คลิ๊กที่นี่เพื่อติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากเว็ปไซต์ของกรมควบคุมโรค - ddc.moph.go.th

ผู้ขับขี่

จุดบอด

5 จุดที่อาจกลายเป็นจุดบอดในขณะขับรถที่ต้องระวัง

การขับขี่รถยนต์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด รุ่นใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ เพราะหากไม่ดีพอ ก็จะมองไม่เห็นยานพาหนะ หรือวัตถุชนิดอื่น ๆ ที่เข้ามาใกล้รถจนเกิดเป็นอุบัติเหตุได้ เพราะไม่ว่าจะระมัดระวังเพียงใดก็ตามรถทุกคันก็ล้วนมี จุดบอด รึจะเรียกว่า จุดอับสายตา หรือบริเวณที่อุปกรณ์ช่วยมองหรือกระจกส่องข้างไม่สามารถจับภาพได้ อาจอยู่ระหว่างแนวพนักพิงของผู้ขับ ทำให้ผู้ขับจะไม่สามารถมองเห็นบริเวณอับสายตาได้ชัดเจน ส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ยิ่งในกรณีที่จำเป็นต้องเปลี่ยนช่องทางเดินรถหรือเข้าทางแยกก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ง่าย ดังจะเห็นได้จากการที่รถยุคใหม่ ๆ ล้วนมีการออกแบบเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็น และลดจุดบอดต่าง ๆ ของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะจุดอับที่ผู้ขับขี่มองเห็นได้ยากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ลูกปืนล้อแตก

แชร์วิธีสังเกตอาการลูกปืนล้อแตก…รู้ไว้ลดเสี่ยงภัยถึงชีวิต

อาการลูกปืนล้อแตกเป็นหนึ่งในสาเหตุของอุบัติภัยทางรถยนต์ที่พบบ่อย เนื่องจากทำให้การควบคุมรถเป็นไปโดยยากลำบาก และในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้ล้อรถยนต์หลุดออกจากเพลารถ และนั่นก็ทำให้ไม่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อีกต่อไป การรู้วิธีสังเกตความผิดปกติของลูกปืนล้อจึงมีความสำคัญที่ช่วยให้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที   ใช้ทักษะในการฟังเสียง การตรวจจับอาการลูกปืนล้อแตกในเบื้องต้นจำเป็นต้องอาศัยทักษะในการฟังเสียง กล่าวคือ ในระหว่างการขับขี่รถยนต์จะได้ยินเสียงหอนอู้ ๆ จากล้อ ซึ่งจะเพิ่มความดังตามความเร็วรถ จึงลองทดสอบได้ด้วยการเพิ่มเกียร์สูงหรือเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น คราวนี้อาจจะดังจนคนนั่งในรถรู้สึกหูอื้อได้เลย หากเป็นตามนี้ก็แสดงว่าลูกปืนล้อแตกแล้ว ลำดับต่อไปคือต้องช่วยกันฟังว่าเสียงดังมาจากจุดใด หากมาจากด้านล้อหน้า จะทำให้ผู้ขับขี่และคนนั่งข้างได้ยินเสียงดังที่ชัดเจน หากเป็นล้อฝั่งคนขับจะจับเสียงดังได้ง่ายที่สุด แต่หากเป็นล้อหลังต้องอาศัยผู้นั่งโดยสารเบาะหลังช่วยฟังเสียงว่าดังมาจากด้านล้อหลังซ้ายหรือขวา เรียกได้ว่าต้องช่วยกันสังเกตในขณะที่รถวิ่งเครื่องยนต์ทำงานอยู่เท่านั้น   ใช้อุปกรณ์ช่วย ทั้งนี้วิธีที่กล่าวมา