การระบุพิกัด GPS

ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ กับปี 2561 คงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า GPS เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับนักเดินทางเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็ได้ใช้เจ้า GPS จนเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะหาร้านอาหาร เส้นทางท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่ไม่เคยไป ทำให้เราถึงเป้าหมายได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แต่วิธีการใช้ GPS ให้นำทางเราได้อย่างแม่นยำที่สุดก็คือการป้อนพิกัดลงไปในอุปกรณ์ที่เราใช้ วันนี้เราจึงขอเสนอวิธีการระบุพิกัด GPS เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กันต่อไป   แต่ก่อนจะพูดกันถึงเรื่องวิธีการระบุพิกัดเรามาทำความเข้าใจเรื่องหน่วยในระบบพิกัดกันสักเล็กน้อยนะครับ

 

โดยหน่วยในระบบพิกัดที่มักจะพบเจอในเครื่อง GPS หรือโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันนั้นจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ  Degree Minute Second (DMS) และ Decimal Degree (DD) ซึ่งหน่วยทั้งสองแบบจะวัดโดยใช้เส้นละติจูด และลองจิจูดครับ ( ***เส้นละติจูดคือเส้นสมมติที่ลากผ่านโลกในแนวนอนหลายๆเส้น โดยเส้นศูนย์สูตรจะเป็นเส้น 0° ส่วนเส้นอื่นๆจะบอกตำแหน่งว่าอยู่เหนือหรือใต้เส้นศูนย์สูตรไปกี่องศา ส่วนเส้นลองจิจูดคือเส้นสมมติที่ผ่านโลกในแนวตั้ง โดยเส้น0°คือเส้นที่ลากผ่านหอส่งดาว ณ เมืองกรีนิส ในประเทศอังกฤษ และเส้นอื่นๆจะบอกว่าอยู่ทางทิศตะวันออกหรือตะวันตกของเมืองกรีนิสนั่นเอง*** )

 

Degree Minute Second (DMS) จะเป็นการบอก องศา (°), ลิปดา (′), ฟิลิปดา (″) ถ้าจะให้เปรียบง่ายๆก็เหมือนหน่วยเวลา ชั่วโมง, นาที, วินาที คือ 1 องศา มี 60 ลิปดา 1 ลิปดามี 60 ฟิลิปดา การเขียนตำแหน่งแบบ DMS จะเริ่มจากละติจูด โดยถ้าพิกัดอยู่ทางเหนือจะลงท้ายด้วย N แต่ถ้าอยู่ทางใต้จะใช้ตัว S แล้วตามด้วยลองจิจูดโดยถ้าพิกัดอยู่ทางตะวันออกจะใช้ E ส่วนตะวันตกจะใช้ W ครับ เช่นบ้านในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาตั้งอยู่ที่ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูด 7 องศา 2 ลิปดา 25 ฟิลิปดา เหนือ, ลองจิจูด 100 องศา 27 ลิปดา 15 ฟิลิปดา ตะวันออก จะเขียนได้ว่า  7 ° 2 ′ 25 ″ N    100 ° 27 ′ 15 ″ E นั่นเอง

 

ส่วน Decimal Degree (DD) เป็นการแสดงพิกัดแบบใช้ทศนิยมที่เป็นเลขฐานสิบในหน่วยแบบ DD ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมากกว่าโดยแปลงค่ามาจากหน่วยวัดแบบ DMS เช่น บ้านในอำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ ละติจูด 7. 040277 องศา เหนือ, ลองจิจูด 100.45416 องศา ตะวันออก จะเขียนได้ว่า 7.040277 ° N, 100.45416 ° E สำหรับการแปลงหน่วยจาก DMS ให้เป็น DD นั้น จะมีสูตรดังนี้ DD = Degrees + ( Minutes*60+Seconds ) / 3600  หรือ DD = ( Seconds / 3600 ) + ( Minutes / 60 ) + Degrees

  

เชื่อว่าหลายคนแค่เห็นสูตรก็คงกุมขมับถอยกันแล้ว แต่อย่าเพิ่งถอดใจครับเรามีวิธีที่ง่ายและสบายกว่านั้นมาแนะนำกันแค่เอาพิกัดที่เราได้ไปกรอกในเว็บ https://www.latlong.net/lat-long-dms.html แค่นี้เราก็สามารแปลงค่าจาก DD เป็น DMS หรือ DMS เป็น DD ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือแล้ว   หลังจากที่ทราบวิธีการแปลงค่าแบบง่ายๆ กันไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามขึ้นว่าแล้วเราจะหาค่าจากที่ไหนมาแปลงล่ะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าจุดที่เราอยู่หรือจุดหมายของเราอยู่พิกัดไหน วันนี้เราขอเสนอตัวช่วยง่ายๆ อีกสองตัวที่จะช่วยให้เราระบุพิกัดได้ง่ายดายด้วยมือถือแค่เครื่องเดียวกันครับ แถมยังสามารถใช้ได้ทั้ง IOS และ Android อีกด้วย นั่นคือ Google Map และ Google Earth ครับ  โดย Google Map จะบอกค่าเป็น DD ส่วน Google Earth จะบอกค่าเป็น DMS นะครับ

   

การหาพิกัดด้วย Google Map

ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากการหาพิกัดผ่านทาง Google Map ก่อนนะครับโดยวิธีนี้สามารถทำได้ทั้งใน Android และ iOS ได้ไม่ต่างกัน
โดยให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. เลื่อนแผนที่ไปตรงจุดที่เราต้องการหาพิกัด หรือจะพิมพ์ค้นหาสถานที่ในช่องค้นหาก็ได้
  2. กดตรงจุดที่เราต้องการทราบตำแหน่งค้างไว้จนแอพพลิเคชันปักหมุดในตำแหน่งนั้น
  3. กดแถบปักหมุด (Dropped Pin) ข้างล่างที่ขึ้นมา
  4. จะพบพิกัดแบบ DD ระบุไว้ข้างล่าง
 

การหาพิกัดด้วย Google Earth

สำหรับการหาพิกัดด้วยแอพพลิเคชัน Google Earth นั้น ก็สามารถทำได้ทั้งใน Android และ iOS เช่นกัน และง่ายกว่าการใช้ Google Map มากๆ ทั้งยังสามารถระบุพิกัดได้ละเอียดกว่าเพราะเราสามารถเห็นรายละเอียดทุกอย่างละเอียดถึงขนาดสามารถเห็นหลังคาบ้านของเราได้เลยทีเดียว      ส่วนวิธีตรวจดูพิกัดด้วย Google Earth นั้น ให้เราพิมพ์หาสถานที่สำคัญที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดที่เราต้องการระบุพิกัด จากนั้นค่อยๆเลื่อนหาจุดที่เราต้องการทราบพิกัดแล้วซูมเข้าไปใกล้ๆ บริเวณด้านล่างขวาของจอภาพจะขึ้นพิกัดของสถานที่เราต้องการขึ้นมา   เพียงเท่านี้เราก็ได้พิกัด GPS เพื่อนำไปแปลงค่าหรือใช้ประโยชน์อื่นๆไม่ว่าจะแชร์พิกัดให้เพื่อน บอกตำแหน่งของตัวเอง หรือกำหนดจุดหมายที่เราต้องการไปแล้วครับ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะครับ

 

อย่าพลาดโอกาสในการทดลองใช้งาน GPS ฟรี กับ คาร์เเทรค