนนจะต้องขับขี่ให้ดีที่สุด เพราะหน้าฝนแบบนี้โอกาสเกิดอันตรายระหว่างขับรถมีสูงมาก

อุบัติเหตุยอดฮิต ยามขับรถช่วงหน้าฝน มีอะไรบ้าง?

แม้บางครั้งผู้ขับขี่เองจะพยายามระวังมากขนาดไหน ก็ยังมีปัจจัยหลายๆ ด้านที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเวลาขับรถช่วงฝนตกหรือหน้าฝนแบบไม่ทันตั้งตัว มาดูกันว่าปัจจัยที่ว่ามีอะไรบ้าง

  1. ถนนลื่น เป็นปัจจัยแรกสุดที่สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในช่วงเวลาแบบนี้ ยิ่งเป็นช่วงฝนตกใหม่ ๆ จะยิ่งลื่นมากเป็นพิเศษเนื่องจากน้ำจะไปผสมกับฝุ่นละอองบนพื้น เปลี่ยนสภาพจากถนนลาดยางเป็นเหมือนผิวหน้าดินโคลน หากขับมาด้วยความเร็วสูงก็มีโอกาสลื่นไถลไปชนข้างทางมีเยอะมากทีเดียว
  2. มีแอ่งน้ำบนถนน สำหรับคนขับรถน่าจะเคยได้ยินคำว่า รถเหินน้ำ เป็นลักษณะของรถที่ขับมาด้วยความเร็วแล้วเหยียบเข้ากับแอ่งน้ำจนล้อรถลอยไม่เกาะถนน พอเกิดเหตุการณ์แบบนั้นด้วยความแรงที่ขับมาจะยิ่งส่งให้รถเสียการทรงตัวจนมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน
  3. ทัศนวิสัยมองเห็นไม่ดี ยิ่งช่วงฝนตกหนักมากๆ ต่อให้ปัดน้ำฝนด้วยความเร็วที่สุดก็อาจไม่เห็นด้านหน้าว่าถนนหนทางเป็นอย่างไร ถือเป็นอีกปัจจัยอันตรายที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างขับรถกลางสายฝน
  4. สิ่งกีดขวางที่ไม่คาดคิดบนถนน ฝนกับลมพายุเป็นของคู่กันที่มักพบเจอ เมื่อเราขับรถไปบนถนนที่ฝนตกหนักพร้อมด้วยลมพายุแรงๆ อาจมีสิ่งกีดขวางบางอย่างล้มมาอยู่กลางถนนแบบคาดไม่ถึง เช่น เสาไฟฟ้า, ต้นไม้ใหญ่ ฯลฯ
    เมื่อไม่ได้คิดเผื่อเอาไว้ พอขับรถมาตามปกติแล้วเจอสิ่งเหล่านี้ก็มักเกิดอาการตกใจหักพวงมาลัยลงข้างทางหรือบางคนขับรถมาเร็ว มองไม่เห็นก็พุ่งชนเข้าเต็มๆ กลายเป็นอุบัติเหตุรุนแรงได้

มองหาวิธีรับมือเมื่อต้อง ขับรถหน้าฝน

เมื่อพอรู้แล้วว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในการขับรถช่วงหน้าฝนมีอะไรบ้าง ก็ต้องมามองกันที่วิธีรับมือเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น
บทความนี้จะพูดถึงความปลอดภัยในทุกๆ ด้านของการขับขี่ช่วงฤดูฝนแบบนี้ให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

  1. ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อม สิ่งแรกสุดของทุกคนเมื่อรู้ว่าวันนี้ขับรถออกจากบ้าน ฝนท่าจะตก ต้องขับรถฝ่าสายฝนแน่ๆ ก่อนหน้านั้น ควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ของตัวเองก่อน เช่น ดอกยางล้อรถอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพราะล้อรถที่ดอกยางอยู่ในสภาพสมบูรณ์จะช่วยรีดน้ำเวลาขับบนถนนเปียกๆ (อย่างน้อยดอกยางควรเหลือเกิน 2 มม.) และที่ปัดน้ำฝนยางไม่เสื่อมสภาพ สามารถปัดให้กระจกมองเห็นชัดเจน เป็นต้น
  2. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าถนนที่ขับไปลื่นกว่าปกติ การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าเดิมจะช่วยป้องกันการชนท้ายได้
    มาตรฐานสากล ระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า คือ ตัวเลขครึ่งหนึ่งของความเร็ววิ่งรถ สมมติความเร็วของรถอยู่ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะห่างต้องอยู่ที่ 40 เมตรต่อชั่วโมง ยิ่งขับรถช่วงหน้าฝน ต้องเพิ่มระยะให้ห่างขึ้นมากกว่าเดิม
    วิธีกะระยะห่างรถอีกแบบคือ นับเวลาให้ห่างจากรถคันหน้า 3 วินาที โดยยึดเอาจากวัตถุหรือเขตแดนที่อยู่ตรงหน้า เช่น ต้นไม้ เสาข้างทาง ป้ายสัญญาณจราจร ว่าถ้าเรานับหนึ่ง เมื่อถึงสามรถของเราจะวิ่งมาถึงวัตถุนั้นพอดี วิธีนี้เหมาะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง และคนขับรถส่วนใหญ่ก็นิยมใช้วิธีนี้มากกว่า
  3. ใช้สัญญาณไฟให้ถูกต้องและคล่องแคล่ว อย่าใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะขับตอนฝนตกหนัก เพราะรถที่ขับตามหลังมาจะเข้าใจผิดว่ารถคุณจอดอยู่หรือรถมีปัญหา และอาจจะเบี่ยงเลนออกจนอาจเกิดอันตรายเอาได้ อีกเรื่องคือ ควรเปิดไฟหน้าเสมอเพื่อให้รถคันข้างหน้ามองเห็นรถของเราชัดเจนด้วย

ดูแลรถยังไงบ้างในช่วงหน้าฝนให้รถพร้อมใช้งานเสมอ?

เมื่อรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงการขับขี่และวิธีขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยในช่วงหน้าฝนกันแล้ว คราวนี้มาดูวิธีดูแลรถยนต์ให้รถพร้อมใช้งานเสมอเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนกันบ้าง เพราะการดูแลรถให้พร้อมใช้งานเสมอ ช่วยป้องกันความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ดีมากๆ ทีเดียว

  1. ไดสตาร์ทเช็คให้ชัวร์ ไดสตาร์ทหรือตัวจุดเครื่องยนต์ เช็คว่าน้ำหรือของเหลวใดๆ ไม่สามารถรั่วไหลเข้าไปได้ เพราะถ้าน้ำฝนสาดเข้าไปโดน จะทำให้สตาร์ทรถไม่ติด
    วิธีตรวจสอบ คือ ลองสตาร์ทรถ หากปกติสตาร์ททีเดียวก็ติด ถือว่าโอเค แต่จู่ๆ ต้องเบิ้ลสตาร์ทรถเป็น 2-3 รอบแสดงว่า ไดสตาร์ทเริ่มมีปัญหาแล้ว
  2. อย่าให้มีน้ำที่ถังน้ำมัน ทุกถังน้ำมันรถไม่ใช่แค่ถังเติมน้ำมันอย่างเดียว แต่บางถังอาจจะควบรวมน้ำมันเกียร์และน้ำมันเครื่องด้วย ซึ่งลักษณะถังแบบนี้ต้องระวัง เพราะถ้ามีน้ำเข้าไปผสม ไม่ว่าน้ำมันชนิดไหน มีโอกาสจะทำให้เครื่องยนต์น็อคและพังได้
  3. ตรวจตัวกรองอากาศ กรณีเพิ่งพารถไปลุยน้ำท่วมน้ำขังมา ให้ตรวจเช็คตัวกรองอากาศรถว่า มีเศษขยะติดกรองเยอะ ตัวกรองไม่ทำงานหรือไม่ เพราะตอนที่รถไปลุยน้ำสูง เศษขยะจากน้ำอาจกระเด็นเข้ามาในรถได้

การขับขี่รถยนต์หรือรถส่วนบุคคล เป็นเรื่องสำคัญของผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ในไทย ดังนั้น การรู้วิธีหรือศึกษาความรู้เครื่องยนต์หรือการขับขี่รถเพื่อให้เข้ากับฤดูกาลอย่างช่วงหน้าฝนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

เพื่อให้การขับขี่รถเป็นไปอย่างราบรื่นและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ แม้จะอยู่ในสภาพอากาศแวดล้อมแบบไหนก็ตาม

หากต้องการทราบรายละเอียดติด GPS รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถบรรทุกบริษัทธุรกิจทุกจำนวน โทรติดต่อได้ที่ 02-136-2921 หรือฝากข้อมูลติดต่อให้ Cartrack ติดต่อกลับหาคุณเอง

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?

    [sourceurl thesource]