คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

ไฟเตือน

ไฟหน้าปัดรถยนต์

ไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์สำคัญอย่างไร

บริเวณหน้าปัดรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อนั้นจะมีสัญลักษณ์ไฟเตือนเอาไว้ ซึ่งผู้ขับขี่ทุกคนควรเรียนรู้จากคู่มือการใช้รถก่อนนำมาขับขี่ว่าไฟเตือนสัญญาณหน้ารถเหล่านี้นั้นมีความหมาย หรือความสำคัญอย่างไรบ้าง ซึ่งอาจสรุปความสำคัญของ ไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์ ตามรายละเอียดต่อไปนี้   สีของไฟเตือนบ่งบอกถึงความหมาย หากสังเกตให้ดีไฟเตือนหน้าปัดรถยนต์จะมี 3 ประเภทได้แก่ สีเขียวหรือสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดง ซึ่งการนำสีที่แตกต่างกันมาใช้เป็นสัญลักษณ์ไฟเตือนนั้นก็เนื่องมาจากการสื่อความหมายที่แตกต่างกัน อย่างในกรณีสีเขียวหรือสีน้ำเงิน มักใช้สิ่งที่ไม่อันตรายแต่ควรปฏิบัติอย่างไฟตัดหมอก หรือระบบแสงสว่าง ส่วน สีเหลือง เป็นการเตือนให้ปฏิบัติตาม อาทิ สัญญาณเตือนน้ำมันในกรณีที่น้ำมันใกล้หมด รูปเครื่องยนต์ที่เตือนให้ผู้ขับขี่รู้ตัวว่าเครื่องยนต์มีอาการผิดปกติ หรือรูปพวงมาลัยที่เตือนว่าระบบพาวเวอร์ของพวงมาลัยมีอาการผิดปกติ และสีสุดท้ายอย่าง สีแดง มีขึ้นเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามอย่างสัญญาณเตือนให้คาดเข็มขัด สัญญาณเตือนมาตรวัดความร้อนที่บอกให้รู้ว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานผิดปกติ หรือรูปถุงลมหน้ารถเพื่อเตือนให้รีบนำรถเข้าศูนย์ไปตรวจสอระบบถุงลม

ไฟฟ้ารถยนต์

มารู้จักระบบ ไฟฟ้ารถยนต์ กันเถอะ

เป็นที่รู้กันดีว่าพลังงานหลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ก็คือน้ำมัน แต่ภายในรถก็มีระบบต่าง ๆ มากมายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมภายในห้องเครื่องถึงต้องมีตัวกำเนิดไฟฟ้าอย่างแบตเตอรี่อยู่ด้วย และวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ตัวอย่าง ระบบ ไฟฟ้ารถยนต์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆภายในรถ   ระบบสตาร์ท ระบบสตาร์ทเป็นระบบที่ใช้ไฟฟ้ารถยนต์ในการจุดระเบิด ก่อนอื่นขอให้คุณผู้อ่านนึกถึงการสตาร์ทรถ เมื่อเสียบกุญแจเข้าไป จะเห็นได้ว่ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะสวิทช์ยังอยู่ที่ OFF แต่พอบิดกุญแจไปที่ ON ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะวิ่งเข้าสู่คอยล์จุดระเบิด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ ขั้นตอนนี้ระบบไฟฟ้าบางอย่างทำงานแล้ว เช่น ไฟหน้าปัดรถ