BLOGS

วิธีดูรถมือสองอย่างมืออาชีพ ใครก็ทำได้

สำหรับลูกค้าเท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ปัจจุบันความนิยมซื้อรถยนต์มือสองมีมากขึ้น เนื่องจากจะมีราคาที่ประหยัดกว่าการซื้อรถใหม่หรือมือหนึ่ง โดยเฉพาะหากเป็นรถยนต์ที่ตกรุ่นผ่านไปหลายปี พ.ศ.แล้ว ก็จะยิ่งมีราคาท้องตลาดในการซื้อขายที่ลดลง ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ได้มาก โดยที่เจ้าของรถหลายคันยังมีการอ้างว่ารถตนเองสภาพดีเกินราคาด้วย

อย่างไรก็ตาม วิธีดูรถมือสอง จำเป็นต้องมีเทคนิคการสังเกต ซึ่งไม่ควรจะวางใจให้คนอื่นดูให้ เราควรเป็นคนตรวจสอบเองจะดีที่สุด มาติดตามไปกับคาร์แทรค (CARTRACK) ผู้ให้บริการ GPS ติดตามรถ ในบทความตอนนี้กัน

‍

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • วิธีเช็กรถมือสองแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถตรวจเองได้
  • วิธีการดูรถมือสองแบบเฉพาะจุดเชิงลึก

‍

วิธีเช็กรถมือสองแบบง่าย ๆ ที่คุณสามารถตรวจเองได้

เรามาดูวิธีการเช็กสภาพของรถมือสองแบบคร่าว ๆ ที่เราสามารถดูได้แบบง่าย ๆ กันเลย 

‍

เริ่มจากสภาพภายนอกสุด… 

ในเบื้องต้น ควรใช้หลักการดูลักษณะภายนอกรถให้มากก่อน เพราะเป็นจุดแรกที่ทุกคนรู้สึกประทับใจ อยากเป็นเจ้าของใหม่ของรถมือสอง ทั้งนี้หากสังเกตว่าสีรถเรียบเสมอกัน ไม่มีลักษณะสีที่ซีดกว่าปกติในจุดใด ที่สื่อถึงการทำสีใหม่ปกปิด แล้วทำให้สีไม่ฉ่ำเท่าสีเดิมจากโชว์รูม ก็นับว่า “ใช้ได้” 

รวมถึงต้องไม่มีรอยขีดข่วนลึก หรือรถบุบผิดรูปทรงที่แสดงถึงอุบัติเหตุร้ายแรง ก็สามารถ “ผ่าน” สู่การดูด้านในรถได้

‍

ภายในห้องโดยสาร…

ต่อมา เมื่อเปิดประตูรถเข้าไป จะสัมผัสได้ก่อนด้วยตาว่าเบาะมีความตึงหรือไม่ หมายถึงไม่ค่อยได้มีคนนั่งจับ หรือย้วยจากเบาะเสื่อมแล้ว พวงมาลัยมีความเงามากน้อยเพียงใด หากผ่านมือใช้งานมากก็จะเกิดอาการ “ขึ้นเงา” แสดงว่ารถยนต์ผ่านการใช้งานมาไม่น้อย 

เมื่อแหงนมองดูบนเพดานรถ ต้องไม่มีรอยจุดเลอะเทอะ หรือสีด่าง ซึ่งหากมีต้องสอบถามทันทีว่าเกิดจากอะไร เพราะหากพรมด่างยังเปลี่ยนได้ แต่การเปลี่ยนหรือกำจัดสีเพดานรถเป็นเรื่องใหญ่กว่า

‍

กระโปรงรถ ทั้งหน้า และหลัง…

หลังจากนั้นให้สังเกตก่อนเปิดกระโปรงรถว่า แนวฝากระโปรงมีลักษณะขอบเบี้ยวหรือไม่ นอตมีสีทับหรือไม่ เพราะหากเป็นรถที่ผ่านการทำสีทับใหม่มา จะสังเกตได้ว่านอตก็จะถูกเคลือบสีด้วย จึงต้องลองแตะขยับนอตดูสักหน่อย

ที่สำคัญคือฝากระโปรงหลัง มักเป็นจุดที่มีการเฉี่ยวชนกับบ่อย ต้องดูให้ดีว่ามี “แผลเป็น” หรือร่องรอยที่สื่อถึงการเกิดอุบัติภัยร้ายแรงมาก่อนหรือไม่ 

ทั้งนี้ไม่ควรลืมใช้มือเปล่าเคาะตามตำแหน่งต่าง ๆ ของรถ เพื่อฟังเสียง หากเสียงเคาะจากจุดใดมันแปร่งจากจุดอื่น ย่อมแสดงถึงการโป๊วสีทับมาปกปิดจุดที่มีการชนมาก่อนนั่นเอง

‍

ระบบต่าง ๆ ภายในรถทำงานได้อย่างเป็นปกติหรือไม่?… 

สำหรับตัวเลขหน้าปัดต่าง ๆ บนคอนโซล ควรดูหน่อยว่าเลขไมล์ไปไกลกี่กิโลเมตรแล้ว เมื่อเทียบต่ออายุรถแล้วถือว่ามีความสึกหรอ สมบุกสมบันมากเพียงใด เพราะรถก็เหมือนคนที่หากทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็จะมีเลขไมล์เยอะ แสดงถึงความเสื่อมที่จะมาไว หากซื้อรถไปก็ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่ต้องซ่อมรถที่ทรุดโทรมไวกว่าปกติ

วิธีดูรถมือสอง ไม่ได้หยุดเพียงการ “ดู” เท่านั้น ต้องลองเครื่องด้วย โดยควรลองสตาร์ทแล้ว ฟังเสียงว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือไม่ มีเสียงดัง เสียงสะดุดของลูกสูบหรือคอนโซลหน้ารถไหม ลองปรับช่องแอร์แล้วลมอากาศออกดี กลิ่นสะอาดหรือเปล่า และอย่าลืมลองขับรถในช่วงใกล้ ๆ เพื่อเช็กว่าเมื่อเร่งความแรงแล้วเป็นอย่างไร อัตราเร่งดีไหม รอบตกหรือไม่ หากไม่มีปัญหา ก็นับว่า “ผ่าน”

‍

ช่วงล่างและการทำงานของเครื่องยนต์…

นอกจากนี้ต้องสังเกตว่า เมื่อขับแล้วช่วงล่างต้องไม่ดัง ขับแล้วไม่กินเลนซ้ายหรือขวา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตั้งศูนย์กันอีก แล้วอย่าลืมสังเกตว่ามีเขม่าดำจากท่อไอเสียหรือไม่ เพราะแสดงถึงการเผาผลาญเครื่องยนต์ที่ไม่ปกติ และยังเกิดปัญหาแก๊สพิษที่ทำลายสุขภาพของเราด้วย

การสังเกตถึงความเอาใส่ใจของเจ้าของรถยนต์ที่ขายตลอดเวลาที่เขาใช้รถอยู่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรสังเกตจากประวัติการเข้าศูนย์ ว่ามีการตรวจเช็กสภาพรถเป็นระยะ ๆ ตามไมล์ที่โชว์รูมกำหนด หรือมีการเช็กอะไรที่อู่บ้าง 

หากสอบถามเจ้าของรถได้โดยตรง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่จริงใจ แต่หากสังเกตพบว่ามีการตั้งใจปกปิดหรือลวงข้อมูลส่วนใด ก็ควรไตร่ตรองอีกครั้งว่าจะซื้อรถยนต์คันนี้ดีหรือไม่

‍

ทั้งนี้จากประสบการณ์ของกูรูผู้ซื้อขายรถยนต์มือสอง มักแนะนำให้ซื้อรถยนต์มือสอง จากคนใกล้ชิด หรือคนที่รู้จักว่ามีอุปนิสัยการขับรถเป็นอย่างไร ถนอมรถไหม และควรเลือกรถที่ยังใช้ขับอยู่เรื่อย ๆ ที่แสดงว่าไม่มีปัญหาที่เสี่ยงต่อการแก้งานใหญ่ หรือใช้วิธีซื้อรถยนต์มือสองจากเต็นท์ขายรถมือสองที่มีชื่อเสียง มีรถหลายรุ่นให้เลือก จะลดโอกาสถูกย้อมแมวขายได้ 

นอกจากนี้ ยังมีอีกตัวเลือกหนึ่งคือ รถประมูลที่มี “ที่มาที่ไป” ควรเข้าวงในคุยกับเจ้าของรถ เพื่อสอบถามสาเหตุที่นำมาประมูลและเช็กรายละเอียดของรถก่อน เพราะเราไม่สามารถทดลองขับได้ และหากรถสภาพดีก็จะมีคู่แข่งในการประมูลมาก ราคาที่ประมูลได้มา จึงต้องดูความคุ้มค่าด้วย 

‍

วิธีการดูรถมือสองแบบเฉพาะจุดเชิงลึก

หลังจากที่เราได้ทราบวิธีสังเกตรถมือสองกันแบบคร่าว ๆ รอบคันเป็นที่เรียบร้อย ต่อจากนี้ไปคือการสังเกตและตรวจเฉพาะจุดแบบขั้นสูงขึ้นมา ที่ทำให้เราได้ตรวจสอบรถมือสองได้แบบละเอียดยิ่งขึ้น นั่นคือดูแบบเลือกดูจุดสำคัญรอบคัน โดยเราจะชี้เป้า 12 จุดสำคัญ ที่คุณควรจะต้องดูให้ดี และห้ามพลาดเป็นอันขาด ซึ่งจุดที่คุณจะต้องตรวจสอบมีดังนี้…

‍

จุดที่ 1 : ซิลิโคนฝากระโปรงหน้ารถ

ซิลิโคนบริเวณขอบฝากระโปรงหน้ารถ ถ้าเป็นของเดิมจากโรงงานจะต้องนูนชัดเจน และให้ลองเอาเล็บจิกลงไปดูแล้วให้สังเกต ตัวซิลิโคนจะต้องยุบเป็นรอยเล็บ ซึ่งหากรถมีการซ่อมมาตัวซิลิโคนจะไม่นูนชัดเจน และเมื่อเอาเล็บจิกจะมีลักษณะแข็ง หรือภาษาช่างเรียกว่า ตะเข็บมีการปั้นมา

‍

จุดที่ 2 : สติกเกอร์ หรือ บาร์โค้ด จากโรงงาน

ให้ศึกษาว่ารถเดิม ๆ ออกศูนย์ของรุ่นที่คุณต้องการจะซื้อนั้น มีสติกเกอร์จากโรงงานที่ตำแหน่งไหนบ้าง จากนั้นเราก็ตรวจดูว่ากับรถที่เราจะซื้อว่ามีสติกเกอร์ที่ตำแหน่งเดียวกันหรือไม่ หากไม่มีสติกเกอร์เหมือนของศูนย์ อาจสันนิษฐานได้ว่ารถอาจมีการเคยทำสีมา หรือเคยเกิดอุบัติเหตุ

‍

จุดที่ 3 : หัวนอตยึดฝากระโปรง

รอยนอตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวนอตถลอก หากมีรอยขันในลักษณะสีหัวนอตเปิดนั้นอาจเป็นไปได้ว่าเคยมีการทำสี หรือเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน

‍

จุดที่ 4 : หัวนอตแก้มหน้ารถ

เช่นเดียวกับหัวนอตยึดฝากระโปรง รอยนอตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวนอตถลอก หากมีรอยขันในลักษณะสีหัวนอตเปิดนั้น อาจเป็นไปได้ว่าเคยมีการทำสี หรือ เคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนเช่นเดียวกัน

‍

จุดที่ 5 : ซิลิโคนบริเวณประตูรถ

คล้ายกับตอนเราดูซิลิโคนฝากระโปรงหน้ารถ คือ ซิลิโคนบริเวณขอบประตูรถจะต้องเป็นเส้นเดียวเห็นเด่นชัด บวกกับเมื่อเอาเล็บจิกจะต้องเกิดรอยนุ่มซึ่งเป็นของเดิมจากโรงงาน หากซิลิโคนมีการเปลี่ยนมาจะมีลักษณะแข็ง ไม่นูนชัดเท่าไหร่ ซึ่งรถคันนั้นอาจมีการทำสี หรือเคยเกิดอุบัติเหตุบริเวณข้างรถก็เป็นได้

‍

จุดที่ 6 : เพลทประจำรถ

รถทุกคันจะมีเพลทประจำรถที่ระบุผู้ผลิต รุ่น เครื่องยนต์ เลขตัวถัง อะไรประมาณนั้น ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีตำแหน่งที่ไม่เหมือนกัน ให้เราตรวจสอบตำแหน่งเพลทของรถรุ่นนั้น ๆ หากไม่มีเพลท หรือเลขตัวถังไม่ตรง ให้ทุกคนระวังไว้เลยว่ารถคันที่กำลังดูอาจเกิดอุบัติเหตุหนัก หรืออาจเป็นรถสวมทะเบียน

‍

จุดที่ 7 : รอยอาร์ค หรือ รอยสปอต รอบขอบประตู

รอยกลม ๆ ที่เกิดจากโรงงานหลาย ๆ รอยเรียงตัวกันบริเวณขอบประตูรถ วิธีสังเกตคือ ให้ดึงขอบยางกระดูกงูลงมาเพื่อตรวจสอบรอยอาร์คด้านใน ซึ่งหากเป็นรถเดิมจากโรงงาน รอยจะต้องชัดเจนและอาจเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ(เกิดจากเครื่องจักร) ซึ่งหากไม่มีรอยอาร์ค รอยไม่เด่นชัด ขอบเรียบเนียนสวยผิดปกติ รถคันที่คุณดูอยู่อาจจะเคยเกิดอุบัติเหตุ หรือ เคยทำสีมา

‍

จุดที่ 8 : รอยเชื่อม และรอยอาร์ค บริเวณบังโคลนหลัง

รถเดิมจากโรงงานจะต้องมีรอยอาร์ค และรอยเชื่อมที่เป็นเส้นชัดเจนระหว่างโครงสร้างตัวถังกับส่วนท้ายรถ สังเกตบริเวณมุมของท้ายตรงด้านในฝากระโปรงหลังใกล้ ๆ กับไฟท้าย

‍

จุดที่ 9 : หัวนอตบริเวณประตู

โครงสร้างด้านข้างบริเวณประตูรถทุกด้าน จะต้องดูว่าหัวนอตจะต้องไม่มีรอยขัน รอยถอด หรือ รอยสีหัวนอตถลอก ซึ่งถ้าหากหัวนอตมีรอยดังกล่าวแสดงว่ารถคันนั้นเคยมีการถอดประตูเกิดขึ้น อาจเป็นไปได้ว่ามีการถอดไปทำสี หรือเคยเกิดอุบัติเหตุมา

‍

จุดที่ 10 : กระจกรถทุกบาน

สำหรับรถใหม่ ๆ ให้สังเกตกระจกทุกบานว่ามีโลโก้ยี่ห้อครบทุกบานหรือไม่ แม้แต่กระจกสามเหลี่ยมด้านข้างบริเวณประตูหลัง เพราะถ้าเป็นกระจกเดิมจากโรงงาน หรือกระจกแท้นั้นจะต้องมีโลโก้ยี่ห้อทุกบาน

‍

จุดที่ 11 : เลขตัวถังรถยนต์ เลขเครื่องยนต์

ให้ตรวจสอบเลขตัวถังรถยนต์ และเลขเครื่องยนต์ ซึ่งทุกจุดจะต้องตรงกับสมุดจดทะเบียนรถยนต์ทุกตำแหน่ง ทุกตัวอักษร เพราะถ้าไม่ตรงนี่อันตรายอย่างยิ่งเลย รถอาจมีอุบัติเหตุหนักจนต้องยกเครื่อง อาจมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ อาจมีการตัดต่อโครงสร้างใหม่ หรืออาจมีการสวมทะเบียนเกิดขึ้น

‍

จุดที่ 12 : สมุดจดทะเบียนรถ

ที่อยากจะให้ดูเป็นอย่างแรกก็คือ วันจดทะเบียน กับ รุ่นปี ค.ศ. ที่รถผลิตออกมา วันจดทะเบียนก็บอกถึงวันที่รถคันนี้ได้ทำการจดทะเบียน ส่วนรุ่นปี ค.ศ. คือปีที่รถได้ผลิตออกมา ถ้าจะให้ดีที่สุดคือสองอันนี้ปีต้องตรงกัน แต่ถ้าห่างกันไม่เกิน 1 ปีให้ลองเหตุผลจากคนขายดู ถ้าตอบตะกุกตะกักก็ลองดูคันอื่นดีกว่า 

ขั้นต่อมาก็ให้เช็ก “รายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ในหน้า 18” เพราะมันคือประวัติรถ ถ้ารถเคยมีอะไรมาเช่น แจ้งจอด ยกเลิกทะเบียน เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนสี ติดแก๊ส ฯลฯ ในหน้า 18 จะมีการบันทึกไว้

‍

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอามาแบ่งปันกัน ถ้าใครได้ที่อ่านข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมานั้น รับรองเลยว่าคุณจะได้ประโยชน์และเทคนิคในการเลือกซื้อรถมือสองแบบไม่โดนหลอกย้อมแมวแน่นอน คราวหน้าจะมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจอีก ติดตามกันได้ที่เว็บไซต์ https://www.cartrack.co.th/platform/resources/blog ได้เลย

‍

ติดตาม CARTRACK (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

LINE: CARTRACK GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

วิธีดูรถมือสอง

วิธีดูรถมือสอง ให้เราสามารถหาและซื้อรถมือสองที่มีคุณภาพได้ จะมีวิธีการอย่างไร และทริคในการดูสภาพรถทั้งในเเละนอกตัวรถ เพื่อให้เราเท่าทันทุกความเสี่ยง