คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

รู้ไว้ก่อนโดนใบสั่ง ! กับกฎหมายจำกัดความเร็วรถ

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

นักซิ่งทั้งหลายรู้หรือไม่ว่าการขับรถด้วยความเร็วที่เกินกฎหมายกำหนดมีความผิดอย่างไร และความเร็วเท่าไหร่ถึงจะถือว่าผิดกฎหมาย จำกัดความเร็ว บทความนี้เราจะมาบอกถึงข้อกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบกได้ออกกฎหมายมาไว้ให้ทราบกัน

 

การขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย การขับรถบนถนนในเมือง หรือเส้นทางหลวงก็ต้องมีการกำหนดความที่แตกต่างกันออกไป ตามข้อกฎหมายบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับที่ 6 ประกอบกับฉบับที่ 10 ซึ่งออกตามความในพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า

ข้อ 1 – ในกรณีปกติ ให้กำหนดความเร็วสำหรับรถ ดังต่อไปนี้

  • สำหรับรถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถ รวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสาร ให้ขับในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร หรือนอกเขตดังกล่าวให้ขับไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร
  • สำหรับรถยนต์อื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ในวงเล็บ (1) ขณะที่ลากจูงรถพ่วง รถยนต์บรรทุกที่มีน้ำหนักรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไม่เกินชั่วโมงละ 45 กิโลเมตร หรือนอกเขตดังกล่าวให้ขับไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร
  • สำหรับรถยนต์อื่นที่นอกจากระบุไว้ในวงเล็บ (1) หรือ (2) หรือรถจักรยานยนต์ให้ขับในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร หรือนอกเขตดังกล่าวให้ขับไม่เกินชั่วโมงละ 90 กิโลเมตร

ข้อ 2 – ในเขตทางที่มีเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นเขตอันตรายหรือเขตให้ขับรถช้า ๆ ให้ลดความเร็วลงและเพิ่มความระมัดระวังขึ้นตามสมควร

ข้อ 3 – ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าที่กำหนดในข้อ 1 ให้ขับไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้

 

กฏหมายจำกัดความเร็วรถจากกระทรวง

สำหรับกฎหมายเกี่ยวกับความเร็วบนทางหลวงนั้น มีกฎหมายกำหนดไว้ใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 โดยสรุปได้ว่า ข้อ 2 อัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงชนบทมีดังต่อไปนี้

  1. รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 90 กิโลเมตร
  2. รถยนต์ขณะที่ลากจูงรถพ่วง หรือรถสามล้อ ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 60 กิโลเมตร
  3. รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม ไม่ว่าจะลากจูงรถพ่วงด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือรถบรรทุกคนโดยสาร ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 กำหนดไว้ว่า ข้อ 2 ให้กำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ทางสาย กรุงเทพมหานคร-เมืองพัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนภิเษก) ทางสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้

  1. รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 1,200 กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสาร ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 100 กิโลเมตร
  2. รถบรรทุกอื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (1) รวมทั้งรถบรรทุกหรือรถยนต์ขณะที่ลากจูงรถพ่วง ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 80 กิโลเมตร
  3. รถยนต์อื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ 120 กิโลเมตร

 

อัตราค่าปรับเมื่อขับรถเร็วเกินกำหนด

อัตราค่าปรับในการขับรถเร็วเกินอัตรากำหนดปรับตั้งแต่ 200 – 1,000 บาท แม้จะดูน้อย แต่เชื่อได้ว่าเป็นการลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ ช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินได้คุ้มค่ามากกว่าเงิน 1,000 บาทเป็นแน่

 

การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว

ตามกฎหมาย การขับขี่ด้วยความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถอนุโลมผ่อนผันได้ ดังนั้น การดำเนินการตรวจจับเป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้กฎหมายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน มีการใช้เครื่องมือตรวจจับที่ผู้ขับขี่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น กล้องตรวจจับความเร็วที่ถูกติดตั้งบริเวณต่างๆ จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายในบริเวณพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

ในขณะเดียวกัน หากเพิ่มการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้นในทุกที่และทุกเวลา การที่ผู้ขับขี่ไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการตรวจตราและจับกุมในบริเวณไหน จะทำให้ผู้ขับขี่ต้องขับขี่ภายในความเร็วจำกัดตลอดเวลา ดังนั้นการผสมผสานการตรวจจับทั้งสองแบบ จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

แต่ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายจำกัดความเร็วจะมีโทษหรือการปรับในอัตรามากเท่าใด ก็ยังคงมีนักซิ่งที่อาจจะยังไม่หยุดที่จะขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด บางครั้งไม่ได้ได้เกิดกับรถยนต์ส่วนบุคคลแต่เกิดกับรถยนต์ขนส่งหรือรถโดยสารสาธารณะของบริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วคนที่จะต้องรับผิดชอบคือองค์กร

แต่ปัจจุบันนี้บริษัท/องค์กรไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เนื่องด้วย ระบบ GPS ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาในส่วนนี้เป็นที่เรียบร้อย  ทำให้สามารถแสดงตำแหน่งของรถยนต์ ทราบความเคลื่อนไหว และแสดงอัตราความเร็วในการขับรถ ว่าเกินกำหนดหรือไม่ ?

 

โดยทางบริษัทสามารถกำหนดอัตราความเร็วของรถได้ โดยที่ไม่เกิน 90 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยจะแสดงข้อมูลการเดินรถพร้อมทั้งตำแหน่งของรถทุก ๆ 10-15 วินาที เพื่อข้อมูลที่รวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำ ทำให้ไม่พลาดการติดตามทุก ๆ พฤติกรรมการใช้งานรถ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที สามารถเก็บข้อมูลการวิ่งของรถแต่ละคันและเรียกดูย้อนหลังได้ตามต้องการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุในเรื่องของการขนส่งสินค้าและการโดยสารสาธารณะ และเพื่อสร้างความมั่นใจตลอดการเดินทาง

 

การใช้งาน GPS ติดตามความเร็วจาก คาร์แทรค

ติดตามและแสดงผลความเร็วของผู้ขับขี่ ด้วยการใช้งาน ระบบ GPS จาก คาร์แทรค ทำให้คุณมั่นใจว่าคนขับรถของคุณ จะขับขี่อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่ละเมิดกฏหมายจราจร อีกทั้งยังสามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่ต่างๆ ช่วยให้ธุรกิจของคุณมั่นคงและมีประสิทธิมากยิ่งขึ้น

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค

บทความล่าสุด
หมวดหมู่

    สอบถามสินค้าและบริการ
    หรือขอใบเสนอราคา
    (66) 2 136 2920

    กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เราโทรกลับไป

    คุณสนใจบริการใดของเรา ?

    จำนวนยานพาหนะที่ต้องการติดจีพีเอส ?