คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

การวัดระยะทางด้วย Google Maps

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
วัดระยะทาง Google Maps เป็นการบริการ GPS ที่มีประสิทธิภาพและถูกพัฒนาตลอด จึงมั่นใจได้ว่าระบบ GPS ของ Google นั้นสามารถใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

Google Maps คือบริการของ Google ที่ให้บริการเทคโนโลยีด้านแผนที่ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่ายและให้ข้อมูลของธุรกิจในท้องถิ่น ได้แก่ ที่ตั้งของธุรกิจ รายละเอียดการติดต่อและเส้นทางการขับขี่ โดยบริการแผนที่นี้เริ่มต้นให้บริการตั้งแต่กลางปีคริสต์ศักราช เป็นบริการฟรีจัดให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลกส่วนประกอบที่สำคัญที่ดึงดูดผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก คือแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมคุณภาพดีซึ่งครอบคลุมพื้นผิวโลก ในมาตราส่วนต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ Google Maps เป็นแอพพลิเคชั่น (Application) ที่สร้างมาเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการค้นหาสถานที่ต่าง ๆ และเส้นทางที่ใช้ในการเดินทาง ค้นหาสถานที่ใกล้เคียง วัดระยะทาง และคำนวณระยะทาง ฯลฯ ในการใช้แผนที่ Google Maps สามารถเลือกดูแผนที่ได้ 4 แบบ คือ แผนที่ (Map) แผนที่จากภาพถ่ายดาวเทียม (Sat) แผนที่แสดง Terrain (Ter) และแผนที่ Google Earth (Earth)

ในการเดินทางแต่ละครั้งเราสามารถใช้ Google Maps คำนวณระยะทางเพื่อที่จะทำให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางก่อนที่จะออกจากบ้าน โดยคุณสามารถวัดระยะทางระหว่างจุด 2 จุดขึ้นไปบนแผนที่ เช่น คุณสามารถวัดระยะทางเป็นแนวเส้นตรงระหว่างเมือง 2 เมืองได้ ในการคำนวณระยะทางระหว่างจังหวัดสามารถทำได้หลายวิธี

วิธีการวัดระยะทางบน Google Maps หลายๆคนคงเคยใช้แอพพลิเคชั่นนี้กัน ซึ่งสามารถใช้ในการบอกตำแหน่ง ระยะทางที่คุณต้องการที่จะทราบได้อย่างง่ายดาย ระหว่างจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทาง ถ้าหากคุณต้องการทราบถึงระยะทางระหว่างจังหวัดก็สามารถทราบได้อย่างง่ายดาย ผ่านการคำนวณระยะทางระหว่างจังหวัดจาก Google Maps ซึ่งเป็นการบริการเกี่ยวกับแผ่นที่ทั่วโลกผ่านบราวเซอร์ของ Google

สามารถเปิดใช้งานคำนวณหาระยะทางระหว่างจังหวัดหรือจะใช้ในการหาเส้นทางระหว่างต้นทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ ทั้งทางเว็บไซด์ผ่านอุปกรณ์อย่าง คอมพิวเตอร์ หรือ iPhone/iPad และสมาร์ทโฟนระบบ Android ของคุณได้อย่างสะดวกสบาย ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการหาระยะทาง

Google Maps เหมาะสำหรับผู้ที่จะใช้แผนที่ในการวางแผนเส้นทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางไปยังสถานที่ออกกำลังกาย สถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนการเห็นแผนที่ข้อมูลบ้านเมืองต่าง ๆ ด้วย ซึ่งได้ข้อมูลแบบจริงๆ โดยไม่ต้องวัดจากพื้นที่จริง ซึ่งวิธีการวัดระยะทางทำได้ดังนี้

การวัดระยะทาง Google Maps ด้วย iPhone และ iPad

ขั้นตอนที่ 1 : เพิ่มจุดแรก

  1. เปิดแอพพลิเคชั่น (Application) Google Map แตะที่ใดก็ได้บนแผนที่ค้างไว้ คุณจะเห็นหมุดสีแดงปรากฏขึ้น
  2. ที่ด้านล่างแตะชื่อสถานที่
  3. บนหน้าของสถานที่ให้เลื่อนลงแล้วเลือกวัดระยะทาง

ขั้นตอนที่ 2 : เพิ่มจุดถัดไป

  1. เลื่อนแผนที่จนวงกลมสีดำหรือเส้นกากบาทอยู่ในจุดถัดไปที่คุณต้องการเพิ่ม
  2. ที่ด้านขวาด้านล่างแตะเพิ่ม +
  3. เพิ่มจุดจนกว่าจะครบตามต้องการ

ขั้นตอนที่ 3 : ดูระยะทาง

  1. ที่ด้านล่าง คุณจะเห็นระยะทางรวมเป็นหน่วยไมล์ หรือกิโลเมตร (กม.)
    • ไม่บังคับ: หากต้องการนำจุดสุดท้ายที่เพิ่มออก ให้แตะเลิกทำ หากต้องการล้างจุดทั้งหมด ให้แตะเพิ่มเติม จากนั้น ล้างที่มุมขวาบน
  2. เมื่อเสร็จแล้ว ให้แตะลูกศรกลับที่ด้านซ้ายบน

การวัดระยะทาง Google Maps ด้วย คอมพิวเตอร์

  1. เปิดโปรแกรม Google Maps ในคอมพิวเตอร์ หากคุณใช้ Maps ในโหมด Lite คุณจะเห็นรูปสายฟ้าที่ด้านล่าง และจะไม่สามารถวัดระยะทางระหว่างจุดต่างๆ ได้
  2. คลิกขวาที่จุดเริ่มต้น เลือกวัดระยะทาง
  3. คลิกที่ใดก็ได้บนแผนที่เพื่อสร้างเส้นทางที่ต้องการวัด หากต้องการเพิ่มจุดอื่น ให้คลิกที่ใดก็ได้บนแผนที่
  4. ไม่บังคับ: ลากจุดหรือเส้นทางเพื่อเคลื่อนย้าย หรือคลิกจุดเพื่อนำออก
  5. ที่ด้านล่าง คุณจะเห็นระยะทางรวมเป็นหน่วยไมล์ และกิโลเมตร (กม.)
  6. เมื่อเสร็จแล้ว ในการ์ดที่อยู่ด้านล่าง ให้คลิกปิด

การวัดระยะทาง Google Maps ด้วย Android

ขั้นตอนที่ 1 : เพิ่มจุดแรก

  1. เปิดแอพพลิเคชั่น (Application) Google Maps
  2. แตะที่ใดก็ได้บนแผนที่ค้างไว้ คุณจะเห็นหมุดสีแดงปรากฏขึ้น
  3. ที่ด้านล่าง แตะชื่อสถานที่
  4. บนหน้าของสถานที่ ให้เลื่อนลงแล้วเลือกวัดระยะทาง

ขั้นตอนที่ 2 : เพิ่มจุดถัดไป

  1. เลื่อนแผนที่จนวงกลมสีดำหรือเส้นกากบาทอยู่ในจุดถัดไปที่คุณต้องการเพิ่ม
  2. ที่ด้านขวาล่าง แตะเพิ่ม
  3. เพิ่มจุดจนกว่าจะครบตามต้องการ

ขั้นตอนที่ 3 : ดูระยะทาง

  1. ที่ด้านล่าง คุณจะเห็นระยะทางรวมเป็นหน่วยไมล์ หรือกิโลเมตร (กม.)
    • ไม่บังคับ: หากต้องการนำจุดสุดท้ายที่เพิ่มออก ให้แตะเลิกทำ หากต้องการล้างจุดทั้งหมด ให้แตะเพิ่มเติม จากนั้น ล้างที่มุมขวาบน
  2. เมื่อเสร็จแล้ว ให้แตะลูกศรกลับที่ด้านซ้ายบน

และนอกจากการวัดระยะทางแล้ว Google Maps ยังสามารถรู้ถึงสภาพการจราจรบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ Real-Time ได้อีกด้วย ซึ่งการที่ Google Maps สามารถวัดระยะทางเพื่อที่จะสามารถคำนวณระยะทางในการเดินทางของคุณได้แล้ว การที่ Google Maps สามารถบอกสภาพการจราจรได้แบบเรียลไทม์ Real-Time ก็จะช่วยคำนวณเวลาในการเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายของคุณได้ทันเวลา

นอกจากนี้ Google Maps ยังได้รวบรวมข้อมูลของสภาพการจราจรแล้วเก็บข้อมูลเป็นประวัติไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะนำมาใช้เปรียบเทียบได้ว่าสภาพการจราจร ณ เวลาขณะนั้น สามารถใช้ในการเดินทางได้ช้ากว่าหรือเร็วกว่าปกติ และ Google Maps ยังใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากแอพพลิเคชั่น (Application) ที่มีชื่อว่า Waze (เวซ) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น (Application) ที่อัพเดทข้อมูลการขนส่งจากทั่วประเทศ จากกระทรวงคมนาคม และก็เป็นส่วนที่ทำให้ Google Maps สามารถระบุเหตุการณ์เฉพาะต่างๆได้

จากที่กล่าวมา Google Maps เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินทางของคุณในปัจจุบันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการวัดระยะทางที่จะสามารถบ่งชี้ให้คุณเห็นว่าจากจุดแรกที่คุณอยู่ไปยังอีกจุดหนึ่งมีระยะทางเท่าใดและจากสภาพการจราจร ณ ขณะนั้นจะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางเท่าใด Google Maps ได้ทำการคำนวณไว้ให้คุณหมดแล้ว ทำให้การเดินทางครั้งต่อ ๆ ไปของคุณไม่ยุ่งยากอีกต่อไป

และที่ คาร์แทรค เราใช้ระบบแผนที่จาก Google Maps โดยเฉพาะ ซึ่งมีความละเอียดสูง และแม่นยำที่สุด ทำให้การวางแผนการขนส่งหรือการติดตามงาน ไม่มีคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด อีกทั้งเรามีบริการทดลองใช้งานฟรี 1 เดือนเต็ม

รึหากสนใจเริ่มต้นใช้งานจริง ในราคาเพียง 299 บาท เท่านั้น !

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?

    [sourceurl thesource]