คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

รู้แล้วแชร์ต่อ..วิธีดูรถมือสองอย่างมืออาชีพ ใครก็ทำได้

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
วิธีดูรถมือสอง อย่างไร ให้เราสามารถหาและซื้อรถมือสองที่มีคุณภาพได้ จะมีวิธีการอย่างไร และทริคในการดูสภาพรถทั้งในเเละนอกตัวรถ เพื่อให้เราเท่าทันทุกความเสี่ยง

ปัจจุบันความนิยมซื้อรถยนต์มือสองมีมากขึ้น เนื่องจากจะมีราคาที่ประหยัดกว่าการซื้อรถใหม่หรือมือหนึ่ง โดยเฉพาะหากเป็นรถยนต์ที่ตกรุ่นผ่านไปหลายปี พ.ศ.แล้ว ก็จะยิ่งมีราคาท้องตลาดในการซื้อขายที่ลดลง ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ได้มาก โดยที่เจ้าของรถหลายคันยังมีการอ้างว่ารถตนเองสภาพดีเกินราคาด้วย อย่างไรก็ตาม วิธีดูรถมือสอง จำเป็นต้องมีเทคนิคการสังเกต ซึ่งไม่ควรจะวางใจให้คนอื่นดูให้ เราควรเป็นคนตรวจสอบเองจะดีที่สุด

 

วิธีเช็คแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถตรวจเองได้

เรามาดูวิธีการเช็คสภาพของรถมือสองแบบคร่าวๆ ที่เราสามารถดูได้แบบง่ายๆ กันเลย

 

เริ่มจากสภาพภายนอกสุด…

ในเบื้องต้น ควรใช้หลักการดูให้มากจากลักษณะภายนอกรถก่อน เพราะเป็นจุดแรกที่ทุกคนรู้สึกประทับใจ อยากเป็นเจ้าของใหม่ของรถมือสอง ทั้งนี้หากสังเกตว่าสีรถเรียบเสมอกัน ไม่มีลักษณะสีที่ซีดกว่าปกติในจุดใด ที่สื่อถึงการทำสีใหม่ปกปิด แล้วทำให้สีไม่ฉ่ำเท่าสีเดิมจากโชว์รูม ก็นับว่า “ใช้ได้” รวมถึงต้องไม่มีรอยขีดข่วนลึก หรือรถบุบผิดรูปทรงที่แสดงถึงอุบัติเหตุร้ายแรง ก็สามารถ “ผ่าน” สู่การดูด้านในรถได้

 

ภายในห้องโดยสาร…

ต่อมา เมื่อเปิดประตูรถเข้าไป จะสัมผัสได้ก่อนด้วยตา ว่าเบาะมีความตึงที่หมายถึงไม่ค่อยได้มีคนนั่งจับ หรือย้วยจากเบาะเสื่อมแล้ว พวงมาลัยมีความเงามากน้อยเพียงใด หากผ่านมือใช้งานมาก ก็จะเกิดอาการ “ขึ้นเงา” แสดงว่ารถยนต์ผ่านการใช้งานมาไม่น้อย เมื่อแหงนมองดูบนเพดานรถ ต้องไม่มีรอยจุดเลอะเทอะ หรือสีด่าง ซึ่งหากมีต้องสอบถามทันทีว่าเกิดจากอะไร เพราะหากพรมด่างยังเปลี่ยนได้ แต่การเปลี่ยนหรือกำจัดสีเพดานรถเป็นเรื่องใหญ่กว่า

 

กระโปรงรถ ทั้งหน้า และหลัง…

หลังจากนั้น ให้สังเกตก่อนเปิดกระโปรงรถ ว่าแนวฝากระโปรงมีลักษณะขอบเบี้ยวหรือไม่ น็อตมีสีทับหรือไม่ เพราะหากเป็นรถที่ผ่านการทำสีทับใหม่มา จะสังเกตได้ว่าน็อตก็จะถูกเคลือบสีด้วย จึงต้องลองแตะขยับน็อตดูสักหน่อย

ที่สำคัญคือฝากระโปรงหลัง มักเป็นจุดที่มีการเฉี่ยวชนกับบ่อย ต้องดูให้ดีว่ามี “แผลเป็น” หรือร่อยรอยที่สื่อถึงการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงมาก่อนหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ควรลืมใช้มือเปล่า เคาะตามตำแหน่งต่าง ๆ ของรถ เพื่อฟังเสียง หากเสียงเคาะจากจุดใดมันแปร่งจากจุดอื่น ย่อมแสดงถึงการโป๊วสีทับมาปกปิดจุดที่มีการชนมาก่อนนั่นเอง

 

ระบบต่างๆภายในรถทำงานได้อย่างเป็นปกติหรือไม่?…

สำหรับตัวเลขหน้าปัดต่าง ๆ บนคอนโซล ควรดูหน่อยว่าเลขไมล์ไปไกลกี่กิโลเมตรแล้ว เมื่อเทียบต่ออายุรถแล้วถือว่ามีความสึกหรอ สมบุกสมบันมากเพียงใด เพราะรถก็เหมือนคนที่หากทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็จะมีเลขไมล์เยอะ แสดงถึงความเสื่อมที่จะมาไว หากซื้อรถไปก็ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่ต้องซ่อมรถที่ทรุดโทรมไวกว่าปกติ

วิธีดูรถมือสอง ไม่ได้หยุดเพียงการ “ดู” เท่านั้น ต้องลองเครื่องด้วย โดยควรลองสตาร์ทแล้ว ฟังเสียงว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือไม่ มีเสียงดัง เสียงสะดุดของลูกสูบหรือคอนโซลหน้ารถไหม ลองปรับช่องแอร์แล้วลมอากาศออกดี กลิ่นสะอาดหรือเปล่า และอย่าลืมลองขับรถในช่วงใกล้ ๆ เพื่อเช็คว่าเมื่อเร่งความแรงแล้วเป็นอย่างไร อัตราเร่งดีไหม รอบตกหรือไม่ หากไม่มีปัญหา ก็นับว่า “ผ่าน”

 

ช่วงล่างและการทำงานของเครื่องยนต์…

นอกจากนี้ ต้องสังเกตว่าเมื่อขับแล้ว ช่วงล่างต้องไม่ดัง ขับแล้วไม่กินเลนซ้ายหรือขวา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตั้งศูนย์กันอีก แล้วอย่าลืมสังเกตว่ามีเขม่าดำจากท่อไอเสียหรือไม่ เพราะแสดงถึงการเผาผลาญเครื่องยนต์ที่ไม่ปกติ และยังเกิดปัญหาแก๊สพิษที่ทำลายสุขภาพของเราด้วย

 

 

การสังเกตถึงการใส่ใจของเจ้าของรถยนต์ที่ขายตลอดเวลาที่เขาใช้รถอยู่ ก็สำคัญมาก ควรสังเกตจากประวัติการเข้าศูนย์ ว่ามีการตรวจเช็คสภาพรถเป็นระยะ ๆ ตามไมล์ที่โชว์รูมกำหนด หรือมีการเช็คอะไรที่อู่บ้าง หากสอบถามเจ้าของรถได้โดยตรง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่จริงใจ แต่หากสังเกตพบว่ามีการตั้งใจปกปิดหรือลวงข้อมูลส่วนใด ก็ควรไตร่ตรองอีกครั้งว่าจะซื้อรถยนต์คันนี้ดีหรือไม่

 

ทั้งนี้จากประสบการณ์ของกูรูผู้ซื้อขายรถยนต์มือสอง มักแนะนำให้ซื้อรถยนต์มือสอง จากคนใกล้ชิด หรือคนที่รู้จักว่ามีอุปนิสัยการขับรถเป็นอย่างไร ถนอมรถไหม และควรเลือกรถที่ยังใช้ขับอยู่เรื่อย ๆ ที่แสดงว่าไม่มีปัญหาที่เสี่ยงต่อการแก้งานใหญ่ หรือใช้วิธีซื้อรถยนต์มือสองจากเต็นท์ขายรถมือสองที่มีชื่อเสียง มีรถหลายรุ่นให้เลือก จะลดโอกาสถูกย้อมแมวขายได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกตัวเลือกหนึ่งคือ รถประมูลที่มี “ที่มาที่ไป” ควรเข้าวงในคุยกับเจ้าของรถ เพื่อสอบถามสาเหตุที่นำมาประมูลและเช็ครายละเอียดของรถก่อน เพราะเราไม่สามารถทดลองขับได้ และหากรถสภาพดีก็จะมีคู่แข่งในการประมูลมาก ราคาที่ประมูลได้มา จึงต้องดูความคุ้มค่าด้วย

 

 

วิธีการดูรถมือสองแบบเฉพาะจุดเชิงลึก

หลังจากที่เราได้ทราบวิธีสังเกตรถมือสองกันแบบคร่าวๆ รอบคันเป็นที่เรียบร้อย ต่อจากนี้ไปคือการสังเกตและตรวจเฉพาะจุดแบบขั้นสูงขึ้นมา ที่ทำให้เราได้ตรวจสอบรถมือสองได้แบบละเอียดยิ่งขึ้น นั่นคือดูแบบเลือกดูจุดสำคัญรอบคัน โดยเราจะชี้เป้า 12 จุดสำคัญ ที่คุณควรจะต้องดูให้ดี และห้ามพลาดเป็นอันขาด ซึ่งจุดที่คุณจะต้องตรวจสอบมีดังนี้…

 

จุดที่ 1 : ซิลิโคนฝากระโปรงหน้ารถ

ซิลิโคนบริเวณขอบฝากระโปรงหน้ารถ ถ้าเป็นของเดิมจากโรงงานจะต้องนูนชัดเจน และให้ลองเอาเล็บจิกลงไปดูแล้วให้สังเกต ตัวซิลิโคนจะต้องยุบเป็นรอยเล็บ ซึ่งหากรถมีการซ่อมมาตัวซิลิโคนจะไม่นูนชัดเจน และเมื่อเอาเล็บจิกจะมีลักษณะแข็ง หรือภาษาช่างเรียกว่าตะเข็บมีการปั้นมา

 

จุดที่ 2 : สติกเกอร์ หรือ บาร์โค้ด จากโรงงาน

ให้ศึกษาว่ารถเดิมๆออกศูนย์ของรุ่นที่คุณต้องการจะซื้อนั้น มีสติกเกอร์จากโรงงานที่ตำแหน่งไหนบ้าง จากนั้นเราก็ตรวจดูว่ากับรถที่เราจะซื้อว่ามีสติกเกอร์ที่่ตำแหน่งเดียวกันหรือไม่ หากไม่มีสติ๊กเกอร์เหมือนของศูนย์ อาจสันนิษฐานได้ว่ารถอาจมีการเคยทำสีมา หรือเคยเกิดอุบัติเหตุ

 

จุดที่ 3 : หัวน็อตยึดฝากระโปรง

รอยน็อตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวน็อตถลอก หากมีรอยขันในลักษณะสีหัวน็อตเปิดนั้นอาจเป็นไปได้ว่าเคยมีการทำสี หรือ เคยเกิดอุบัติเหตุ

 

จุดที่ 4 : หัวน็อตแก้มหน้ารถ

เช่นเดียวกับหัวน็อตยึดฝากระโปรง รอยน็อตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวน็อตถลอก หากมีรอยขันในลักษณะสีหัวน็อตเปิดนั้นอาจเป็นไปได้ว่าเคยมีการทำสี หรือ เคยเกิดอุบัติเหตุ

 

จุดที่ 5 : ซิลิโคนบริเวณประตูรถ

คล้ายกับตอนเราดูซิลิโคนฝากระโปรงหน้ารถ คือ ซิลิโคนบริเวณขอบประตูรถจะต้องเป็นเส้นเดียวเห็นเด่นชัด บวกกับเมื่อเอาเล็บจิกจะต้องเกิดรอยนุ่มซึ่งเป็นของเดิมจากโรงงาน หากซิลิโคนมีการเปลี่ยนมาจะมีลักษณะแข็ง ไม่นูนชัดเท่าไหร่ ซึ่งรถคันนั้นอาจมีการทำสี หรือเคยเกิดอุบัติเหตุบริเวณข้างรถก็เป็นได้

 

จุดที่ 6 : เพลทประจำรถ

รถทุกคันจะมีเพลทประจำรถที่ระบุผู้ผลิต รุ่น เครื่องยนต์ เลขตัวถัง อะไรประมาณนั้น ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีตำแหน่งที่ไม่เหหมือนกัน ให้เราตรวจสอบตำแหน่งเพลทของรถรุ่นนั้นๆ หากไม่มีเพลท หรือ เลขตัวถังไม่ตรง ให้ทุกคนระวังไว้เลยว่ารถคันที่กำลังดูอาจเกิดอุบัติเหตุหนัก หรือ อาจเป็นรถสวมทะเบียน

 

จุดที่ 7 : รอยอาร์ค หรือ รอยสปอต รอบขอบประตู

รอยกลมๆที่เกิดจากโรงงานหลายๆรอยเรียงตัวกันบริเวณขอบประตูรถ วิธีสังเกตคือ ให้ดึงขอบยางกระดูกงูลงมาเพื่อตรวจสอบรอยอาร์คด้านใน ซึ่งหากเป็นรถเดิมจากโรงงาน รอยจะต้องชัดเจนและอาจเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ(เกิดจากเครื่องจักร) ซึ่งหากไม่มีรอยอาร์ค รอยไม่เด่นชัด ขอบเรียบเนียนสวยผิดปกติ รถคันที่คุณดูอยู่อาจะเคยเกิดอุบัติเหตุ หรือ เคยทำสีมา

 

จุดที่ 8 : รอยเชื่อม และรอยอาร์ค บริเวณบังโคลนหลัง

รถเดิมจากโรงงานจะต้องมีรอยอาร์ค และรอยเชื่อมที่เป็นเส้นชัดเจนระหว่างโครงสร้างตัวถังกับส่วนท้ายรถ สังเกตบริเวณมุมของท้ายตรงด้านในฝากระโปรงหลังใกล้ๆกับไฟท้าย

 

จุดที่ 9 : หัวน็อตบริเวณประตู

โครงสร้างด้านข้างบริเวณประตูรถทุกด้าน จะต้องดูว่าหัวน็อตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวน็อตถลอก ซึ่งถ้าหากหัวน็อตมีรอยดังกล่าวแสดงว่ารถคันนั้นเคยมีการถอดประตูเกิดขึ้น อาจเป็นไปได้ว่ามีการถอดไปทำสี หรือเคยเกิดอุบัติเหตุมา

 

จุดที่ 10 : กระจกรถทุกบาน

สำหรับรถใหม่ๆให้สังเกตกระจกทุกบานว่ามีโลโก้ยี่ห้อครบทุกบานหรือไม่ แม้แต่กระจกสามเหลี่ยมด้านข้างบริเวณประตูหลัง เพราะถ้าเป็นกระจกเดิมจากโรงงาน หรือกระจกแท้นั้นจะต้องมีโลโก้ยี่ห้อทุกบาน

 

จุดที่ 11 : เลขตัวถังรถยนต์ เลขเครื่องยนยต์

ให้ตรวจสอบเลขตัวถังรถยนต์ และเลขเครื่องยนต์ ซึ่งทุกจุดจะต้องตรงกับสมุดจดทะเบียนรถยนต์ทุกตำแหน่ง ทุกตัวอักษร เพราะถ้าไม่ตรงนี่อันตรายอย่างยิ่งเลยครับ รถอาจมีอุบัติเหตุหนักจนต้องยกเครื่อง อาจมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ อาจมีการตัดต่อโครงสร้างใหม่ หรืออาจมีการสวมทะเบียนเกิดขึ้น

 

จุดที่ 12 : สมุดจดทะเบียนรถ

ที่อยากจะให้ดูเป็นอย่างแรกก็คือ วันจดทะเบียน กับ รุ่นปี ค.ศ. ที่รถผลิตออกมา วันจดทะเบียนก็บอกถึงวันที่รถคันนี้ได้ทำการจดทะเบียน ส่วนรุ่นปี ค.ศ. คือปีที่รถได้ผลิตออกมา ถ้าจะให้ดีที่สุดคือสองอันนี้ปีต้องตรงกัน แต่ถ้าห่างกันไม่เกิน1ปีให้ลองเหตุผลจากคนขายดู ถ้าตอบตะกุกตะกักก็ลองดูคันอื่นดีกว่าครับ ขั้นต่อมาก็ให้เช็ค “รายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ในหน้า18” เพราะมันคือประวัติรถ ถ้ารถเคยมีอะไรมาเช่น แจ้งจอด ยกเลิกทะเบียน เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี ติดแก๊ส ฯลฯ ในหน้า 18 จะมีการบันทึกไว้

 

 

เอาหล่ะครับ..ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เอามาแบ่งปันกัน ถ้าใครได้ที่อ่านข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมานั้น รับรองเลยว่าคุณจะได้ประโยชน์และเทคนิคในการเลือกซื้อรถมือสองแบบไม่โดนหลอกย้อมแมวแน่นอน คราวหน้าจะมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจอีก ติดตามกันได้ที่เว็ปไซต์  https://www.cartrack.co.th/blog  ได้เลยนะครับ

 

 

 

 

 

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?

    [sourceurl thesource]