คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

อุบัติเหตุ

ขับรถฝนตก

ขับรถตอนฝนตกหนัก ต้องรับมืออย่างไร

หากเราต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ฝนตกหนักในขณะขับรถอยู่ จะมีวิธีการรับมืออย่างไร ไปดูกันว่าการ ขับรถฝนตก มีเคล็ดลับและวิธีการรับมืออย่างไรบ้างที่ควรรู้

คาดเข็มขัดนิรภัย

คาดเข็มขัดนิรภัย สิ่งที่ไม่ควรลืมหรือมองข้าม เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต

พื้นฐานการขับขี่รถยนต์โดยทั่วไปของทุก ๆ คนจำเป็นต้องเคารพพร้อมปฏิบัติตามกฎจราจรเหมือนกันหมด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่อยู่บนท้องถนน ซึ่งกฎจราจรหนึ่งที่หลายคนอาจลืมเลือนหรือไม่ได้สนใจจะทำตามมากนักคือการ คาดเข็มขัดนิรภัย ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจังมาก ๆ เพราะมันหมายถึงความปลอดภัยของทุก ๆ คนที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว เราไม่มีทางรู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหนแต่ถ้ามีการคาดเข็มขัดเอาไว้ก่อนอย่างน้อยที่สุดจากหนักยังพอทุเลาให้กลายเป็นเบาได้   ก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยมารู้จักเข็มขัดนิรภัยให้มากขึ้นก่อนดีกว่า เข็มขัดนิรภัยคืออุปกรณ์ชนิดอื่นที่ติดมากับรถยนต์ทุกคัน หัวใจสำคัญของมันคือการช่วยลดความรุนแรงให้กับทุก ๆ คนที่โดยสารอยู่บนรถในยามที่เกิดอันตรายหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริง ๆ ทุกวันนี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่ถูกบังคับว่ารถยนต์ทุกคันต้องมีการติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิต โดยเวลาที่เราคาดเข็มขัดนิรภัยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนั่นคือ เข็มขัดนิรภัยแบบสองจุด หรือ

เข้าโค้ง

“เข้าโค้ง” อย่างไร ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ

ช่วงที่รถกำลังวิ่ง เข้าโค้ง นั้นเป็นช่วงที่อาจเกิดอันตรายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการที่รถไถลหลุดโค้ง หรือรถอาจสูญเสียการควบคุมจนเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้ เพราะการเข้าสู่ระยะโค้งนั้นจะเป็นช่วงที่รถมีโอกาสเสียสมดุลได้ง่าย ยิ่งผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนด้วยความประมาทอันตรายในการขับขี่ระหว่างทางโค้งก็ยิ่งแฝงอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นผู้ขับขี่ควรเรียนรู้วิธีเพื่อให้การขับรถเข้าบริเวณทางโค้งเป็นไปอย่างปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและเพื่อนร่วมทางคนอื่น ๆ ด้วย โดยวิธีที่จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัยนั้นมีดังต่อไปนี้   ประเมินสภาพของทางโค้งให้ถี่ถ้วน ก่อนนำรถเข้าทางโค้งใดก็ตาม ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามป้ายจราจรที่บอกความเร็วควบคุม หรือป้ายเตือนที่แจ้งเอาไว้อย่างเคร่งครัด เพราะป้ายจราจรต่าง ๆ เหล่านี้ได้พิจารณาจากสถิติอุบัติเหตุว่าควรใช้ความเร็วเท่าใดจึงจะเกิดความปลอดภัย หรือบริเวณทางโค้งดังกล่าวมีหลักปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอย่างไรได้บ้าง อาทิ ห้ามแซง หรือให้ระมัดระวังทางลื่น เป็นต้น

การทะเลาะวิวาท

วิธีการยับยั้งอารมณ์ ลดการทะเลาะวิวาท บนท้องถนน

ระยะหลังนี้ดูเหมือนการทะเลาะวิวาทบนท้องถนนจะปรากฏให้เห็นหนาหูหนาตาขึ้น ทั้งที่ในอดีต 20-30 ปีก่อน มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมากในแต่ละปี ดูเหมือนสิ่งที่เปลี่ยนความถ้อยทีถ้อยอาศัยของคนไทยไปก็คือความโมโห ทักษะในการคิดควบคุมอารมณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะนำมาพูดถึงกันในวันนี้ แต่ก่อนจะเป็นเรื่องของการยับยั้งอารมณ์ เรามาดูสาเหตุกันก่อนว่า เพราะอะไรจึงเกิดการชกต่อยกันบนท้องถนนขึ้น   ทำไมจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันบนท้องถนน ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง หรือการทะเลาะวิวาทบนท้องถนน อาจมีสาเหตุมาจาก: 1) ความกดดันจากสภาพจราจร สภาพการจราจรติดขัดทำให้เกิดภาวะเร่งรีบ ตรงนี้เองที่ทำให้ผู้ขับขี่อารมณ์เสียจนเกิดการทำร้ายร่างกายได้ง่าย จากบทความวิชาการ เรื่อง การทะเลาะวิวาทจากการขับขี่บนท้องถนน เขียนโดย นายอภิชา ฤธาทิพย์

หลับใน

หลับใน อันตรายที่ผู้ขับรถสามารถป้องกันได้

อาการหลับในนับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย ลักษณะอาการคือคนขับเกิดวูบหลับกลางอากาศในระหว่างขับรถ ซึ่งในช่วงที่ไม่รู้สึกตัวนั้นเป็นช่วงที่สามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ ยิ่งเกิดอาการในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังใช้ความเร็ว หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงอย่างทางโค้งหรือฝนตกถนนลื่น ความสูญเสียที่เกิดจากอาหารวูบหลับนี้ก็อาจรุนแรงจนไม่สามารถประเมินความเสียหายได้เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุของอาการลักษณะนี้มาจากหลายสาเหตุทั้งการอดนอน การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับไม่เป็นเวลา จนร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย แต่ก็อาจมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ขับขี่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทก่อนออกเดินทาง หรือทานยาที่กินแล้วทำให้รู้สึกง่วงนอนอย่างยาแก้แพ้ รวมถึงเครื่องดื่มมึนเมาอย่างแอลกอฮอล์ ลักษณะของอาการขับรถแล้ววูบอาจมีตั้งแต่การวิ่งออกนอกเส้นทาง วิ่งลักษณะส่ายไปมาไม่ตรงทาง อาจเห็นภาพทุก ๆ อย่างรอบข้างเบลอ ไม่ชัดเจน รู้สึกง่วงเหมือนตาจะปิดจนไม่สามารถควบคุมการลืมตาของตนเองได้ หรืออาจมีอาการหาวบ่อย ๆ ตลอดเส้นทาง การขับรถแล้วเกิดอาการวูบหลับนั้นสามารถป้องกันได้ง่าย

หน้าฝน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการขับรถ หน้าฝน

พื้นฐานสำคัญของการขับรถที่ทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจเอาไว้เสมอคือเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเป็นการขับรถในช่วงฝนตกหรือฤดูฝนด้วยแล้วยิ่งต้องเพิ่มระดับความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า อย่างประเทศไทยของเรานั้น ปีหนึ่งจะมีช่วงฤดูฝนราว 4-5 เดือน ช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่คนใช้รถใช้ถนนจะต้องขับขี่ให้ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย เพราะหน้าฝนแบบนี้โอกาสเกิดอันตรายระหว่างขับรถมีสูงมาก   ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขับรถช่วงหน้าฝน แม้บางครั้งผู้ขับขี่เองจะพยายามระวังมากขนาดไหนก็ตาม ทว่ามีปัจจัยหลาย  ๆ ด้านที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝนแบบไม่ทันตั้งตัว เรามาดูกันว่าปัจจัยที่ว่ามีอะไรบ้าง ปัญหาถนนลื่น – เป็นปัจจัยแรกสุดที่สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในช่วงเวลาแบบนี้ ยิ่งเป็นช่วงฝนตกใหม่ ๆ จะยิ่งลื่นมากเป็นพิเศษเนื่องจากน้ำมีการผสมกับฝุ่นละอองบนพื้นเปลี่ยนสภาพจากถนนลาดยางเป็นเหมือนผิวหน้าดินโคลน หากขับมาด้วยความเร็วสูงก็มีโอกาสลื่นไถลไปชนข้างทางมีเยอะมากทีเดียว มีแอ่งน้ำบนถนน – สำหรับคนขับรถน่าจะเคยได้ยินคำว่า

ลูกปืนล้อแตก

แชร์วิธีสังเกตอาการลูกปืนล้อแตก…รู้ไว้ลดเสี่ยงภัยถึงชีวิต

อาการลูกปืนล้อแตกเป็นหนึ่งในสาเหตุของอุบัติภัยทางรถยนต์ที่พบบ่อย เนื่องจากทำให้การควบคุมรถเป็นไปโดยยากลำบาก และในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้ล้อรถยนต์หลุดออกจากเพลารถ และนั่นก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อีกต่อไป การรู้วิธีสังเกตความผิดปกติของลูกปืนล้อจึงมีความสำคัญที่ช่วยให้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที   ใช้ทักษะในการฟังเสียง การตรวจจับอาการลูกปืนล้อแตกในเบื้องต้นจำเป็นต้องอาศัยทักษะในการฟังเสียง กล่าวคือ ในระหว่างการขับขี่รถยนต์จะได้ยินเสียงหอนอู้ ๆ จากล้อ ซึ่งจะเพิ่มความดังตามความเร็วรถ จึงลองทดสอบได้ด้วยการเพิ่มเกียร์สูงหรือเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น คราวนี้อาจจะดังจนคนนั่งในรถรู้สึกหูอื้อได้เลย หากเป็นตามนี้ก็แสดงว่าลูกปืนล้อแตกแล้ว ลำดับต่อไปคือต้องช่วยกันฟังว่าเสียงดังมาจากจุดใด หากมาจากด้านล้อหน้า จะทำให้ผู้ขับขี่และคนนั่งข้างได้ยินเสียงดังที่ชัดเจน หากเป็นล้อฝั่งคนขับจะจับเสียงดังได้ง่ายที่สุด แต่หากเป็นล้อหลังต้องอาศัยผู้นั่งโดยสารเบาะหลังช่วยฟังเสียงว่าดังมาจากด้านล้อหลังซ้ายหรือขวา เรียกได้ว่าต้องช่วยกันสังเกตในขณะที่รถวิ่งเครื่องยนต์ทำงานอยู่เท่านั้น   ใช้อุปกรณ์ช่วย ทั้งนี้วิธีที่กล่าวมา

ขับรถเร็ว

ขับรถเร็ว อย่างไรให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่อตัวเองและผู้อื่น

อุบัติเหตุบนท้องถนนจากการ ขับรถเร็ว คือสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย พิสูจน์ได้จากการจัดอันดับผู้เสียชีวิตบนท้องถนนของโลกที่ประเทศไทยได้เป็นอันดับ 1 มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 ในปี พ.ศ. 2560 ปีเดียวมีอัตราการสูญเสียบนท้องถนนเป็นผู้เสียชีวิต 15,256 คน และผู้บาดเจ็บ 1,002,193 คน นับเป็นการสูญเสียทั้งทรัพยากรและค่ารักษาพยาบาลที่มิอาจประเมินค่าได้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นส่วนมากก็เนื่องมาจากอาการเมาสุรา อาการหลับในและการขับรถเร็ว เป็นหลัก สาเหตุของการขับขี่ยานพาหนะอย่างรวดเร็วนั้นก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุทั้งความเร่งรีบในชีวิตประจำวันที่ทำให้ผู้คนล้วนต้องแข่งขันกับเวลาจนต้องเพิ่มความเร็วในการขับขี่ หรือมาจากประสิทธิภาพของยวดยานพาหนะที่ดีมากขึ้น ผู้ขับขี่หลายคนจึงเผลอเร่งความเร็วมากเกินไปจนสูญเสียการควบคุม กลายเป็นอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมาย ซึ่งหากผู้ขับรถจำเป็นต้องขับขี่รถด้วยความรวดเร็วจริง

เบรกแตก

เทคนิคลดอุบัติภัยจาก เบรกแตก อย่างง่าย

อุบัติภัยบนท้องถนนที่เกิดจาก เบรกแตก เป็นอันตรายร้ายแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สินทั้งของตัวผู้ขับขี่รถที่มีปัญหาและรถคันอื่นที่ใช้ถนนร่วมกัน การทราบถึงสาเหตุ วิธีตรวจสอบ การป้องกัน และเทคนิคการรับมือเมื่อควบคุมเบรกไม่ได้ จึงเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์กับผู้ขับขี่อย่างมาก ดังที่เราได้รวบรวมมา ดังนี้   อาการเบรกแตกสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ขับขี่โดยสาเหตุที่พบบ่อย การวิ่งรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมีสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าผู้คนที่สัญจร สุนัข หรือรถยนต์คันอื่นที่ยูเทิร์น หรือวิ่งตัดถนนมาจากแยกเลี้ยว ซอยถนนต่าง ๆ ทำให้ต้องเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน ทำให้ผ้าเบรกไหม้ไม่สามารถหยุดรถได้ตามการบังคับ ผู้ขับขี่รถยนต์ที่เคยชินกับการแตะเบรกบ่อย