คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

การเลือกใช้น้ำมันรถให้เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

ในการใช้งานรถยนต์ทุกวันนี้ ผู้ใช้รถทุกท่านนอกจากจะต้องดูแลรถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงการเลือกใช้ น้ำมันรถ กับตัวรถของคุณด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เต็มสมรรถนะ และสามารถยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ให้ยาวนานได้มากกว่าเดิม ทั้งนี้หลายคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่า เราใช้น้ำมันรถที่ถูกต้องและเหมาะสมอยู่หรือไม่ วันนี้เราจึงนำข้อมูลดีๆ มาฝากกัน เพื่อให้คุณสามารถใช้น้ำมันรถได้อย่างเหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ และไม่เกิดผลเสียตามมานั่นเอง

 

ทำไมต้องใช้น้ำมันรถให้เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละประเภท

เนื่องด้วยน้ำมันแต่ละประเภทนั้น มีความเหมาะกับการนำมาใช้งานกับประเภทรถยนต์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากคุณใช้น้ำมันผิดประเภทก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเครื่องยนต์ได้ ซึ่งคุณจำเป็นจะต้องเช็คเครื่องยนต์กับทางศูนย์ว่ารถที่คุณใช้อยู่นั้นรองรับน้ำมันชนิดใด เกรดใด เพื่อจะได้เลือกใช้ได้อย่างถูกต้องนั่นเอง

 

ประเภทของน้ำมันรถยนต์

ก่อนอื่นผู้ใช้รถต้องทำความเข้าใจขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับประเภทของน้ำมัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ก็คือ น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ โดยสองประเภทนี้จะมีความแตกต่างของส่วนผสมและสารประกอบหลักที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

น้ำมันเบนซิน 95

น้ำมันรถยนต์ที่มีราคาสูงกว่าน้ำมันทั่วๆ ไปในท้องตลาด เนื่องจากไม่มีสารประกอบเอทิลแอลกอฮอล์มาเป็นส่วนผสม ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เต็มสมรรถนะลื่นไหลในทุกการขับขี่ไม่มีน็อคระหว่างทาง ซึ่งผู้ที่ใช้รถน้ำมันเบนซินอยู่แล้ว สามารถเติมน้ำมันชนิดนี้ได้ แต่อาจจะต้องยอมรับในราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าน้ำมันอื่นๆ

น้ำมันเบนซิน 91

น้ำมันรถชนิดนี้มีความแตกต่างจากน้ำมันเบนซิน 95 ตรงที่ แม้จะไม่มีเอทิลแอลกอฮอล์มาเป็นส่วนผสม แต่ค่าออกเทนจะมาในอัตราที่ต่ำกว่าเบนซิน 95 ทำให้สมรรถนะของตัวรถระหว่างขับขี่ เป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่มีน็อค แต่ก็ยังสมบูรณ์ไม่เท่าเบนซิน 95 โดยรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันประเภทนี้ได้ ก็คือรถยนต์ที่เติมน้ำมันเบนซินอยู่แล้ว ซึ่งรถคันนั้นต้องไม่ใช่รถประเภทที่มีข้อระบุว่า “เติมน้ำมันเบนซิน 95 เท่านั้น”

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

น้ำมันที่มีส่วนประกอบของน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วและเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งคุณสมบัติในการใช้งานน้ำมันรถประเภทนี้ ก็จะมีความคล้ายกับน้ำมันเบนซิน 95 แต่มีราคาถูกกว่า และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91

น้ำมันชนิดมีส่วนประกอบของน้ำมันเบนซินพื้นฐานและเอทิลแอลกอฮอล์ ในอัตราส่วน 9:1 ทำให้มีคุณสมบัติในการใช้ทดแทนน้ำมันเบนซิน 91 ได้ แต่สมรรถนะในการใช้งานหรือขับขี่จะยังคงเป็นรองน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 รโดยถยนต์ที่ใช้งานน้ำมันชนิดนี้ได้ จะต้องเป็นรถประเภทที่มีข้อระบุว่า “สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ได้”

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 (น้ำมันเบนซิน E20)

น้ำมันรถประเภทนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันเบนซินพื้นฐานและเอทิลแอลกอฮอล์ ในอันตราส่วน 80:20 เป็นน้ำมันที่ต้องสังเกตให้ดีก่อนใช้งานว่ารถยนต์ของคุณรองรับน้ำมันชนิดนี้หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้เกิดความเสียหายของเครื่องยนต์ตามมา เช่น สตาร์ทเครื่องไม่ติด, รถวิ่งไม่ลื่นไหล, เครื่องสะดุด ฯลฯ

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน และเอทิลแอลกอฮอล์ ในอัตราส่วน 15:85 เป็นน้ำมันที่เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานหนัก ไม่เน้นเรื่องการขับขี่แรงๆ แต่อาจจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากทีเดียว เนื่องด้วยน้ำมันประเภทนี้มีการระเหยของน้ำมันที่รวดเร็วกว่าน้ำมันประเภทอื่นนั่นเอง

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ควรเลือกน้ำมันที่เหมาะสมกับประเภทรถยนต์ของคุณจะดีที่สุด เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มสมรรถนะ ไม่เกิดความเสียหายหรือชำรุดระหว่างใช้งาน อีกทั้งยังเป็นการยืดอายุของเครื่องยนต์ให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อใช้น้ำมันรถผิดประเภท

จากที่ทราบกันไปแล้วว่า น้ำมันแต่ละประเภท จะมีความเหมาะกับรถยนต์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกน้ำมันรถให้เหมาะกับรถยนต์ของคุณมากที่สุด ซึ่งหากเลือกใช้น้ำมันไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เกิดผลเสียเหล่านี้ตามมาได้

  1. เครื่องยนต์ติดๆ ดับๆ
  2. เครื่องยนต์สะดุดระหว่างใช้งาน
  3. เร่งเครื่องไม่ขึ้น
  4. เครื่องยนต์ดับอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

วิธีแก้ไข เมื่อใช้น้ำมันที่ไม่เหมาะกับรถของตนเอง

เมื่อเผลอใช้น้ำมันที่ไม่เหมาะกับรถ จนทำให้เกิดผลเสียตามข้างต้น ก็แนะนำให้แก้ไขด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. ห้ามสตาร์ทรถ
    เมื่อรู้ว่าเติมน้ำมันรถผิดประเภทให้คุณดับเครื่อง ห้ามสตาร์ทรถ เพราะการสตาร์ทรถจะส่งผลให้น้ำมันที่คุณเติมมาไหลเข้าไปในเครื่องยนต์ และทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหาย จนต้องซ่อมกันอีกเยอะเลยทีเดียว
  2. ถ่ายน้ำมัน
    ให้รีบถ่ายน้ำมันออกทันที และจากนั้นให้ทำการไล่ระบบรถยนต์ใหม่ โดยพยายามถ่ายน้ำมันออกให้ได้มากที่สุด
  3. เติมน้ำมันที่ถูกประเภทเข้าไป
    หลังจากศึกษาแล้วว่ารถยนต์ของคุณควรเติมน้ำมันประเภทไหน ให้เติมน้ำมันที่เหมาะสมเข้าไปใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติ
  4. ทดสอบเครื่องยนต์
    ให้คุณทำการทดสอบระบบเครื่องยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ของคุณสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ หรือถ้ายังไม่สามารถใช้งานได้ ให้คุณนำรถติดต่อศูนย์ เพื่อการช่วยเหลือและแก้ไขที่ถูกต้องต่อไป

 

รถยนต์แต่ละคันนั้นมาพร้อมรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ว่ารถทุกแบรนด์ ทุกยี่ห้อจะสามารถใช้น้ำมันร่วมกันได้ทั้งหมด เพราะตัวเครื่องยนต์ที่ออกแบบมา มีความแตกต่างในการรองรับน้ำมันในหลายๆ ประเภท ทำให้ผู้ใช้รถต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง หากใช้น้ำมันถูกประเภทที่ตอบสนองต่อตัวเครื่องยนต์ได้สมบูรณ์แล้ว

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การติดตั้งระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้กับรถยนต์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น GPS Tracker ระบบนำทางรถยนต์ที่จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และยังช่วยนำทางได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณขับขี่รถได้อย่างสบายใจมากขึ้น เพื่อให้สามารถใช้รถยนต์ของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค

 

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?